×

ขยายผลเครือข่าย ‘ซุนหมิงเฉิน’ ฟัน 7 คดีหลัก ใช้ดาร์กเว็บประกอบปืนเถื่อน ระเบิดมาจาก 3 ประเทศ พบบัญชีเงินที่ใช้โยงคดีไซเบอร์คนไทย 4 พันกว่าคดี

โดย THE STANDARD TEAM
21.05.2026
  • LOADING...
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวความคืบหน้าคดีซุนหมิงเฉิน

วันนี้ (21 พฤษภาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่มีความเชื่อมโยงกับ ซุนหมิงเฉิน ผู้ต้องหารายสำคัญ

 

โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยกระดับการสืบสวนสอบสวนและแบ่งแยกการดำเนินคดีออกเป็น 7 กลุ่มความผิดหลัก ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ข้อหาการครอบครองอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด ไปจนถึงการฟอกเงินผ่านการทำธุรกรรมสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งประเมินมูลค่าความเสียหายในระบบได้กว่า 815 ล้านบาท

 

กลุ่มที่ 1 คดีความผิดเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืน วัตถุระเบิด และยุทธภัณฑ์ มีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาชาวต่างชาติจำนวน 2 ราย ได้แก่ ซุนหมิงเฉิน และบุคคลใกล้ชิดเพศหญิง

 

กลุ่มที่ 2 คดีขยายผลกรณีอาวุธปืนยาว M4 ดำเนินการจับกุมบุคคลที่ทำหน้าที่จัดหาอาวุธปืนรวม 5 ราย ประกอบด้วยข้าราชการจำนวน 2 ราย และพลเรือน 3 ราย

 

กลุ่มที่ 3 คดีขยายผลกรณีอาวุธปืนสั้น Glock 26 มีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาจำนวน 5 ราย และอยู่ระหว่างการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก 6 ราย โดยพบว่าอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวถูกจดทะเบียนอย่างถูกต้องในครั้งแรก แต่นำมาลักลอบจำหน่ายต่ออย่างผิดกฎหมาย

 

กลุ่มที่ 4 คดีขยายผลกรณีวัตถุระเบิด C4 อยู่ระหว่างการตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวน 4 ราย ซึ่งมีทั้งผู้ที่มีส่วนรู้เห็นกับองค์กรอาชญากรรมและผู้ที่ทำหน้าที่เพียงการขนส่ง เบื้องต้นพบว่าเป็นวัตถุระเบิดเก่าที่มีต้นทางจากประเทศเกาหลี รัสเซีย และเมียนมา

 

กลุ่มที่ 5 คดีขยายผลกรณีการออกบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) ดำเนินการตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่อำนวยความสะดวกในการจัดทำบัตรแสดงถิ่นที่อยู่ให้แก่ซุนหมิงเฉิน ซึ่งในชั้นนี้ยังไม่พบพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยตรง

 

กลุ่มที่ 6 คดีขยายผลเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ดำเนินคดีในฐานความผิดที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน การลักลอบนำพาบุคคลต่างด้าวเข้าเมือง และความผิดตามกฎหมายศุลกากร โดยพยานหลักฐานบ่งชี้ถึงการเตรียมการนำอาวุธออกไปก่อเหตุนอกราชอาณาจักร

 

กลุ่มที่ 7 คดีขยายผลเส้นทางการเงินและการทำธุรกรรมดิจิทัล: ตรวจพบการทำธุรกรรมจากบัญชีหลัก 5 บัญชีของซุนหมิงเฉิน ซึ่งมีความเชื่อมโยงไปยังบัญชีอื่นอีก 648 บัญชี และเกี่ยวพันกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Case ID) จำนวน 4,143 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 815 ล้านบาท

 

ประเด็นสำคัญจากการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์โดยศูนย์พิสูจน์หลักฐาน ระบุว่า อาวุธปืนยาว M4 จำนวน 2 กระบอกที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้นั้น ไม่ได้สูญหายหรือเบิกจ่ายมาจากคลังอาวุธของทางราชการ เนื่องจากไม่พบหมายเลขประจำปืนและไม่มีร่องรอยการขูดลบสัญลักษณ์ของหน่วยงานราชการ แต่เป็นอาวุธปืนดัดแปลงสภาพที่เกิดจากการนำชิ้นส่วนและอะไหล่จากปืนหลายกระบอกมาประกอบเข้าด้วยกัน อาทิ การนำลำกล้องของปืน M16A1 มาดัดแปลงเพื่อเลียนแบบปืน M4 Commando

 

จากการสืบสวนพบว่า ชิ้นส่วนประกอบของอาวุธปืนเหล่านี้ถูกลักลอบจัดหามาจากแหล่งซื้อขายผิดกฎหมาย (ตลาดมืด) รวมถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตใต้ดิน (Dark Web) สำหรับข้าราชการ 2 รายและพลเรือน 3 รายที่ถูกจับกุมนั้น เบื้องต้นถูกดำเนินคดีในฐานะผู้จัดหา อาวุธปืน โดยเจ้าหน้าที่กำลังขยายผลการสืบสวนเชิงลึกเพื่อพิสูจน์ทราบว่า บุคคลกลุ่มนี้มีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะสมาชิกขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติด้วยหรือไม่

 

นอกจากนี้ แม้ผลการตรวจพิสูจน์จะพบเขม่าดินปืนตกค้างภายในลำกล้อง ซึ่งเป็นการยืนยันว่าอาวุธปืนเคยผ่านการใช้งานมาแล้ว แต่เนื่องจากอาวุธดังกล่าวถูกประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนที่ผ่านการใช้งานมาต่างวาระกัน จึงไม่สามารถระบุห้วงเวลาหรือความถี่ในการใช้งานที่แน่ชัดได้

 

“พยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์และบันทึกการสนทนายืนยันอย่างชัดเจนว่า เครือข่ายผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์ที่จะก่อเหตุในประเทศไทย แต่ใช้ประเทศไทยเป็นเพียงจุดพักพิงและจัดเตรียมอาวุธ เพื่อเตรียมการนำออกไปก่อเหตุนอกราชอาณาจักร” โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุ

 

นอกจากนี้ร่องรอยพยานหลักฐานทางดิจิทัลได้นำไปสู่การค้นพบประวัติการสนทนาระหว่างซุนหมิงเฉิน กับผู้สั่งการระดับสูงที่ใช้ชื่อว่าหลานเทียน ซึ่งไม่ได้พำนักอยู่ในประเทศไทย แต่เป็นบุคคลระดับหัวหน้าเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในประเทศกัมพูชา อีกทั้งยังมีเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปถึงกลุ่มของเฉินจื้อตามที่ปรากฏในรายงานข่าวกรองก่อนหน้านี้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับหลานเทียน ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

 

ในส่วนของการตรวจสอบเส้นทางการเงิน กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ได้จัดตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนเพื่อไล่เรียงเส้นทางการทำธุรกรรมจาก 648 บัญชีธนาคาร ที่มีความเชื่อมโยงกับระบบรับแจ้งความออนไลน์กว่า 4,000 คดี โดยจะดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดเป็นรายคดี (Case by Case) และเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนอศาลอนุมัติออกหมายจับซุนหมิงเฉินพร้อมพวกเพิ่มเติม ในฐานความผิดว่าด้วยการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและการฟอกเงิน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising