×

แม้รถยนต์ญี่ปุ่นปรับตัวไม่ทันและเสียเปรียบในตลาด EV! แต่ ‘เศรษฐา’ ยันไม่ลืมญี่ปุ่น ผู้บุกเบิกไทยเป็นดีทรอยต์แห่งเอเชีย ย้ำจุดยืนไทยเป็นกลาง Geopolitics

29.09.2023
  • LOADING...

“วันนี้ผมได้รับเสียงสะท้อนจากนักลงทุนชาวญี่ปุ่น ในเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ค่ายรถญี่ปุ่นนั้นอาจจะช้าและปรับตัวไม่ทัน” นายกฯ เล็งคลอดมาตรการสนับสนุนสำหรับรถยนต์สันดาปควบคู่ไปกับการส่งเสริมยานยนต์ EV เพื่อดึงดูดนักลงทุนการย้ายฐานเข้ามาผลิตรถสันดาปในไทยมากขึ้น และช่วยปรับตัวก่อนยกเครื่องอุตสาหกรรม EV เต็มรูปแบบ เผยเตรียมเยือนญี่ปุ่นเดือนธันวาคมนี้ พร้อมมองประเด็น Geopolitics เป็นเรื่องของจีนกับสหรัฐฯ ไทยเป็นประเทศเล็ก ไม่เลือกไปกับประเทศใดประเทศหนึ่ง ย้ำจุดยืนความเป็นกลาง

 

วันนี้ (29 กันยายน) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ ‘Next Chapter ประเทศไทย’ จัดโดยหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ในบางตอนว่า รัฐบาลได้รับเสียงสะท้อนจากนักลงทุนชาวญี่ปุ่นว่า การขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในไทยอาจล่าช้าและทำให้แบรนด์ญี่ปุ่นหลายค่ายรถปรับตัวไม่ทัน  ซึ่งจะทำให้เสียเปรียบและเกิดการแข่งขันในตลาดรถยนต์ในประเทศไทยในที่สุด 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

“ญี่ปุ่นมีความกังวลว่าเมื่อรถยนต์ EV เข้ามามากขึ้น เขาจะเสียเปรียบในทางธุรกิจ เรากำลังพิจารณามาตรการและแพ็กเกจที่เหมาะสม เพราะตลาดรถยนต์สันดาปในไทยนั้นถือเป็นตลาดใหญ่ และมีการจ้างงานอยู่จำนวนมาก” เศรษฐากล่าว

 

เศรษฐายังระบุอีกว่า เบื้องต้นได้หารือกับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในแนวทางการดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนญี่ปุ่น ผมยืนยันว่าผมไม่ลืมต้นน้ำที่ญี่ปุ่นเคยช่วยเหลือเมืองไทย จนทำให้ไทยเป็นดีทรอยต์เอเชียของรถยนต์สันดาป และไม่ลืมว่าญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนที่มีการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ในประเทศไทยสูงที่สุดจนทำให้ไทยเติบโตมากขึ้นถึงปัจจุบัน 

 

อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้รัฐบาลยังคงสนับสนุน EV ต่อไป ควบคู่ไปกับการดูแลอุตสาหกรรมเดิม ซึ่งมองว่ารถยนต์สันดาปยังคงอยู่ต่อไปอีก 10-15 ปี ดังนั้น จะทำอย่างไรให้ธุรกิจนี้อยู่ได้ในตลาดยานยนต์ไทย 

 

“เพราะหากซัพพลายเชนหายไป หรือไม่ได้รับการสนับสนุน จะทำให้แรงงาน ประชาชนที่ทำงานในประเทศไทยที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้เดือดร้อน”

 

เยือนญี่ปุ่นหารือทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์

 

ดังนั้น ในช่วงเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ จะนำคณะทำงานเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและหารือถึงทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งไทยเราอาจมีนโยบายว่าจะทำอย่างไรให้ไทยยังคงเป็นศูนย์กลางของการผลิตรถยนต์สันดาปหรือรถใช้น้ำมันที่ค่ายรถยนต์สามารถผลิตอยู่ได้เป็นช่วงท้ายๆ

 

“เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ผมจะพูดคุยกับสมาคมยานยนต์เพื่อให้มีการย้ายฐานการผลิตเข้ามาผลิตในไทยเพื่อให้ส่งออกไป ทำให้ซัพพลายเชนของรถยนต์สันดาปยาวออกไป แล้วให้เขาปรับตัวอยู่กับโลกที่เปลี่ยนแปลงได้ด้วย”

 

นอกจากนี้ เศรษฐายังกล่าวอีกว่า ประเด็น Geopolitics เป็นเรื่องบาลานซ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ดังนั้น ไทยเป็นเพียงประเทศเล็ก จะไม่เลือกไปกับประเทศใดประเทศหนึ่ง ย้ำในจุดยืนความเป็นกลาง 

 

อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวระบุว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา เห็นชอบงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อดำเนินการตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จำนวน 1,024,414,000 บาท ที่อยู่ภายใต้มาตรการ EV 3.0 

 

เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเงินอุดหนุนตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อให้มาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ เนื่องจากมาตรการเดิมจะสิ้นสุดในเร็วๆ นี้

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising