วันนี้ (26 เมษายน) ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความเป็นห่วงต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง และกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชนทุกมิติ ตนในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้รับทราบถึงปัญหาการร้องเรียนที่มีผู้ประกอบการหลอกลงทุนก่อสร้างปั๊มน้ำมัน โดยแอบอ้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์ดัง และใช้สื่อสังคมออนไลน์ เป็นช่องทางโฆษณาชักชวน แต่ธุกิจดังกล่าวไม่เกิดขึ้นจริง จึงได้สั่งการให้ สคบ. เร่งติดตามและตรวจสอบโดยด่วน
สคบ.ได้รีบประสานข้อมูลกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ทราบว่า เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 มีผู้เสียหายจำนวน 6 รายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่ง โดยมีพฤติการณ์โฆษณาว่าสามารถดำเนินการก่อสร้างปั๊มน้ำมันพร้อมระบบครบวงจร เพื่อจูงใจผู้ที่มีที่ดินเปล่าและต้องการสร้างรายได้ แต่เมื่อผู้เสียหายชำระเงินแล้ว กลับพบว่างานไม่คืบหน้าหรือก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน จนไม่สามารถขออนุญาตจากหน่วยงานภาครัฐได้ ซึ่งความเสียหายดังกล่าว รวมมูลค่าหลายล้านบาท และปัจจุบันยังตรวจพบว่ามีการโฆษณาชักชวนในแพลตฟอร์มดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
ศุภมาสกล่าวอีกว่า กรณีดังกล่าวสะท้อนถึงรูปแบบการหลอกลวงที่มีการพัฒนา โดยอาศัยความน่าเชื่อถือของแบรนด์และสื่อสังคมออนไลน์มาเป็นเครื่องมือสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายทั้งในด้านทรัพย์สินและความเชื่อมั่นในการลงทุน จึงได้กำชับให้ สคบ.เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเข้มงวด เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
“เลขา สคบ. รับข้อสั่งการไปแล้ว และได้กำชับให้เร่งประสาน บก.ปอศ. เพื่อสนับสนุนข้อมูลและติดตามความคืบหน้าคดีอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการโฆษณาที่อาจเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค ขณะเดียวกันทาง สคบ. จะตรวจสอบและควบคุมการโฆษณาบนสื่อออนไลน์ หากพบการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย จะใช้อำนาจตามกฎหมายสั่งระงับหรือดำเนินคดีโดยเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบธุรกิจ และข้อควรระวังในการลงทุนที่มีการแอบอ้างแบรนด์หรือผลตอบแทนเกินจริงก่อนทุกครั้ง หากประชาชนได้รับความเสียหายสามารถร้องเรียนหรือขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 หรือผ่านช่องทางออนไลน์ของ สคบ. ตลอด 24 ชั่วโมง” ศุภมาสกล่าว


