×

TFM ปี 73 ตั้งเป้ารายได้แตะ 1 หมื่นล้าน จ่อร่วมทุน Avanti ทุ่ม 500 ล้านบาท ตั้งโรงงานเอกวาดอร์-ยันรับมือต้นทุนปลาป่นพุ่ง 40% ได้

18.05.2026
  • LOADING...
ผู้บริหาร TFM แถลงแผนธุรกิจปี 2573 ตั้งเป้ารายได้ 1 หมื่นล้านบาท และลงทุนในเอกวาดอร์

บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ประกาศแผนยุทธศาสตร์และเป้าหมายธุรกิจ ก้าวสู่การเติบโตระดับโลก (Global) ด้วยเป้าหมายทำรายได้แตะ 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 พร้อมจัดสรรงบลงทุนรุกคืบตั้งโรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำในประเทศเอกวาดอร์ร่วมกับพาร์ตเนอร์ มุ่งขยายสัดส่วนรายได้ต่างประเทศเพิ่มเป็น 50% ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบและภูมิรัฐศาสตร์ โดยยืนยันไม่ปรับขึ้นราคาอาหารกุ้งเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทย

 

 
 

พีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM เปิดเผยถึงแผน และแถลงถึงทิศทางธุรกิจไปในช่วงระยะ 5 ปี ระหว่างปี 2569-2573 จะมุ่งเน้นการยกระดับอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำระดับโลก ด้วยปัจจัยเรื่องคุณภาพ การบริการ และความยั่งยืน

 

สำหรับเป้าหมายสำคัญของ TFM คือการผลักดันรายได้ให้ถึง 10,000 ล้านบาทภายในปี 2573 จากปีที่ผ่านมาที่ทำยอดขายปิดไปได้ราว 6,035 ล้านบาท โดยบริษัทตั้งเป้าการเติบโตแบบออร์แกนิกอยู่ที่ปีละ 8-10% ซึ่งการเติบโตตามธรรมชาตินี้จะยังมีช่องว่างรายได้ (Shortfall) ที่ต้องการเติมเต็มอีกราว 1,500-2,000 ล้านบาท

 

โดยบริษัทมีแผนการจะขยายการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะทำให้ในอนาคต สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศ จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 50% เท่ากับสัดส่วนรายได้จากในประเทศจากปัจจุบันที่มีสัดส่วนรายได้จากในประเทศที่มีสัดส่วน 87% ของรายได้รวม

 

ผู้บริหาร TFM แถลงแผนธุรกิจปี 2573 ตั้งเป้ารายได้ 1 หมื่นล้านบาท และลงทุนในเอกวาดอร์ 1

โครงสร้างรายได้ของ บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM

 

สำหรับกลยุทธ์หลักในการดำเนินงาน แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่

 

  • Win in Thailand ด้วยการมุ่งเน้นเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ในประเทศไทยให้แตะระดับ 25% จากเดิม 16-17% โดยมองเห็นโอกาสเติบโตจากการทำตลาดอาหารกุ้ง และการรุกตลาดปลาน้ำจืดเพิ่มเติม
  • ขยายฐานในอินโดนีเซีย โดย TFM ตั้งเป้าหมายก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 3 ของตลาดอาหารสัตว์น้ำในอินโดนีเซียภายในปี 2573 จากปัจจุบันที่อยู่ในอันดับที่ 6
  • มุ่งสู่ความยั่งยืน (Sustainability) โดย TFM เป็นเจ้าแรกๆ ที่ชูจุดขายผลิตภัณฑ์รักษ์โลก เช่น กุ้งคาร์บอนต่ำ ซึ่งถือเป็น Selling Point สำคัญที่ทำให้กุ้งไทยสามารถไปแข่งขันด้านมูลค่าบนเวทีโลกได้

 

แผนลงทุน และบิ๊กดีลร่วมทุน Avanti รุกตั้งโรงงานใน ‘เอกวาดอร์’

 

ด้าน ปิยนุช มริตตนะพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM เปิดเผยถึงแผนงานในปีนี้ว่า บริษัทมีการเตรียมงบลงทุน (CAPEX) รวมประมาณ 680 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมไปถึงการปรับปรุงเครื่องจักรใหม่ การพัฒนาระบบ BI (Business Intelligence) และการลงทุนครั้งใหญ่ใน ประเทศเอกวาดอร์ ที่คาดว่าจะใช้งบประมาณสำหรับปีนี้ราว 400-500 ล้านบาท ในการเตรียมซื้อที่ดิน การออกแบบ และที่ปรึกษาต่างๆ

 

ปิยนุช ระบุเพิ่มเติมว่า การลงทุนในเอกวาดอร์ถือเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ โดย TFM จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในการจับมือร่วมทุน (Joint Venture) กับกลุ่ม Avanti พาร์ตเนอร์รายใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อินเดีย และมีพาร์ตเนอร์ท้องถิ่นร่วมด้วย ซึ่งกระบวนการก่อสร้างคาดว่าจะใช้เวลาราว 2 ปีครึ่งและแล้วเสร็จภายในปี 2571 ส่งผลให้กำลังการผลิตรวมในอนาคตเพิ่มขึ้นอีก 80% จากปัจจุบัน

 

ผู้บริหาร TFM แถลงแผนธุรกิจปี 2573 ตั้งเป้ารายได้ 1 หมื่นล้านบาท และลงทุนในเอกวาดอร์ 2

ปิยนุช มริตตนะพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM

 

ในขณะที่ พีระศักดิ์ ได้เสริมถึงเหตุผลที่เลือกเอกวาดอร์ว่า ปัจจุบันเอกวาดอร์เป็นผู้ผลิตกุ้งรายใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยปริมาณผลิตถึง 1.5 ล้านตันต่อปี และเติบโตปีละ 10-15% โดย TFM จะนำเอาจุดแข็งด้านการสนับสนุนทางเทคนิค (Technical Support) เข้าไปช่วย ควบคู่กับการเรียนรู้เทคโนโลยีแบบ Automation การใช้คนน้อย และการบริหารจัดการฟาร์มที่มีประสิทธิภาพจากเอกวาดอร์ เพื่อนำกลับมาพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งในประเทศไทยด้วย

 

รับมือวิกฤตต้นทุนปลาป่นพุ่ง 30-40% ยืนยัน ‘ไม่ลดคุณภาพ-ไม่ขึ้นราคา’

 

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่กดดันธุรกิจในขณะนี้ คือ ‘ต้นทุนปลาป่น’ ซึ่งเป็นต้นทุนหลักที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีที่แล้ว รวมกว่า 30-40% จนเกือบแตะจุดสูงสุดของปี 2566 ซึ่งปัจจุบันมีราคาปรับขึ้นมาใกล้เคียงระดับ 50 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากภาวะขาดแคลนทั่วโลก

 

อย่างไรก็ตาม ปิยนุช อธิบายว่า TFM มีการบริหารความเสี่ยงด้วยการล็อกราคาวัตถุดิบอื่นล่วงหน้า เช่น ถั่วเหลืองและข้าวสาลี ไว้แล้ว 3-6 เดือน ซึ่งราคาวัตถุดิบเหล่านี้อยู่ในระดับต่ำกว่าและไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้น จึงเข้ามาช่วยชดเชยต้นทุนปลาป่นที่สูงขึ้นได้

 

ขณะที่พีระศักดิ์ ย้ำชัดเจนว่า TFM จะดำเนินนโยบาย ‘ไม่ปรับขึ้นราคาอาหารกุ้ง และ ไม่ลดสูตรโปรตีน’ เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมเกษตรกรไทยในช่วงที่ราคากุ้งผันผวน โดยบริษัทจะหันไปใช้กลยุทธ์รักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น (GP) ที่ 18-20% ผ่านการเพิ่มปริมาณขาย เพื่อให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) รวมทั้งควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ให้อยู่ในระดับ 8.8% ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตภายในโรงงาน

 
ผู้บริหาร TFM แถลงแผนธุรกิจปี 2573 ตั้งเป้ารายได้ 1 หมื่นล้านบาท และลงทุนในเอกวาดอร์ 3

พีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM

 

แผนรับมือความเสี่ยงจากสงครามตะวันออกกลาง-ภูมิรัฐศาสตร์

 

สำหรับความเสี่ยงด้านปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสงครามในตะวันออกกลาง และความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนนั้น พีระศักดิ์ยอมรับว่าได้รับผลกระทบทางอ้อม โดยเฉพาะปัจจัยราคาน้ำมันและค่าระวางเรือที่สูงขึ้น

 

นอกจากนี้ สงครามตะวันออกกลางยังส่งผลกระทบให้แผนการบุกเบิกขยายตลาดใหม่เข้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลางของ TFM ในปีนี้ต้องหยุดชะงักและเสียเปรียบในการทำตลาด บริษัทจึงปรับแผนกลับมาโฟกัสที่ตลาดเอเชียใต้แทน ส่วนทางด้านวัตถุดิบอื่นๆ เช่น ถั่วเหลือง ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากมีภาวะ Oversupply ในตลาดและสามารถเจรจาต่อรองได้

 

ผู้บริหาร TFM ทิ้งท้ายว่า แม้ปัจจัยภายนอกทั้งด้านโรคระบาด สภาพภูมิอากาศ และราคากุ้งโลกที่ถูกลงจะยังคงเป็นความเสี่ยงหลักของอุตสาหกรรม แต่ TFM ยังคงมุ่งเน้นเป็นฟันเฟืองสำคัญในการใช้ดาต้า และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ผสานเข้ากับการทำตลาดกุ้งที่มีคุณลักษณะเฉพาะอย่างกุ้งคาร์บอนต่ำ เพื่อสร้างแต้มต่อและยกระดับอุตสาหกรรมสัตว์น้ำของไทยให้เติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนต่อไป

 
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories