Menu
265201

คุยกับสองหนุ่มผู้เจนจัดสนามซ้อม ‘ต๊ะ พิภู’ และ ‘แชมป์ ตรีภพ’ ที่เชื่อในพลังของ ‘พรแสวง’ ทำให้เขายืนระยะคว้าชัยชนะในสนามจริงได้อย่างสมศักดิ์ศรี [Advertorial]

โดย THE STANDARD TEAM
25.06.2019
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

7 Mins. Read
  • ลืมคำว่า ‘หมูสนามจริง สิงห์สนามซ้อม’ ไปให้สิ้น ถ้าคุณเชื่อในพลังของการซ้อมเยอะ ล้มเยอะ เรียนรู้เยอะ ไม่ว่าจะลงสนามไหน มันก็แค่สนามใหม่ที่ทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
  • พูดคุยกับสองหนุ่มผู้เจนจัดสนามซ้อม ต๊ะ พิภู และแชมป์ ตรีภพ กับเรื่องราวความเจ็บปวดที่กว่าจะได้คว้าชัยชนะในสนามจริง ถึงจะเจ็บปวด แต่เส้นชัยมันงดงาม

ข้อมูลประชากรในประเทศไทยปี 2562 โดยประมาณเข้าใกล้ตัวเลข 67 ล้านคน ลองคิดเล่นๆ คุณว่าในจำนวนนี้มีคนที่ประสบความสำเร็จจนคว้าชัยชนะตามที่ตั้งเป้าแล้วกี่คน และมีอีกเท่าไรที่กำลังลงชิงชัยในสนามชีวิตอันแสนดุเดือดอยู่ หรือมากน้อยแค่ไหนที่เพิ่งเริ่มต้นฝึกฝนตัวเองให้พร้อมก่อนลงแข่งในสนามจริง 

 

เราไม่มีทางรู้อะไรเลย รู้เพียงว่าสิ่งเดียวที่พาเราไปสู่เป้าหมายแห่งชัยชนะได้คือ ‘ความพยายาม’ และคุณควรรู้ไว้ด้วยว่าความพยายามไม่ได้การันตีว่าคุณจะเก่งขึ้น มันแค่ทำให้ความกลัวในใจคุณลดน้อยลง

 

นี่ไม่ใช่คำนิยามเลื่อนลอยหรือการตีความแบบไร้ข้อพิสูจน์ เหมือนที่ TCP แบรนด์ที่เชื่อมั่นว่าความพยายามอย่างหนักในสนามซ้อมนับครั้งไม่ถ้วนจะพาคุณไปยังสนามจริงแบบไร้กังวล ส่งพลังให้กับทุกคนเสมอว่าถ้าคุณผ่านมันไปได้ สนามจริงก็แค่อีกสนามที่คุณลงไปชนะ แต่ตอนนี้แทนที่คุณจะเสียเวลาไปพิสูจน์ทฤษฎีเรื่อง ‘ความพยายามฝึกซ้อมอย่างหนักทำให้ความกลัวในใจลดลง’ คุณสามารถเรียนรู้ทฤษฎีผ่านการปฏิบัติจริงและพิสูจน์มาแล้วจริงๆ ของสองหนุ่มจากสองสนามชีวิต ต๊ะ-พิภู พุ่มแก้วกล้า ผู้ประกาศข่าวมากความสามารถ และแชมป์-ตรีภพ เที่ยงตรง (Xyclopz) นักพากย์อีสปอร์ตอันดับ 1 ของเอเชียได้ในบทสัมภาษณ์นี้ นั่งผ่อนคลายข้างสนามแล้วอ่านเรื่องราวในสนามจริงของพวกเขาไปพร้อมๆ กัน  

 

 

เพราะทุกวันนี้ในชีวิตมันคือสนามจริงแล้ว มันไม่มีสนามซ้อม

 

เราคุยกับ ต๊ะ-พิภู พุ่มแก้วกล้า ในวันที่เขาเพิ่งเดินออกจากสนาม GMM สนามจริงอีกสนามได้เพียงไม่กี่วัน ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเขาลงเล่นในสนามที่โหดไม่น้อย “ผมไม่ได้มองว่าเป็นความล้มเหลว ผมมองว่าทุกอย่างมันหล่อหลอม มันค่อยๆ สร้างภูมิคุ้มกัน เวลาที่เราเจอเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิต เช่น โดนปลดกลางอากาศ หรือมองว่าเราไม่ตอบโจทย์ อันนั้นก็เหมือนเป็นการฉีดยาแรงให้กับตัวเอง ถ้าถามว่าผมท้อไหม… (นิ่งคิด) ผมไม่ได้ท้อ

 

 

 

 

“ช่วงเวลาแห่งการซ้อมสำหรับผมมันน้อยมาก ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 13 ปี การซ้อมคือซ้อมคนเดียวกับเครื่องอัดเล็กๆ ซ้อมอยู่ประมาณ 2 เดือน คิดว่าตัวเองทำได้แล้ว แต่พอไปเข้าห้องอัดทำเดโมครั้งแรก เรากลับพูดไม่ได้ เลยต้องกลับมาทำเทปซ้อมทำอยู่แบบนี้ 1 เดือน แล้วก็ส่งไปให้โปรดิวเซอร์คลื่น Seed FM ฟัง หลังจากนั้นก็ลงสนามจริงเลย เอาตรงๆ ก็ไม่ได้ซ้อมเยอะ ผมคิดว่าการที่เราฟังวิทยุตั้งแต่เด็กๆ การที่เราดูดีเจจัดรายการ ซึมซับในเชิงทฤษฎี วิธีการ ทำให้ร่างกายและสมองเกิดการเรียนรู้ ทำตาม มันเป็นวิธีซ้อมเหมือนกัน 

 

 

เปลี่ยนมาลงสนามผู้ประกาศข่าวเหมือนลงสนามซ้อมใหม่อีกครั้ง

 

“ถ้าเป็นสนามซ้อมจริงๆ คงเป็นการซ้อมกับรุ่นพี่ผู้ประกาศ เขาอบรมให้เราอยู่ 3 เดือน สัปดาห์หนึ่งก็ต้องอ่านให้เขาฟัง ต้องเข้ามาซ้อม มาอัดเดโม มาบันทึกเทป แล้วให้ดูตัวเองว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร นั่นแหละคือสนามซ้อมของเรา กลับไปย้อนดูตัวเองเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ผมขำและอายมาก (หัวเราะ) เออ คนเรามันมีพัฒนาการจริงๆ เราพัฒนาตัวเองไม่ใช่แค่เรื่องของความรอบรู้ แต่เป็นเรื่องของจังหวะ เรื่องของวิธีการ ลูกเล่น การแก้ไขสถานการณ์ 

 

 

 

“มีช่วงหนึ่งในชีวิตที่เคยคิดว่า หรือเราจะหยุด หรือเราจะเปลี่ยนเส้นทาง ช่วงเวลาที่ผมเดินออกจากช่อง 9 ผมรู้สึกว่าเราอาจจะมาถึงทางตันของตัวเอง เราอาจไปไกลกว่านี้ไม่ได้ ทำงานมา 6 ปี เราอ่านช่วงไพรม์ไทม์ที่สุดของช่องแล้ว มันก็สูงสุดในสายอาชีพของเราแล้ว ผมคิดไม่ออกว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ยังไง มันเป็นช่วงที่ชีวิตผมก้าวขึ้นมาถึงเลข 3 แล้ว ถ้าเลี้ยวตอนนี้อาจจะยังทัน  

 

ถ้าเราทำมันได้ดีแค่ 3 เดือนก็เพียงพอที่จะทำให้โลกได้เห็นว่าเรามีศักยภาพแบบไหน

 

“ตอนที่ เรื่องเล่าเช้านี้ โทรมา ผมเกือบจะปฏิเสธ แต่ด้วยความที่เสียงรอบข้างบอกว่าอย่าโง่ อย่าอุดมการณ์ อย่าเป็นคนดี ลองดูสักครั้ง สุดท้ายแล้วการกระโดดข้ามไปอยู่ เรื่องเล่าเช้านี้ เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ผมเสี่ยง แต่พอมาลองชั่งน้ำหนักแล้ว ถ้าเราทำมันได้ดีแค่ 3 เดือนก็เพียงพอที่จะทำให้โลกได้เห็นว่าเรามีศักยภาพแบบไหน จนมาถึงวันที่เขาบอกเขาอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ซึ่งตอนที่ผมจะออก ผมรู้สึกสบายใจ เพราะผมทำเต็มที่แล้ว นี่เป็นสนามที่ใหญ่ที่สุด เหนื่อยที่สุด เครียดที่สุด ล้าที่สุด กดดันที่สุดในช่วงปีกว่าๆ แต่ก็ทำให้ผมเก่งขึ้นแบบก้าวกระโดดที่สุดเหมือนกัน สิ่งที่สะสมมามันถูกรวบรวมไว้และเอามาปรับใช้ได้อย่างดี 1 ปีกว่าๆ ที่ได้อัปเกรดตัวเองจนทำให้ผมมีมูลค่าจนถึงทุกวันนี้

 

 

 

ยิ่งคุณผ่านสนามมาเยอะ ยิ่งทำให้คุณตัดสินใจได้ดี มันเหมือนคุณเจอคู่ซ้อมมาทุกรูปแบบ คุณไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว

 

“ผมเลือกที่จะมองว่าทุกสนามคือสนามจริง มันทำให้เราจริงจังในทุกอย่าง เราจะไม่ทำเล่นๆ ถ้าเราบอกว่า เฮ้ย แค่ซ้อมๆ ไม่ต้องซีเรียสก็ได้ เราก็จะไม่ใส่เต็ม แต่ถ้าเรามองว่ามันเป็นสนามจริง มีความเป็นความตาย มีเดิมพันสูงซ่อนอยู่ มีเท่าไรเราก็จะใส่หมด ดังนั้นมันไม่มีเหตุผลที่ผมจะทำอะไรแบบขอไปที ไม่มีใครรู้หรอกว่าจะเจออะไรในอนาคต ผมรู้เพียงว่าถ้าวันหนึ่งมีคนหยิบยื่นสนามใหม่ให้ผม ผมจะลองดู ผมจะไป

 

“ยิ่งคุณผ่านสนามมาเยอะ ยิ่งทำให้คุณตัดสินใจได้ดี มันเหมือนคุณเจอคู่ซ้อมมาทุกรูปแบบ คุณไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว เมื่อไรที่เราขึ้นสังเวียนบ่อยๆ เจอคู่ซ้อมมาทุกรูปแบบ เราก็จะอ่านเกมออก ประสบการณ์เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ตั้งแต่การเลือกคู่ซ้อม คู่ชก หรือแม้แต่สนามการแข่งขัน

 

 

ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนจะนิยามคำว่า ‘ชัยชนะ’ ในสนามที่ตัวเองลงแข่งอย่างไร
ชัยชนะที่นิยามโดยคนอื่น หรือชัยชนะที่เรานิยามโดยตัวเอง

 

“บางเวที บางการแข่งขัน หรือบางสนาม มันมีมาตรวัดที่ชัดเจนว่านี่คือเส้นชัย คุณเข้าที่ 1 คุณชนะ แต่บางสนามไม่มีตัววัดแบบนั้น ฉะนั้นสิ่งที่คุณจะวัดได้ก็คือมาตรฐานของตัวคุณเอง สนามที่ผมจะวัดว่าผมทำสำเร็จหรือยัง จะมีองค์ประกอบหนึ่งที่เรียกว่ามาตรฐานที่เราคิดไว้ ถ้าเราทำได้เกินมาตรฐานที่ตัวเองตั้งไว้ นั่นแปลว่าเราสำเร็จในระดับหนึ่ง หรืออย่างน้อยก็ต้องไม่ต่ำกว่าเส้นมาตรฐานที่เราขีดไว้ สำหรับผมแค่นี้ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว 

 

 

 

“เราก็แค่จะต้องนิยามชัยชนะของเราใหม่ และถ้าเราทำได้ตามเป้าหมาย เราก็จะถึงชัยชนะของเราแล้ว” และไม่ว่านิยามชัยชนะของคุณจะเป็นแบบไหน TCP ขอเป็นอีกหนึ่งพลังชัยชนะที่จะส่งคุณลงไปชิงชัยในสนามจริงที่คุณเป็นผู้กำหนดชัยชนะด้วยตัวเอง 

 

ผมไม่รู้เลยว่าข้างหน้าคืออะไร ผมเห็นแค่หิน แต่เราก็ขุดไปเรื่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ
ในที่สุดก็เจอสิ่งที่เรารักและสามารถหาเลี้ยงชีพจากมันได้ด้วย

 

6 ปีก่อน แชมป์-ตรีภพ เที่ยงตรง (Xyclopz) ยังเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่เพิ่งเรียนจบและมีชีวิตอีกพาร์ตหนึ่งนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่กับเกม แต่วันนี้เขาคือนักพากย์อีสปอร์ตอันดับ 9 ของโลก และมือวางอันดับ 1 ของเอเชีย

 

“ถ้าเปรียบชีวิตผมช่วงที่อยู่ในสนามซ้อมนะ มันเหมือนรูปภาพคนสองคนที่ขุดเหมือง มีคนหนึ่งโยนจอบทิ้งไปแล้วเดินกลับ อีกคนขุดต่อจนเจอทองอยู่ข้างหน้า มันเป็นแบบนั้นเลย ช่วงที่ตัวเองเหมือนอยู่ในสนามซ้อม ผมไม่รู้เลยว่าข้างหน้าคืออะไร ผมเห็นแค่หิน แต่เราก็ขุดไปเรื่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็เจอสิ่งที่เรารักและสามารถหาเลี้ยงชีพจากมันได้ 

 

“สนามซ้อมแรกในชีวิตผมคือตอนที่จัดทัวร์นาเมนต์ Dota2 เอง เรียกว่าทัวร์นาเมนต์ 0 เหรียญ เป็นครั้งแรกที่ผมไม่รู้อะไรเลย และผมไม่คิดว่าผมจะมาพากย์ด้วย ตอนนั้นไม่ใช่ว่ากล้านะ แต่มันไม่มีใคร มันต้องเอาแล้ว หลังชนฝาจริงๆ พอพากย์ออกไปมันก็กลายเป็นไวรัล

 

“ผมว่าตัวเองอยู่ในสนามซ้อมที่โดดเดี่ยวนะ ตอนนั้นมันคือรายการเล็กๆ ที่ทดสอบจิตใจเรามาก เพราะรายการเหล่านี้มีคนดูไม่เยอะ แต่สิ่งที่เราทำในรายการพวกนั้นคือผมเต็มร้อยทุกครั้งแม้ว่าจะไม่มีใครดูเลย พากย์เสร็จก็เอากลับมาเปิดดูว่าเราควรจะปรับปรุงตรงไหน ทำแบบนั้นไปเรื่อยๆ ยอดคนดูก็ไม่ได้กระเตื้องขึ้นเท่าไร แต่ยังไงเราทำเต็มที่ไว้ก่อน

 

 

ถามตัวเองบ่อยมาก นี่เราเหนื่อยฟรีหรือเปล่าวะ 

 

“มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมไปขอพากย์ตามทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ฟรี แต่ก็ไม่มีใครให้โอกาส เป็นช่วงที่เงินเหลือน้อยลงไปทุกที ตอนนั้นผมยังไม่มีคอมพิวเตอร์เป็นของตัวเอง ต้องไปเช่าห้องเพื่อจะพากย์ มันเหนื่อย มันหนัก แล้วก็ไม่ได้รายได้อะไรกลับมาเลย ถามตัวเองบ่อยมาก นี่เราเหนื่อยฟรีหรือเปล่าวะ เมื่อไรจะถึงเส้นชัย มีแต่ความเชื่ออย่างเดียวเลยครับว่าอีสปอร์ตมันต้องบูม และนี่คือสิ่งที่เรารัก มันมีอีกความคิดหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในช่วงระหว่างที่เราอยู่กับมัน อย่างน้อยถ้าผมไม่ได้อะไรจากสิ่งที่ทำ สิ่งที่ผมได้คือผมสามารถพูดภาษาอังกฤษได้คล่องขึ้น เพราะการพากย์เกม ด้วยความที่ตัวเกมมันเร็ว มันบังคับสมองให้ทำงานเร็วขึ้น แปลเร็วขึ้น พูดเร็วขึ้น จนในที่สุดมันก็เก่งขึ้น 

 

เป็นครั้งแรกที่ผมได้เงินจากการพากย์จริงๆ นั่นเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ผมเริ่มคิดว่าเราเป็นนักพากย์อาชีพได้แล้ว

 

“ทำอยู่ปีกว่าๆ มันถึงจุดหนึ่งที่คิดว่าคงไปต่อไม่ได้แล้ว เริ่มคิดว่า เอ๊ะ มันใช่หรือเปล่าวะ หรือเรามาสุดทางแล้ว บอกกับตัวเองว่าจะทำอีกแค่สัปดาห์สุดท้าย แต่โชคดีมากว่าในจำนวนคนที่ดูช่วงที่ผมซ้อมพากย์ เขาเป็นโปรดิวเซอร์ใหญ่จากอเมริกาที่เห็นความมุ่งมั่น เลยให้โอกาสผมลองพากย์ทัวร์นาเมนต์ของเขา ผมไม่ลังเลที่จะทำเลยครับ บอกตัวเองว่าถ้าอย่างนั้นทำอีกสักทัวร์นาเมนต์หนึ่ง กลายเป็นว่าทัวร์นาเมนต์นั้นทำให้ผมดังไปเลย หลังจากนั้นเขาก็ส่งงานมาให้ผมเรื่อยๆ และเป็นครั้งแรกที่ผมได้เงินจากการพากย์จริงๆ นั่นเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ผมเริ่มคิดว่าเราเป็นนักพากย์อาชีพได้แล้ว

 

 

พรแสวงคือกระบวนการที่เกิดขึ้นในสนามซ้อม คือสิ่งที่ผลักดันให้เราฝึกซ้อมทุกวัน

 

“พรสวรรค์ผมให้ 25% และพรแสวงอีก 75% พรแสวงคือบ่อเกิดของความมุ่งมั่น ถ้าไม่มีพรแสวงเราก็จะไม่มุ่งมั่น ไม่สู้ ก็เหมือนคนขุดเหมือง เขาก็จะไม่ขุดต่อจนเจอทอง พรสวรรค์ไม่เกี่ยวกันเลยกับสนามซ้อม เพราะตอนนำออกมาใช้ในสนามจริงเท่านั้นที่จะทำให้เกิดสิ่งที่น่าจดจำแก่นักพากย์ เช่น การพูดประโยคโดนๆ แต่พรแสวงคือกระบวนการก่อนหน้าที่เกิดขึ้นในสนามซ้อม คือสิ่งที่ผลักดันให้เราฝึกซ้อมทุกวัน” 

 

มีคนบอกว่าผมอยู่บนจุดสูงสุดแล้ว เพราะเป็นที่ 1 ของเอเชีย แต่สำหรับผมมันยังไปไม่ถึงครึ่งทางเลย

