วันนี้ (8 ตุลาคม) พิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส ชี้แจงกรณีสื่อออนไลน์บางสำนักนำเสนอข่าวในลักษณะที่ทำให้สาธารณชนเข้าใจว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีคำสั่งชี้มูลความผิดและให้ผู้อำนวยการ ตลอดจนพนักงานไทยพีบีเอสรวม 10 ราย ชดใช้เงินจำนวน 85.22 ล้านบาท โดยยืนยันว่า ไทยพีบีเอสในฐานะหน่วยรับตรวจยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจาก สตง. ในกรณีดังกล่าว
พิเศษกล่าวว่า ไทยพีบีเอสมีข้อสังเกตถึงการเผยแพร่ข้อมูลการตรวจสอบผ่านสื่อออนไลน์ ทั้งที่หน่วยรับตรวจยังไม่ได้รับทราบข้อมูลอย่างเป็นทางการ และกระบวนการทางกฎหมายยังไม่เป็นที่ยุติ โดยเห็นว่าข้อมูลที่อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบเป็นเรื่องภายในระหว่างหน่วยตรวจและหน่วยรับตรวจ ซึ่งควรได้รับการปกป้องตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 เนื่องจากการเปิดเผยอาจกระทบต่อประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายหรือสิทธิของบุคคลที่เกี่ยวข้อง
สำหรับกระบวนการตรวจสอบของ สตง. พิเศษอธิบายว่า เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ สตง. จะจัดทำรายงานแจ้งข้อบกพร่องและข้อเสนอแนะให้หน่วยรับตรวจดำเนินการแก้ไขปรับปรุง โดยรายงานดังกล่าวมิใช่คำพิพากษาหรือคำสั่งลงโทษทางกฎหมายที่ถึงที่สุด หากไทยพีบีเอสพิจารณาแล้วไม่เห็นพ้อง ย่อมมีสิทธิชี้แจงข้อเท็จจริงตามขั้นตอนของกฎหมาย
“เราไม่ได้ปฏิเสธการตรวจสอบ และพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะ แต่ขอให้มีโอกาสได้ชี้แจงด้วย” พิเศษกล่าว พร้อมระบุว่า การเผยแพร่ข้อมูลบางส่วนก่อนที่หน่วยงานจะมีโอกาสชี้แจง อาจทำให้สังคมเข้าใจว่าผู้ถูกตรวจสอบเป็นผู้กระทำผิดและกลายเป็นจำเลยสังคม ทั้งที่กระบวนการยังไม่สิ้นสุด รวมถึงส่งผลต่อขวัญกำลังใจของคนทำงาน
พิเศษยืนยันว่า ไทยพีบีเอสมีเจตนารมณ์บริหารงานด้วยความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และพร้อมรับการตรวจสอบภายใต้กรอบกฎหมาย เมื่อได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ จะพิจารณาชี้แจงข้อเท็จจริงและใช้สิทธิตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ พิเศษกล่าวว่า เชื่อมั่นว่าการดำเนินงานของไทยพีบีเอสเป็นไปอย่างเปิดเผย ไม่มีการทุจริตหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์กร และหากได้รับข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ ก็พร้อมนำมาปรับปรุงการทำงาน โดยเห็นว่าการตรวจสอบควรนำไปสู่การพัฒนาองค์กรและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ในฐานะสื่อสาธารณะที่ต้องรับผิดชอบต่อสังคม
พิเศษกล่าวด้วยว่า การใช้จ่ายเงินของไทยพีบีเอสไม่ได้ดำเนินการอย่างอิสระตามอำเภอใจ แต่อยู่ภายใต้กฎหมายเช่นเดียวกับหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 และพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
ขณะเดียวกัน ไทยพีบีเอสยังมีกลไกตรวจสอบทั้งการตรวจสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต การตรวจสอบโดย สตง. และคณะกรรมการตรวจสอบที่กำกับดูแลการตรวจสอบภายในอย่างเป็นอิสระ
พิเศษระบุว่า ตามพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 ไทยพีบีเอสยังมีหน้าที่จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อให้ตรวจสอบผลการดำเนินงานขององค์กรได้ด้วย


