เคยสังเกตไหมว่า ทันทีที่แสงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้าในเย็นวันอาทิตย์ ความรู้สึกหน่วงๆ มักก่อตัวขึ้นในใจ ทั้งหดหู่ ทั้งกังวล และไม่อยากให้ถึงวันจันทร์
อาการนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ตั้งแต่ปี 1946 จิตแพทย์ Viktor Frankl ได้ตั้งชื่อว่า Sunday Neurosis เพื่ออธิบายความว่างเปล่าที่เข้ามาแทนที่ทันทีที่สัปดาห์อันวุ่นวายจบลง
ปัจจุบัน เราเรียกอาการนี้ว่า Sunday Scaries หลายคนมักโทษตัวเองว่าเป็นเพราะขี้เกียจหรือไม่อินกับงานที่ทำอยู่ ซึ่งอาจจริงบ้าง แต่ข้อมูลจากวงการประสาทวิทยาและจิตวิทยาชี้ชัดว่า อาการนี้กลับพบบ่อยในคนเก่ง คนขยัน คนที่รักความสำเร็จ เพราะสมองของพวกเขาตื่นตัวต่อหน้าที่จนเกินพอดี
ร่างกาย Log Out จากงาน แต่ทำไมสมองยังจดจ่อ?
สำหรับคนที่คุ้นชินกับการวางแผนหรือแก้ปัญหาทุกวัน สมองจะเสพติดการคาดการณ์ล่วงหน้า พอถึงวันอาทิตย์ที่ไม่มีเนื้องานให้คิด สมองส่วนที่เรียกว่า Default Mode Network (DMN) ซึ่งควรพาเราไปพักผ่อน กลับกลายเป็นเครื่องจำลองสถานการณ์เลวร้ายล่วงหน้า เช่น ลืมตอบอีเมลไหม พรุ่งนี้จะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า
นอกจากนี้ ผลสำรวจจาก Zety แพลตฟอร์มหางานและให้คำแนะนำด้านอาชีพจากสหรัฐฯ ยังพบว่า 73% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีอาการทางกาย เช่น ใจสั่น เหงื่อออก มือเย็น ร่วมด้วย ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาที่เรียกว่า Adrenaline Withdrawal หรือการที่ร่างกายถอนตัวจากโหมดลุยงานอย่างรวดเร็ว จนสมองพยายามสร้างความกังวลขึ้นมาเพื่อกลับไปตื่นตัวอีกครั้ง
Zeigarnik Effect กับดักของงานที่ค้างคา
Zeigarnik Effect คือปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่พบว่า สมองของเราจะจดจำงานที่ยังไม่เสร็จได้ชัดกว่างานที่จบแล้ว เหมือนเวลาเปิดหลายแท็บในเบราว์เซอร์ทิ้งไว้ ยิ่งปล่อยไว้นาน สมองก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ จนต้องคอยย้อนกลับไปคิดซ้ำๆ
สำหรับคนที่ต้องจัดการงานหลากหลายเป็นประจำ ความรู้สึกว่ามีงานค้างอยู่เสมอ จะทำให้แม้จะนั่งดูซีรีส์อยู่บนโซฟา ใจก็ยังวนคิดเรื่องงานอยู่ตลอด ส่งผลให้การพักผ่อนไม่ได้ช่วยฟื้นพลังอย่างที่ควรจะเป็น
Sunday Scaries จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความเหนื่อย แต่คือการที่สมองยังไม่ได้รับสัญญาณว่ามัน ‘ปลอดภัยพอจะพัก’ ได้จริง
วิกฤตเงียบที่กระทบถึงองค์กร
เรื่องนี้ไม่ได้กระทบแค่ระดับบุคคล แต่เริ่มลามไปถึงระดับองค์กร ข้อมูลจาก LinkedIn ชี้ว่า คนทำงานในสหรัฐฯ กว่า 80% เผชิญกับอาการนี้ และ Gallup บริษัทวิจัยด้านแรงงานและพฤติกรรมคนทำงานจากสหรัฐฯ เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า The Great Detachment หรือการแยกตัวทางใจที่ทำให้พนักงานเริ่มถอยห่างจากงานแม้จะยังอยู่ในระบบเดิม
โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ข้อมูลระบุว่ากว่า 20% ตัดสินใจลาออกจากงานเพราะไม่สามารถทนกับความเครียดที่มากับคืนวันอาทิตย์ได้อีกต่อไป นี่คือความสูญเสียที่ไม่ได้เกิดจากเงินเดือนหรือสวัสดิการ แต่จากระบบที่ไม่เข้าใจธรรมชาติของสมองคน
แก้วิกฤต Sunday Scaries ต้องเริ่มที่ใคร
การรับมือกับ Sunday Scaries ไม่ใช่การบอกตัวเองว่าอย่าคิดมาก แต่ต้องมีการจัดการทั้งในระดับระบบและวิธีคิด
- ระดับองค์กร: หลายองค์กร เช่น Volkswagen ปรับระบบอีเมลไม่ให้เข้าหลังเลิกงาน ส่วน Daimler ก็มีฟีเจอร์ Mail on Holiday ที่ลบอีเมลช่วงลาพักร้อนโดยอัตโนมัติ เพื่อให้พนักงานได้พักอย่างแท้จริง เพื่อสร้างวัฒนธรรม Right to Disconnect หรือสิทธิที่จะตัดขาดจากโลกการทำงานหลังเลิกงาน
- ระดับหัวหน้า: การเลื่อนประชุมสำคัญจากเช้าวันจันทร์ไปเป็นบ่าย หรือเลื่อนไปวันอังคาร คือวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้ทีมได้ปรับจังหวะ เรียกพลังกลับมาก่อน
- ระดับบุคคล: ลองใช้เทคนิค Brain Dump โดยเขียนสิ่งที่ต้องทำทั้งหมดในเย็นวันศุกร์ พร้อมระบุขั้นตอนถัดไป ช่วยให้สมองรู้ว่างานถูกจัดการแล้ว และสามารถปิดแท็บในหัวได้ นอกจากนี้ ควรพักผ่อนแบบ Active Leisure เช่น วาดรูป ทำอาหาร หรือออกกำลังกาย เพื่อให้สมองยังได้ทำงานในโหมดโฟกัส แต่ไม่ต้องคิดเรื่องงาน
Sunday Scaries ไม่ได้บอกว่าคุณอ่อนแอ แต่มันแสดงว่าคุณคือคนที่ใส่ใจกับงานมาก จนสมองลืมว่าเวลาไหนควรพัก ถึงเวลาแล้วที่เราจะเรียนรู้ศิลปะของการปล่อยวาง และไว้ใจว่า ‘ตัวคุณในวันจันทร์’ เก่งพอที่จะจัดการทุกอย่างได้ โดยไม่ต้องให้ตัวคุณในวันอาทิตย์มานั่งกังวลล่วงหน้า


