×

สวรส. เตือนอินฟลูฯ หยุดคอนเทนต์กินดิบ ชี้ทำบาปไม่รู้ตัว ยืนยันชุดตรวจพยาธิใบไม้ในตับได้มาตรฐาน

โดย THE STANDARD TEAM
10.07.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกแสดงชุดตรวจพยาธิใบไม้ในตับ พร้อมข้อความเตือนอินฟลูเอนเซอร์เรื่องการกินดิบและแผนสกัดมะเร็งท่อน้ำดี

วันนี้ (10 กรกฎาคม) ที่สำนักงานสุขภาพแห่งชาติ (สช.) นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวถึงกรณีการคัดกรองพยาธิใบไม้ในตับ ทางปัสสาวะ ด้วยชุดตรวจคัดกรอง OV-ATK ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) พบนิสิตมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับกว่า 4 พันคน ต่อมามีการตั้งคำถามว่า ชุดตรวจดังกล่าวให้ผลลบลวงหรือไม่ เนื่องจากยอดการติดเชื้อสูงมาก

 

นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า ชุดตรวจคัดกรอง OV-ATK ผ่านการทดสอบและขึ้นทะเบียนเป็นชุดตรวจปัสสาวะ เพื่อหาการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้ว โดยมีค่าความไวอยู่ที่ 94.2 % ค่าความจำเพาะ อยู่ที่ 93.2 % ค่าพยากรณ์ผลบวก 93.1 % และค่าพยากรณ์ผลลบ 94.3 % อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทาง สวรส. ได้มีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมในชุดทดสอบดังกล่าว ในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคอีสาน ซึ่งจะครบ 2 ปี ในอีกไม่กี่เดือนก็จะมีการสรุปผล

 

นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า ตามแนวปฏิบัติในการรักษาของกรมควบคุมโรค ต้องมีการตรวจยืนยันผลจากอุจจาระเพิ่มเติม ย้ำว่าชุดตรวจได้ผ่านการทดสอบ และขึ้นทะเบียนแล้ว ซึ่งสิ่งที่เราควรต้องกลัวมากกว่า คือ การให้ผลลบลวง มีการติดเชื้อเกิดขึ้นแล้ว แต่ชุดตรวจกลับตรวจไม่เจอ

 

อย่างไรก็ตาม กรณีที่ตรวจพบนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะทำความเข้าใจกับประชาชนและรณรงค์การไม่กินปลาดิบ หรือแม้แต่ร้านค้าที่บอกว่า เรื่องนี้ทำให้ยอดขายตกนั้นอาจจะเป็นโอกาสดีที่จะมีการรณรงค์ ติดป้ายให้รู้ว่าร้านของท่านใช้ปลาร้าต้มสุก ก็จะทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจ และยอดขายเพิ่มขึ้นได้

 

นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า จากข้อมูล ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ ไม่น้อยกว่า 6 ล้านคน และมีโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็งท่อน้ำดีในอีก 20-30 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นมะเร็งที่ทำให้เสียชีวิตอันดับต้นๆ ของไทย โดยเฉพาะภาคอีสานที่พบผู้เสียชีวิตจากมะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำดี สูงถึง 6,500 คนต่อปี สูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษา 13,500 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ยังพบว่ามีสัญญาณการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับกับประชากรภูมิภาคอื่นๆ ด้วย

 

ส่วนผลการวิจัยการตรวจคัดกรองด้วย OV-ATK ในประชากร 2 แสนคน เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567-9 กรกฎาคม 2569 พบว่า มีผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับเฉลี่ย 28% กลุ่มอายุ 15-29 ปี พบติดเชื้อ 30.36% เพราะเด็กวัยนี้กินอาหารเหมือนคนในครอบครัวตั้งแต่เล็กจึงไม่น่าแปลกใจที่จะตรวจพบพยาธิใบไม้ในตับเมื่อเข้าสู่มหาวิทยาลัย หรือที่พบในนิสิตนักศึกษาพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม

 

ส่วนการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับระดับสูงนั้น เป็นปกติเหมือนอดีตที่ผ่านมา หรือเพิ่มขึ้นหลังกระแสโซเชียลมีเดียมักทำคอนเทนต์ กินแปลก กินแซ่บ กินดิบ นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า ถ้าเทียบกับเครื่องมือการตรวจแบบเดิม ก็ถือว่าดีขึ้นบ้าง แต่จากชุดตรวจที่ออกมาพบเปอร์เซ็นต์การติดเชื้อสูง แม้ไม่เท่าประเทศเพื่อนบ้านแต่เราก็ไม่ถือว่าพอใจ เพราะตัวเลขผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่เกิดจากพยาธิใบไม้ในตับสูงขึ้นเรื่อยๆ เป็นเรื่องที่เราต้องจัดการ

 

“เราไม่อยากให้คนเป็นมะเร็ง ซึ่งง่ายๆ เลยคือไม่กินของดิบ แต่การสู้กับพฤติกรรมของคนไม่ใช่เรื่องหมู ดังนั้น เราอาจจะต้องตั้งวงคุยกับอินฟลูเอ็นเซอร์ว่าท่านอาจจะกำลังทำบาปที่แนะนำคนกินแปลก กินดิบไม่ว่าจะเป็นปลาดิบ หมูดิบ เนื้อดิบ ล้วนมีเชื้อก่อโรค” นพ.ศุภกิจ กล่าว

 

ด้าน ผศ.นพ.อรรถพล ติตะปัญ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์มะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า พยาธิใบไม้ในตับ เป็นตัวเดียวที่ทำให้ไทยกลายเป็นนครแห่งมะเร็งท่อน้ำดี เพราะ 70-80% ของมะเร็งท่อน้ำดีในไทยเกิดจากการอักเสบเรื้อรังจากการติดพยาธิใบไม้ในตับ

 

แม้ปัจจุบันเทคโนโลยีจะสามารถผ่าตัดรักษาได้ แต่อัตรารักษาหายยังต่ำ แม้พบตั้งแต่ระยะต้น ก็มีเพียง 20% เท่านั้น ที่ผ่าตัดรักษาได้

 

นพ.ยงเจือ เหล่าศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การติดเชื้อใบไม้ในตับ มียารักษา ซึ่งองค์การอนามัยโลกระบุว่า หากพื้นที่ที่พบการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับเกิน 20 % ก็ให้รับประทานยาเลย ปีละ 1 ครั้ง โดยไม่ต้องตรวจยืนยัน ส่วนที่พบน้อยกว่า 20% ก็รับประทานยา 2 ปี ครั้ง

 

ทั้งนี้ ยาดังกล่าวซื้อได้ในราคาไม่แพง ในร้านขายยา แต่ต้องมีเภสัชกรเป็นผู้จ่ายยา และแม้ว่ายาจะไม่มีอันตราย แต่ยาไม่ใช่ขนมที่จะกินบ่อยๆ ได้ ที่สำคัญคือต้องปรับพฤติกรรมรับประทานเมนูปลาน้ำจืดดิบ

 

ขณะที่ นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร ผอ.แผนงานเป้าหมายสำคัญฯ กล่าวว่า เป้าหมาย ที่ตั้งไว้คือ ลดความชุกพยาธิใบไม้ในตับ เหลือน้อยกว่า 10% ต้องวินิจฉัยมะเร็งท่อน้ำดีระยะเริ่มต้นหาเจอเร็วขึ้น 50% ใน 2 ปี เพิ่มอัตรารอดชีพมากกว่า 30% ภายใน 2 ปี บูรณาการร่วมหลายหน่วยงานเพื่อแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ช่วยกันสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ

 

นอกจากนี้ ต้องสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับอันตรายของโรคพยาธิใบไม้ในตับและมะเร็งท่อน้ำดี เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ที่จะนำร่องในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายในมีนาคม 2570 ก่อนสรุปผลโครงการเพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลต่อไป

 

รศ.วัชรินทร์ ลอยลม รักษาการผอ.สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวเสริมว่า ครั้งนี้เป็นการนำงานวิจัยที่ทำมานานถึง 30 ปี มาปฏิบัติจริงในพื้นที่ หลังเริ่มงานนี้ช่วยให้เห็นว่าถ้าจะกำจัดมะเร็งท่อน้ำดี ต้องมีอะไรบ้าง ถือเป็นโอกาสดีที่ไทยซึ่งเป็นแหล่งที่มีมะเร็งท่อน้ำดีสูงสุดในโลก จะมีนวัตกรรมที่ช่วยกู้สถานการณ์

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising