วันนี้ (19 มิถุนายน) เวลา 14.00 น. ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมการจัดแสดงผลงานนิทรรศการและการเสวนาวิชาการภายใต้แนวคิดทุนทางวัฒนธรรม หรือ Legacy สาขาแฟชั่น พื้นที่ภาคอีสาน ครั้งที่ 3 ณ UDON HALL ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี จัดโดยกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และนำเสนอศักยภาพผ้าไทยร่วมสมัยจากชุมชนต้นแบบทั่วประเทศ ขับเคลื่อนอัตลักษณ์ไทยสู่เวทีโลก
ศุภมาส กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญของจังหวัดอุดรธานี ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดพื้นที่ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และคนรุ่นใหม่ ได้สัมผัสคุณค่าของผ้าไทยและแฟชั่นร่วมสมัยที่เกิดจากการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ พร้อมผลักดันผ้าไทยให้เข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่และตลาดสากลมากขึ้น
กิจกรรมครั้งนี้ยังเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาผ้าไทยและงานหัตถศิลป์ไทยให้คงอยู่คู่สังคมไทย ทรงสร้างอาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎร และทรงเผยแพร่ความงดงามของภูมิปัญญาไทยสู่สายตาชาวโลก
พร้อมกันนี้ ยังเป็นการสืบสานพระราชปณิธานด้านการส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย และร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ผู้ทรงเผยแพร่เอกลักษณ์ความเป็นไทยผ่านการฉลองพระองค์ด้วยผ้าไทยและผ้าพื้นเมืองในการเสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ตลอดจนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้ทรงขับเคลื่อนโครงการ ‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’ และทรงดำรงตำแหน่งเป็นทูตด้านแฟชั่นและการออกแบบขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก หรือ WIPO Ambassador for Fashion and Design โดยทรงเป็นพระองค์แรกที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสให้ประชาชนร่วมกันน้อมถวายความอาลัย ด้วยความสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในฐานะขัตติยนารีผู้ทรงทุ่มเทสืบสานและเผยแพร่ความงดงามของผ้าไทย
ศุภมาส กล่าวต่อว่า ผ้าไทยเป็นทั้งเครื่องแต่งกาย ทุนทางวัฒนธรรม และภูมิปัญญาที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ เมื่อผสานกับการออกแบบร่วมสมัย ผ้าไทยจะสร้างรายได้ให้ชุมชน เพิ่มโอกาสทางอาชีพ และส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยบนเวทีนานาชาติ การจัดงานในพื้นที่ภาคอีสานครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้คณาจารย์ นิสิต นักศึกษา นักออกแบบ ผู้ประกอบการ และชุมชน ได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยน และต่อยอดผ้าไทยสู่อนาคตที่ทันสมัย


