อภัยชีพ บุนนาค อุปทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ออกประกาศเรื่อง “การแจ้งเตือนสถานการณ์ความมั่นคงขั้นสูงสุดและการเตรียมความพร้อมอพยพ” โดยเตือนคนไทยในอิหร่านให้ตระหนักถึงสถานการณ์ความมั่นคงและชี้ว่าการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ มีแนวโน้มล้มเหลวสูง อีกทั้งมีความเสี่ยงที่จะเกิดการโจมตีระลอกใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม โดยหลายพื้นที่ตอนใต้ยังคงวิกฤตและอันตราย
พร้อมกันนี้ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ ยังมีคำสั่งห้ามเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยทางตอนใต้และบริเวณใกล้เคียงช่องแคบฮอร์มุซ และให้คนไทยในอิหร่านเตรียมพร้อมอพยพตลอดเวลา รวมทั้งลงทะเบียนข้อมูลกับสถานเอกอัครราชทูตฯ ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อการติดต่อช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน ขณะที่เตือนว่าอย่าประมาทต่อสถานการณ์แม้จะดูสงบลงชั่วคราว และขอให้ติดตามข่าวสารจากทางการและสถานเอกอัครราชทูตฯ อย่างใกล้ชิด
โดยเนื้อหาประกาศทั้งหมดมีดังนี้
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเตหะราน ขอแจ้งเตือนพี่น้องชาวไทยในสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ให้ตระหนักถึงสถานการณ์ความมั่นคงที่กำลังอยู่ในภาวะเปราะบางขั้นสูงสุด โดยขอสรุปประเด็นสำคัญเพื่อให้ทุกท่านประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อม ดังนี้
- การหยุดยิง 2 สัปดาห์ไม่ใช่สันติภาพถาวร : สภาวะสงบในปัจจุบันเป็นเพียง “ช่วงพักเพื่อเจรจาและบริหารความเสี่ยง” เท่านั้น แต่จากการประเมินล่าสุดพบว่า การเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ มีแนวโน้มล้มเหลวสูง
- เสี่ยงเกิดการโจมตีระลอกใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม : เมื่อช่วงหยุดยิงชั่วคราวสิ้นสุดลง หรือการเจรจายุติลงโดยสิ้นเชิง มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเกิดการโจมตีระลอกใหม่ในเร็ววันนี้ ซึ่งคาดว่าจะทวีความรุนแรงยิ่งกว่าที่ผ่านมา
- พื้นที่ตอนใต้ยังคงวิกฤตและอันตราย พื้นที่ติดชายฝั่งอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ (เช่น จ.ฮอร์มุซกัน บูเชร์ คูเชสถาน และเมืองบันดาร์อับบาส) ยังคงเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยขั้นสุด
โดยในวันที่19 เมษายน 256 สถานเอกอัครราชทูตฯ ต้องเร่งอพยพคนงานไทยเพิ่มเติมอีก3 คน ออกจากพื้นที่เมืองบันดาร์อับบาส เนื่องจากคนงานต้องเผชิญกับเสียงระเบิดอย่างต่อเนื่องจนส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพอย่างรุนแรง และมีความเสี่ยงสูงที่พื้นที่อาศัยจะถูกโจมตีเมื่อใดก็ได้
ด้วยเหตุนี้สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงขอประกาศให้พี่น้องชาวไทยปฏิบัติดังนี้โดยเด็ดขาด
(1) ห้ามเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยทางตอนใต้และบริเวณใกล้เคียงช่องแคบฮอร์มุซ
(2) อย่าประมาทต่อสถานการณ์ แม้จะดูสงบลงชั่วคราว ขอให้ติดตามข่าวสารจากทางการและสถานเอกอัครราชทูตฯ อย่างใกล้ชิด
(3) เตรียมพร้อมอพยพตลอดเวลา จัดเตรียมหนังสือเดินทาง เอกสารสำคัญ ยารักษาโรค และสัมภาระฉุกเฉินให้พร้อมเดินทางได้ทันที
(4) ลงทะเบียนข้อมูลกับสถานเอกอัครราชทูตฯ ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อการติดต่อช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินเร่งด่วนสำหรับชาวไทยในประเทศไทย: ขอให้ระงับการเดินทางเข้ามายังสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านในทุกกรณีจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
สถานเอกอัครราชทูตฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและแจ้งให้ทราบทันทีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง หากมีเหตุฉุกเฉิน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้ตลอด24 ชั่วโมง ผ่านหมายเลข Hotline ดังนี้
(+98) 912 159 8699 และ (+98) 912 500 7933


