วันนี้ (28 สิงหาคม) ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวในงานเปิดตัวโครงการ TH-AI Passport ว่า โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากความตั้งใจของรัฐบาลที่จะทำให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้ง่ายและใกล้ชิดมากขึ้น พร้อมยกระดับ AI ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศในยุคใหม่
ไชยชนกกล่าวว่า หากย้อนกลับไปในแต่ละยุคสมัย สิ่งที่มักถูกพูดถึงควบคู่กับการพัฒนาประเทศคือ ‘โครงสร้างพื้นฐาน’ จากในอดีตที่ตั้งคำถามว่ามีถนนเข้าถึงหน้าบ้านหรือไม่ ต่อมาคือมีไฟฟ้าเข้าถึงทุกครัวเรือนหรือไม่ และเมื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัล คำถามเปลี่ยนเป็นว่าประชาชนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตหรือไม่
“วันนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคสมัยที่โครงสร้างพื้นฐานกลายเป็นมันสมองที่ช่วยเราคิดและลงมือทำ ซึ่งก็คือ AI”
ไชยชนกเปรียบเทียบว่า AI ในวันนี้ไม่ต่างจากถนน ไฟฟ้า และอินเทอร์เน็ตในอดีต เพราะกำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เศรษฐกิจโลกใช้ขับเคลื่อน ดังนั้นประเทศที่สามารถเข้าถึง AI ได้ก่อน ก็มีโอกาสไปถึงเส้นชัยได้ก่อน
ไชยชนกยกตัวอย่างการนำ AI มาใช้ในชีวิตประจำวันว่า หากเป็นนักศึกษาที่ต้องการขายกะเพราออนไลน์ เพียงป้อนข้อมูลไม่กี่บรรทัด AI สามารถช่วยออกแบบเมนู คำนวณวัตถุดิบและต้นทุน กำหนดราคา บริหารจัดการสต๊อก รวมถึงวางแผนการโปรโมตได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที โดยรูปแบบการใช้งานดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกอุตสาหกรรม
“AI สามารถเพิ่มผลิตผล ศักยภาพ ประสิทธิภาพ และที่สำคัญที่สุดคือสามารถลดต้นทุนที่สำคัญที่สุดสำหรับมนุษย์ นั่นก็คือเวลา นี่แหละครับคือพลังของ AI”
อย่างไรก็ตาม ไชยชนกกล่าวว่า การเข้าถึง AI ที่มีความสามารถสูงในระดับ Pro ยังมีต้นทุน โดยค่าบริการประมาณ 250-1,000 บาทต่อเดือนต่อค่าย แม้สำหรับบางคนอาจไม่ใช่จำนวนเงินที่สูง แต่สำหรับคนอีกจำนวนมากกลับกลายเป็น ‘กำแพงแห่งความเหลื่อมล้ำของยุค AI’ ซึ่งรัฐบาลต้องการทลายกำแพงดังกล่าว
สำหรับหลักการสำคัญของ TH-AI Passport มี 2 ข้อ ได้แก่ 1. โครงการต้องไม่เป็นเพียงสิทธิพิเศษสำหรับคนที่มีกำลังจ่าย แต่ประชาชนทุกคนที่ต้องการเข้าถึง AI ระดับ Pro ต้องสามารถเข้าถึงได้ และ 2. โครงการต้องไม่ใช่เพียงการแจกสิทธิ แต่เป็นการลงทุนกับทรัพยากรมนุษย์ในระยะยาว
โครงการจึงประกอบด้วย 3 ระบบหลัก ได้แก่ Access การเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึง AI ระดับ Pro โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย, Learn การส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะผ่านแนวคิด ‘Learn to Earn’ โดยผู้เข้าร่วมต้องเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพในแต่ละเดือนเพื่อให้สามารถต่อสิทธิใช้งานได้ครบ 1 ปี และ Apply การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้จริงทั้งในการเรียน การทำงาน และการทำธุรกิจ
ไชยชนกระบุว่า ภายในโครงการมีหลักสูตรมากกว่า 96 หลักสูตร ตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับโปร ซึ่งได้รับมาตรฐานจาก UNESCO และ EDA รวมถึงหลักสูตรที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตรอย่าง Microsoft, Google, OpenAI และ Nvidia พร้อมจะมีหลักสูตรและโครงการใหม่เพิ่มเติมตลอดระยะเวลาของโครงการ
หลังเรียนจบ ผู้เข้าร่วมจะได้รับใบประกาศนียบัตร และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียน การทำงาน และการดำเนินธุรกิจได้
“โครงการนี้ไม่ได้เป็นการแจกของ แต่เป็นการสอนคนไทยให้ใช้ AI ให้เป็น และถือเป็นโครงการที่เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งกับทรัพยากรของประเทศ”
ไชยชนกกล่าวว่า TH-AI Passport เปรียบเสมือน ‘บัตรผ่านสู่โลก AI ของคนไทยทุกคน’ เปิดให้ประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปเข้าถึง AI Pro จาก 14 ค่าย มากกว่า 30 โมเดล รวมอยู่ในที่เดียวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าแล้วมากกว่า 1.3 ล้านสิทธิ์ และโครงการจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ จึงเชิญชวนประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการและใช้สิทธิ์ดังกล่าว


