×

AWS-Microsoft-NVIDIA-TikTok อัดเม็ดเงินลงทุนไทย ‘เอกนิติ’ ปิดดีลดาวอสกว่า 5 แสนล้าน ชูบทบาทไทยฮับเศรษฐกิจใหม่ภูมิภาค

23.01.2026
  • LOADING...
การลงทุนของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ AWS Microsoft NVIDIA TikTok ในประเทศไทย หลังการประชุมดาวอส ที่เสริมบทบาทไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาค

บิ๊กเทค AWS-Microsoft-NVIDIA-TikTok เดินหน้าต่อยอดลงทุนไทย ‘เอกนิติ‘ ปิดภารกิจเวทีดาวอส ดันเม็ดเงินกว่า 5 แสนล้านบาท พร้อมดึงอุตสาหกรรมใหม่ ชูบทบาทประเทศไทยเวทีโลก ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาค

 

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ภารกิจของ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และทีมไทยแลนด์ในการเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2026 ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ระหว่างวันที่ 19-22 มกราคม 2569 ประสบความสำเร็จอย่างดี

 

โดยมีทั้งการยกระดับความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ขยายเครือข่ายความร่วมมือกับผู้นำองค์กรระหว่างประเทศ แสดงบทบาทของประเทศไทยในเวทีผู้นำโลก และหารือผู้บริหารบริษัทชั้นนำระดับโลกเพื่อต่อยอดให้เกิดเป็นการลงทุนและโครงการความร่วมมือที่จะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

 

การลงทุนของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ AWS Microsoft NVIDIA TikTok ในประเทศไทย หลังการประชุมดาวอส ที่เสริมบทบาทไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาค 1

 

ทั้งนี้ ภารกิจการเดินทางเยือนดาวอสครั้งนี้ได้บรรลุเป้าหมาย 3 ประการ ได้แก่

 

  • การนำทีมภาครัฐและเอกชน มาช่วยกันตอกย้ำภาพของประเทศไทยในสายตาผู้นำโลกว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพมีทิศทางนโยบายชัดเจน มีความเป็นกลางท่ามกลางปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และพร้อมเป็นฐานความร่วมมือด้านเศรษฐกิจยุคใหม่ของภูมิภาค
  • การเจรจากับผู้บริหารบริษัทชั้นนำ เพื่อทำให้เกิดการลงทุนที่เป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศโดยเฉพาะการลงทุนในอุตสาหกรรม New S-Curve ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง การสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยการสร้างงานคุณภาพ และการพัฒนาทักษะคนไทยให้สอดคล้องกับโลกในอนาคต
  • การสร้างความร่วมมือเพื่อปูทางไปสู่การประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยสามารถจัดงานสำคัญระดับโลกได้และมีศักยภาพเป็นผู้นำของอาเซียน

 

ยักษ์เทคลงทุน 5 แสนล้าน ยกระดับบุคลากรไทยและซัพพลายเชน

 

โดยในการเข้าประชุม WEF ครั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีและคณะ ได้พบหารือกับผู้บริหารของบริษัทชั้นนำระดับโลกรวม 9 ราย ซึ่งได้มีแผนการลงทุนทั้งที่ผ่านมาแล้วและจะลงทุนเพิ่มเติมในอนาคตรวมกว่า 5 แสนล้านบาท เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในช่วงการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล และกระตุ้นให้เร่งเดินหน้าโครงการในไทยอย่างต่อเนื่อง

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 

 


 

ดึงลงทุนใหม่ อุตสาหกรรม New S-Curve

 

โดยแบ่งเป็นกลุ่มดิจิทัลและ AI จำนวน 6 บริษัท

 

กลุ่มยานยนต์และอากาศยานอัจฉริยะ 2 บริษัท กลุ่มอาหาร 1 บริษัท ดังนี้

 

กลุ่มดิจิทัลและ AI

 

  • AWS : บริษัทได้ย้ำแผนลงทุนระยะยาวในไทยกว่า 150,000 ล้านบาท ภายใน 15 ปี โดยที่ผ่านมาได้ลงทุนไปแล้วกว่า 24,000 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทได้สนับสนุนนโยบาย Cloud First ของรัฐบาล และยังให้ความสนใจโครงการพัฒนาทักษะบุคลากรไทย (Skill Bridge) ซึ่งบริษัทจะหารือในรายละเอียดและคาดว่าจะมีการพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัลและ AI ในโครงการมากกว่า 50,000 คน

 

  • Microsoft : ได้นำเสนอการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐและภาคธุรกิจ และการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถปรับตัวและแข่งขันได้ รวมถึงโอกาสความร่วมมือในการพัฒนากำลังคนสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

 

  • TikTok : บริษัทยืนยันแผนลงทุนระยะยาวรวมกว่า 270,000 ล้านบาท พร้อมหารือการใช้แพลตฟอร์มยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถเข้าถึงตลาดและมีโอกาสสร้างรายได้มากขึ้น รวมถึง ได้เสนอแนวทางต่อยอดให้ไทยเป็นฐานกิจกรรมระดับภูมิภาค เช่น ด้านการพัฒนาคอนเทนต์

 

  • DAMAC Group : ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลก ซึ่งมีแผนการลงทุนในไทยรวมกว่า 130,000 ล้านบาท ได้หารือเกี่ยวกับการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะด้านโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อรองรับการขยายตัวของคลาวด์และเทคโนโลยี AI ในประเทศไทย

