×

​สุริยะแจงย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง ไม่เกี่ยวหลาน-ล้างบางคนพรรคกล้าธรรม บอกอยากได้คนมีกำลังทำงาน ไม่ใช่ใกล้เกษียณแล้วเกียร์ว่าง

โดย THE STANDARD TEAM
30.04.2026
  • LOADING...
สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (30 เมษายน) สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงกรณีโยกย้าย ราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นครั้งที่ 2 ว่า เมื่อวานนี้ราเชนได้พูดถึงสาเหตุการถูกโยกย้าย โดยสื่อให้เห็นว่า หลานของตนเองซึ่งเป็นผู้บริหารสายการบินแห่งหนึ่ง พยายามติดต่อขอเข้าพบราเชน แต่ไม่ได้พบ หากย้อนไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ซึ่งทุกคนก็รู้ว่า ช่วงเวลานั้น ตนเองไม่ได้เกี่ยวข้อง และอยู่คนละกระทรวง

 

จากนั้น ราเชนบอกว่าจะแฉ โดยมีบันทึกการสนทนาไว้ว่ามีการโทรหาราเชน ตั้งแต่ 30 มีนาคม 2569 ในช่วงเย็น ใช้เวลา 1 นาที วันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. ใช้เวลา 54 นาที วันที่ 16 เมษายน 2569 ช่วง เวลา 14.00 น. เป็น Missed Call วันที่ 19 เมษายน 2569 ช่วงเที่ยง ใช้เวลา 16 นาที ขณะเดียวกัน 13.00 น. วันเดียวกันใช้เวลา 54 วินาที ซึ่งจะเห็นว่าในข้อเท็จจริง ตนเองไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน ว่าหลานจะติดต่อไปขอพบราเชน หลังจากมีข่าว ตนเองก็ได้สอบถามหลาน ซึ่งก็ยอมรับว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เขาติดต่อไป

 

สุริยะกล่าวอีกว่า ลองคิดดู ถ้าตนเองรู้ว่าหลานติดต่อไป คงจะบอกราเชนว่าหลานอยากขอพบ แสดงว่าตนไม่ได้รับการติดต่อจากหลาน หลานพยายามติดต่อโดยตรง ซึ่งถ้าตนรู้ ก็คงบอกราเชนว่าให้มีการพบกันหน่อย อาจจะมีเรื่องอะไรที่เสนอเป็นประโยชน์หรือไม่ แต่แม้ว่าราเชนให้พบ ยังไงก็ย้ายอยู่ดี เพราะการย้ายไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของหลาน แต่เป็นเรื่องที่ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำกับดูแลเกษตรกรเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีจำนวนมากกว่าภาคธุรกิจอื่น และผลผลิตขณะนี้ก็ตกต่ำ

 

“ผมอยากได้คนมีกำลังวังชาที่จะทำงาน เพื่อสนองนโยบาย ซึ่งสื่อมวลชนก็คงทราบดีว่า ข้าราชการพอใกล้เกษียณ ก็ค่อนข้างจะเกียร์ว่าง ไม่ใช่ผมพูดเองนะ แต่สื่อมวลชนก็รู้ว่าเป็นอย่างนั้น ผมก็เลยเสนอเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นไม่มีเรื่องอื่นเลย” สุริยะกล่าว

 

สุริยะกล่าวอีกว่า มีข่าวออกมาว่า หลานของตนจะไปของานที่กระทรวง ซึ่งเป็นเงินจำนวนมาก แต่ตนจำตัวเลขไม่ได้ แต่ในเมื่อราเชนไม่ยอมให้หลานของตนพบเลย แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าหลานไปของาน มันขัดกับข้อเท็จจริง จึงอยากทำความเข้าใจว่า ตนเองยึดถือความโปร่งใสเป็นหลัก

 

เมื่อถามว่า ได้สอบถามหลานว่ามีการติดต่อราเชนทร์ไปจริงหรือไม่ สุริยะกล่าวว่า หลังเกิดเรื่องได้ถามหลานชายว่าได้ติดต่อไปจริงหรือไม่ ซึ่งหลานยอมรับว่าได้ขอติดต่อจริง แต่หากย้อนไปปี 2568 ซึ่งราเชนบอกว่าหลานได้ติดต่อไปและปรากฎตัวกัน 3 คน แต่หลานชายตนไม่ไปกลัวถูกหลอกจึงไม่ให้พบ พอมาถึงในช่วงนี้หลานชายได้ติดต่อไปจริงแต่ไม่ให้พบ ซึ่งหากเขาต้องการจะพบคงมาบอกตนแล้วแต่ไม่ได้มาบอก เพราะเป็นกิจการธุรกิจของเขาเองไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตนเลย จึงอยากเรียนว่าแม้ครอบครัวตนจะเป็นญาติพี่น้องกันแต่ครอบครัวต่างคนต่างแยกกันไปอยู่มีธุรกิจของตัวเอง ส่วนตนมาอยู่การเมือง

 

ส่วนจะชี้แจงอย่างไรที่หลายคนมองว่าการโยกย้ายครั้งนี้ไม่เป็นธรรมต่อข้าราชการ สุริยะย้อนถามว่า ข้าราชการตรงไหนบ้างตั้งแต่ย้ายมาก็ไม่มีใครมาพูดถึงเรื่องนี้ ให้มาถึงหู มีแค่อธิบดีราเชนคนเดียวเท่านั้นที่พูดอยู่ และขอย้ำว่าตนทำงานการเมืองมาตั้งแต่ปี 2544 มาถึงตอนนี้เกือบ 30 ปีแล้วถูกโยกย้ายมาแล้วหลายกระทรวง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่เจ้าหน้าที่ถูกย้ายแล้วมาว่าตนไม่ให้ความเป็นธรรม ในครั้งนี้การที่อ้างว่าถูกโยกย้ายเพราะไม่เอื้อประโยชน์ให้หลานชายตนไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของการเมืองแต่เป็นเรื่องการบริหารเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของกระทรวงเกษตรฯ

 

ส่วนกรณีที่ราเชนให้เหตุผลในเอกสารลาออกว่าไม่สามารถตอบสนองนโยบายฝ่ายการเมืองได้นั้น สุริยะกล่าวว่า มีอะไรที่สนองฝ่ายการเมืองไม่ได้ ตนไปบีบอะไรท่าน ขอให้ท่านชี้แจงมา แต่ถ้าเสนอสิ่งที่เป็นเท็จ ตนถือว่าได้รับความเสียหายหลังจากตนแถลงครั้งนี้แล้วยังไม่หยุดจะดำเนินการฟ้องคดีและถ้าหากเห็นว่า ไม่เป็นธรรมก็สามารถฟ้องดำเนินคดีกับตนได้

 

เมื่อถามว่า การโยกย้ายครั้งนี้เป็นการล้างคนเก่าของพรรคการเมืองเดิมนั้น สุริยะกล่าวว่า ตอนที่ไปดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็มีคนที่รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยแต่งตั้งไว้อยู่ เช่น อธิบดีกรมทางหลวง และอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ตนก็ไม่เคยโยกย้าย ดังนั้นจึงไม่มีเรื่องการล้างบาง ข้าราชการทุกคนทำตามนโยบายของผู้บริหารและรัฐมนตรีอยู่แล้ว เพราะเขาเป็นมืออาชีพ ฉะนั้นตนไม่จำเป็นต้องไปย้ายใครเพราะเป็นคนของพรรคนั้น

 

ส่วนกรณีที่ราเชนเตรียมที่จะไปขอความเป็นธรรมจากพรรคกล้าธรรมจะทำให้เรื่องนี้ถูกนำไปโยงกับเรื่องการเมืองหรือไม่ สุริยะกล่าวว่า ราเชนพูดเองว่าที่ถูกสั่งย้ายเพราะไม่ให้หลานชายพบจึงไม่ใช่เรื่องของการเมือง ใครจะทำเป็นเรื่องการเมืองก็แล้วแต่ แต่ตนยืนยันว่าการโยกย้ายครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับทางพรรคกล้าธรรม

 

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการเรียกราเชนไปพบ เพื่อพูดคุยเรื่องงบประมาณก่อนโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี นั้น สุริยะกล่าวว่า ก่อนที่ตนจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ คนเดิม ได้จัดทำนโยบายเพื่อเสนองบประมาณฯ เมื่อตนเข้ามาก็ยืนยันไปตามเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยน ส่วนเมื่อวานนี้มีการประชุมงบประมาณกระทรวงเกษตร ราเชนได้เข้าประชุมด้วยแต่ไม่ได้พูดคุยกันอาจเป็นเพราะมีข้าราชการอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งตนก็เคยบอกแล้วว่า ราเชนติดใจอะไรห้องของตนเปิดตลอดเวลา

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising