วันนี้ (24 ตุลาคม) ที่ ท้องสนามหลวง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชาชนและสังคมเกิดความกังวล ภายหลัง บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ได้ยื่นขอจดสิทธิคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ในกลุ่ม ‘ใบกะเพรา’ จำนวน 4 สายพันธุ์ ซึ่งหลายฝ่ายเกรงว่าอาจส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกและการจำหน่ายของเกษตรกรรายย่อย
สุริยะ กล่าวว่า ตนรับทราบถึงกรณีที่บริษัทเอกชนได้ทำการวิจัยและยื่นขอจดสิทธิคุ้มครองพันธุ์ใบกะเพรา และเข้าใจเป็นอย่างยิ่งถึงความห่วงใยของประชาชน เนื่องจากกะเพราเป็นพืชที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยและเกษตรกรที่นิยมปลูกเพื่อการบริโภคและจำหน่าย
“ผมขอยืนยันว่าจะต้องปกป้องสิทธิประโยชน์ของเกษตรกรให้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย สิ่งแรกที่จะดำเนินการทันทีคือการสั่งการให้กรมวิชาการเกษตรเข้าไปตรวจสอบกระบวนการขอจดสิทธิคุ้มครองของบริษัทเอกชนรายดังกล่าว ว่าดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และเมื่อได้ผลสรุปอย่างไรจะต้องรีบรายงานให้ทราบโดยเร็ว” สุริยะระบุ
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรอบระยะเวลาในการตรวจสอบ สุริยะระบุว่า ตนพยายามจะเร่งรัดให้ได้ข้อเท็จจริงทั้งหมดโดยใช้เวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ เพื่อให้ทันต่อความสนใจของสังคมและคลายความกังวลให้รวดเร็วที่สุด
ส่วนประเด็นข้อสงสัยที่ว่า สายพันธุ์กะเพรา 4 สายพันธุ์ที่เอกชนอ้างว่าวิจัยขึ้นมาใหม่นั้น มีความคล้ายคลึงกับสายพันธุ์พื้นเมืองเดิมที่มีอยู่แล้วหรือไม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระบุว่า ประเด็นนี้เป็นข้อมูลที่ทางบริษัทได้ชี้แจงมาเบื้องต้น แต่ตนได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตร ซึ่งมีข้อมูลงานวิจัยสายพันธุ์ใบกะเพราของรัฐอยู่แล้ว นำไปตรวจสอบเปรียบเทียบในเชิงลึกอย่างละเอียดอีกครั้ง
ทั้งนี้ สุริยะกล่าวย้ำในตอนท้ายว่า หัวใจสำคัญของการตรวจสอบครั้งนี้ คือการดูแลไม่ให้การขอขึ้นทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ของภาคเอกชน ไปลิดรอนหรือกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของเกษตรกรและชาวบ้านทั่วไปอย่างเด็ดขาด