 

  • HCL Technologies : ผู้นำด้านการพัฒนาและให้บริการซอฟต์แวร์และเทคโนโลยี AI ได้หารือแนวทาง การนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพในภาคการเกษตรอุตสาหกรรมการผลิต และการท่องเที่ยว รวมถึงการใช้ AI ยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐ (GovTech)

 

  • NVIDIA: ผู้นำเทคโนโลยีชิปและแพลตฟอร์ม AI ได้หารือแนวทางยกระดับระบบนิเวศ AI ของไทย ทั้งการพัฒนาบุคลากรและทีมนักพัฒนา (Developers) การสร้างโมเดลภาษาไทยและแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่จะสามารถยกระดับอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ตลอดจนการต่อยอดศูนย์ความเป็นเลิศ (Center of Excellence) เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ด้าน AI ในประเทศไทย

 

กลุ่มยานยนต์และอากาศยานอัจฉริยะ

 

  • Hesai Technology: ผู้นำเทคโนโลยี LiDAR สำหรับระบบรถยนต์อัจฉริยะรายใหญ่ที่สุดในโลก ได้ตัดสินใจลงทุนตั้งฐานการผลิตในไทยเป็นแห่งแรกนอกประเทศจีนมูลค่าลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท โดยบริษัทพร้อมร่วมพัฒนาบุคลากรด้านหุ่นยนต์และเทคโนโลยี AI ภายใต้โครงการ Skill Bridge เพื่อเตรียมพร้อมกำลังคนสำหรับต่อยอดสู่ซัพพลายเชนและระบบนิเวศ AI/Robotics ในประเทศไทย

 

  • Archer Aviation: บริษัทชั้นนำด้านอากาศยานสำหรับขนส่งบุคคล ได้หารือโอกาสความร่วมมือและการร่วมทุนกับบริษัทไทยในการพัฒนาบริการเดินทางภายในเมือง (Urban AirMobility) เพื่อเพิ่มทางเลือกการคมนาคมรูปแบบใหม่ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพในเมืองที่มีความหนาแน่นสูง

 

กลุ่มอาหาร

 

  • Nestlé : ผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก ได้ดำเนินธุรกิจในไทยมายาวนาน ปัจจุบันมีบริษัทในไทย 4 แห่ง และได้รับการส่งเสริมการลงทุน 8 โครงการ โดยมีการลงทุนในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องกว่า 28,000 ล้านบาท ครอบคลุมธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม อาหารสัตว์เลี้ยง รวมทั้งใช้ไทยเป็นที่ตั้งของสำนักงานภูมิภาค และมีแผนขยายการลงทุนเพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้

 

การลงทุนของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ AWS Microsoft NVIDIA TikTok ในประเทศไทย หลังการประชุมดาวอส ที่เสริมบทบาทไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาค 2

 

เชื่อมองค์กรเศรษฐกิจโลก–ย้ำบทบาทไทย ‘ผู้เล่นเชิงรุก’ ปูพรมเจ้าภาพ IMF-World Bank 2026

 

ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้พบหารือกับ Mr. Ajay Banga ประธานธนาคารโลก (World Bank) และ Ms. Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก แนวทางสนับสนุนการเติบโตอย่างทั่วถึง และการสร้างงานที่มีคุณค่า พร้อมหารือการเตรียมความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพการจัดประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026

 

โดยฝ่ายไทยย้ำว่าการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ เป็นเวทีเชิงยุทธศาสตร์สำหรับการแลกเปลี่ยนเชิงนโยบาย ที่มีสาระครอบคลุมประเด็นความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ การเติบโตอย่างทั่วถึง ความยั่งยืนทางการคลัง และการระดมเงินทุนภาคเอกชนเพื่อพัฒนาธุรกิจในงาน WEF นี้

 

อีกทั้งยังได้หารือกับผู้นำภาครัฐและองค์การระหว่างประเทศ เช่น เลขาธิการ OECD

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าต่างประเทศและการพัฒนาของฟินแลนด์ , ฮ่องกง , ซาอุดีอาระเบีย ประธาน Global Development ของมูลนิธิ Gates Foundation กรรมการผู้จัดการ World Economic Forum (WEF) และผู้บริหาร Uplink WEF

 

นอกจากนี้ ทีมไทยแลนด์ยังได้ต่อยอดความร่วมมือในประเด็นเศรษฐกิจใหม่ที่โลกให้ความสำคัญ โดยรองนายกรัฐมนตรีฯ ได้เข้าร่วมเวทีสำคัญในงานประชุม WEF เช่น Informal Gatherings of World Economic Leaders (IGWEL) ในหัวข้อ What’s Ahead for the Global Economy- Boom, Bust or In-between? การประชุมเชิงยุทธศาสตร์ในหัวข้อ New Pathways for ASEAN Growth and Productivity และเวทีเสวนาในหัวข้อ Is ASEAN Moving Fast Enough?

 

รวมถึงเวทีสำคัญอื่นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองในการสร้างการเติบโตที่ทั่วถึงและยั่งยืน หารือแนวทางยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในภูมิภาค พร้อมนำเสนอจุดแข็งของไทยโอกาสการลงทุนในด้านต่าง ๆ และประสบการณ์เชิงนโยบายที่สามารถขยายผลในระดับภูมิภาค

 
  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising