×

ข้อตกลงหยุดยิงไร้ผล กองทัพซูดานและกองกำลัง RSF ยังปะทะเดือด ประชาชนนับพันหนีออกจากกรุงคาร์ทูม

20.04.2023
  • LOADING...
ซูดาน ปะทะเดือด

กองทัพซูดานและกองกำลังกึ่งทหาร Rapid Support Forces (RSF) ยังคงต่อสู้ห้ำหั่นกันในกรุงคาร์ทูม หลังจากที่ข้อตกลงหยุดยิงครั้งล่าสุดประสบความล้มเหลว ส่งผลให้ประชาชนนับพันคนจำต้องอพยพหนีออกจากเมืองท่ามกลางเหตุปะทะที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ

 

โดยก่อนหน้านี้นานาชาติได้เรียกร้องให้กองกำลังของทั้งสองฝ่ายทำข้อตกลงหยุดยิง 24 ชั่วโมง ซึ่งควรจะมีผลบังคับใช้ในเวลา 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวานนี้ (19 เมษายน) อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ในกรุงคาร์ทูมเล่าว่าการปะทะยังคงรุนแรงต่อเนื่อง

 

ฮิบา มอร์แกน ผู้สื่อข่าวของ Al Jazeera กล่าวว่า “เรายังคงได้ยินเสียงกระสุนปืนในบริเวณใกล้ๆ ทำเนียบประธานาธิบดีและกองบัญชาการกองทัพ…ทั้งสองฝ่ายกล่าวว่าพวกเขาจะยอมปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายหยุดด้วยเท่านั้น”

 

เมื่อช่วงเช้าของวานนี้เสียงระเบิดยังคงดังสนั่นใจกลางกรุงคาร์ทูม รอบๆ บริเวณที่ตั้งกองบัญชาการกองทัพ ซึ่งเมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ พล.อ. อับเดล ฟัตตาห์ อัล-บูร์ฮาน ผู้บัญชาการกองทัพซูดาน กล่าวว่าเขาประจำการอยู่ในสถานที่ดังกล่าว แต่ไม่ชัดเจนว่าเขาได้ย้ายไปประจำการที่อื่นแล้วหรือไม่ในปัจจุบัน

 

สำนักข่าว Reuters รายงานเพิ่มเติมว่า ในย่านจาบราซึ่งอยู่ทางตะวันออกของกรุงคาร์ทูมก็มีการยิงปะทะกันดุเดือด เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่พักอาศัยของ พล.อ. โมฮาเหม็ด ฮัมดัน ดากาโล หรือที่รู้จักในชื่อ เฮเมดติ ผู้บัญชาการกองกำลังกึ่งทหาร RSF รวมถึงครอบครัวของเขา แต่ก็ไม่ชัดเจนว่าผู้นำทหารผู้นี้ยังอาศัยอยู่ในย่านดังกล่าวหรือไม่

 

ควันจากการต่อสู้ลอยโขมงเหนือท้องฟ้าในกรุงคาร์ทูม ท่ามกลางความหวาดกลัวของประชาชนที่ต้องอยู่แบบหวั่นวิตก บางพื้นที่ไฟฟ้าถูกตัด เสบียงอาหารและข้าวของเครื่องใช้จำเป็นของแต่ละครัวเรือนก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ ขณะที่ประชาชนหลายพันคนอพยพหนีไปชาด ประเทศที่มีพรมแดนติดกับซูดาน บ้างก็หนีไปทางตอนใต้ของซูดาน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีรายงานเหตุสู้รบ

 

นับตั้งแต่วันเสาร์ (15 เมษายน) ที่เหตุความขัดแย้งขยายวงเป็นการปะทะรุนแรงกลางเมืองหลวง มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 270 ราย และบาดเจ็บราว 2,600 ราย

 

ภาพ: Ahmed Satti / Anadolu Agency via Getty Images

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising