ดูเหมือนว่า Swatch Group บริษัทยักษ์ใหญ่เจ้าของแบรนด์ นาฬิกา Omega, Breguet, Longines, Tissot และ อีกมากมาย จะผ่านพ้นช่วงวิกฤตการณ์มาได้แล้ว โดยบริษัทรายงานผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 ที่เพิ่มขึ้น 8.5% ถึงแม้จะพบกับความท้าทายจากความขัดแย้ง และสงครามในตะวันออกกลางเช่นเดียวกับบริษัทอื่นๆ ก็ตาม
เป็นที่รู้กันดีว่า Swatch Group ตกที่นั่งลำบากอย่างต่อเนื่องมา 2 ปี โดยบริษัทมียอดขายลดฮวบ 12% ในปี 2024 และลดลง 7% ในปี 2025 ในขณะที่บริษัทคู่แข่งอย่าง Richemont, Rolex และ LVMH มียอดขายสินค้าที่เติบโตขึ้น หรือลดลงน้อยกว่า และบางกรณียังมีมูลค่าหุ้นสูงขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามช่วงเวลานั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว เพราะยอดขายของ Swatch Group กลับมาฟื้นฟูขึ้นอีกครั้งใน 6 เดือนแรกของปี 2026 อยู่ที่จำนวน 3.1 พันล้านฟรังก์ สวิส โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 2 ของปีที่บริษัทมียอดขายพุ่งสูงขึ้นถึง 9.4%
เบื้องหลังความสำเร็จนี้ Swatch Group ยกย่องแบรนด์ Breguet ที่ทำผลงานครึ่งปีแรกออกมาได้อย่างดีเยี่ยมในช่วงเวลาแห่งความท้าทายของแบรนด์ลักชัวรีผ่านการดึงประโยชน์จากนวัตกรรมใหม่ที่เปิดตัวในช่วงฉลองครบรอบ 250 ปีของแบรนด์มาใช้ นอกจากนั้นยังมี Omega ที่ยอดขายเติบโตขึ้น 20% รวมไปถึงแบรนด์ในเครืออย่าง Longines, Tissot และ Hamilton ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นในตัวเลข 2 หลักอย่างน่าประทับใจเช่นเดียวกัน
สำหรับโปรเจกต์ที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในระดับโกลบอลก็คงหนีไม่พ้นนาฬิการุ่น Royal Pop ที่เป็นการคอลแลบกันระหว่าง Audermrd Piquet x Swatch โดยนาฬิการุ่นนี้ได้รับความสนใจตั้งแต่มีการประกาศว่าสองแบรนด์จะผลิตไอเทมพิเศษออกมา จนกระทั่งเกิดปรากฏการณ์ที่ร้าน Swatch ในหลายประเทศต้องยกเลิกการขายกลางคันเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากฝูงชนจำนวนมหาศาลไปต่อคิวรอซื้อ ซึ่ง Swatch Group เผยด้วยว่า ยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนนับเป็นสัญญาณที่ดีต่อยอดขายของครึ่งหลังปี 2026 ด้วย
ภาพ: OMEGA