 

 

 

“ทุกวันนี้การพากย์อีสปอร์ตกลายเป็นสิ่งที่ผมรักมากที่สุดในชีวิตเลยครับ เรารู้สึกดีที่ได้พูดคุยกับคนดู จากวันนั้นจนถึงวันนี้ 6 ปีครึ่ง ผมล้มลุกคลุกคลานมาเรื่อยๆ เจอปัญหาเยอะทุกทัวร์นาเมนต์ ทุกวันนี้ก็ยังเจออยู่ เหมือนมันเป็นเส้นทางที่ต้องต่อสู้พอสมควร การเป็นนักพากย์คือการเรียนรู้ตลอดชีวิต ปี 2018 ผมได้รับการจัดอันดับให้อยู่ที่ 9 ของโลกและเป็นที่ 1 ของเอเชีย มีคนบอกว่าผมอยู่บนจุดสูงสุดแล้ว เพราะเป็นที่ 1 ของเอเชีย แต่สำหรับผมมันยังไปไม่ถึงครึ่งทางเลย ยังมีสิ่งที่ผมสามารถพัฒนาได้อีก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษา วิธีการพากย์ วิธีการเล่าเรื่อง ถ้าผมคิดว่าประสบความสำเร็จ มันจะทำให้ผมไม่พัฒนาต่อ

 

 

 

ความมุ่งมั่นและความถ่อมตัวคือสิ่งที่ทำให้ผมไปสู่ชัยชนะในทุกสนาม

 

“ถ้าถามว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ผมไม่กลัวที่จะลงสนามใหม่ๆ ก็คงเป็นความมุ่งมั่นและความถ่อมตัว ความมุ่งมั่นมันทำให้เรามีไฟที่จะไปให้ถึงเป้าหมาย ถึงชัยชนะในทุกสนาม ส่วนความถ่อมตัวคือการทำตัวให้เป็นน้ำไม่เต็มแก้ว เราต้องรู้ว่าเรายังไม่ได้เก่งขนาดนั้น 

 

“มันคือการเรียนรู้ตลอดชีวิต ค้นคว้าหาความรู้ตลอดเวลา และไม่ลืมที่จะนำบทเรียนที่สอนให้เราเติบโตในสนามซ้อมมาปรับใช้ในสนามจริง” เพราะคุณไม่มีทางรู้เลยว่าการซ้อมอย่างหนักในสนามซ้อมจะพาคุณไปสู่สนามจริงเมื่อไร TCP เชื่อว่าทุกอุปสรรคในสนามซ้อมจะทำให้คุณแกร่งขึ้นและพร้อมลงชิงชัยในสนามจริงได้ทุกเมื่อ

 

 

กว่าพวกเขาจะเปล่งประกายในสนามของตัวเองอย่างทุกวันนี้ต้องใช้พลังใจอย่างมาก TCP ขอเป็นอีกหนึ่งแรงใจที่พร้อมจะส่งต่อพลังชัยชนะ ให้คุณพร้อมไม่ว่าจะเป็นสนามซ้อมครั้งที่เท่าไร หรือสนามจริงสนามใหม่ เพราะเราเชื่อเสมอว่าความพยายามอย่างหนักในสนามซ้อมทุกรูปแบบจะสร้างพลังที่ยิ่งใหญ่ให้คุณไม่กลัวสนามไหนอีกเลย

 

“ถ้าคุณเตรียมตัวพร้อม ซ้อมมาดี มันก็แค่สนามใหม่ที่ใหญ่ขึ้นเท่านั้นเอง”  

 

TCP กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มให้พลังงาน พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในทุกสนามซ้อม ทุกเวที และทุกช่วงเวลาดีๆ ส่งต่อพลังชัยชนะ… เพื่อทุกสนามซ้อมของคุณ

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

RELATED STORIES

MOST POPULAR