×

Extraction 2 กับเกร็ดน่าสนใจและเบื้องหลังฉากแอ็กชันที่ดุเดือดและท้าทายขึ้นกว่าเดิม

14.06.2023
  • LOADING...
Extraction 2

Extraction (2020) ผลงานการกำกับของ Sam Hargrave ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์แอ็กชันสุดระห่ำที่ผู้ชมหลายคนต่างชื่นชมการออกแบบฉากแอ็กชันที่สนุกตื่นเต้นและลุ้นระทึก โดยเฉพาะฉากแอ็กชันแบบ One Shot หรือการถ่ายทำที่นำช็อตต่างๆ มาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นฉากที่มีเหตุการณ์ต่อเนื่องกันโดยที่ผู้ชมไม่รู้สึกถึงการตัดต่อ เพื่อพาผู้ชมไปติดตามการบู๊แหลกฝ่าดงกระสุนของ Chris Hemsworth ผู้รับบทเป็นทหารรับจ้างมากฝีมืออย่าง Tyler Rake ซึ่งมีความยาวร่วม 12 นาที จนกลายเป็นอีกหนึ่งฉากแอ็กชันที่ผู้ชมจดจำ

 

ปีนี้ Sam Hargrave และ Chris Hemsworth กำลังจะกลับมาสานต่อภารกิจสุดระห่ำอีกครั้งใน Extraction 2 พร้อมกับขยับขยายเรื่องราวและยกระดับฉากแอ็กชันให้ดุเดือดมากขึ้นกว่าภาคแรก ด้วยฉากต่อเนื่องที่ยาวขึ้นถึง 21 นาที THE STANDARD POP จึงถือโอกาสพาผู้ชมไปร่วมสำรวจเกร็ดน่าสนใจและเบื้องหลังการสร้างสรรค์ฉากแอ็กชันของ Extraction 2 เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องก่อนไปร่วมทำภารกิจเสี่ยงชีวิตกับ Chris Hemsworth กันอีกครั้ง 16 มิถุนายนนี้ ทาง Netflix

 

 

Extraction 2 กับการสำรวจบาดแผลในอดีตของ Tyler Rake

 

อย่างที่ผู้ชมหลายคนทราบกันแล้วว่าในฉากสุดท้ายของ Extraction ภาคแรก Tyler Rake ที่ต้องเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยเหลือเด็กหนุ่มวัย 14 ปีที่ถูกพ่อค้ายาจับตัวไป จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและพลัดตกจากสะพาน ซึ่งทำให้ใครหลายคนต่างเข้าใจว่า Tyler ได้เสียชีวิตไปแล้ว ก่อนที่ตัวอย่างของ Extraction 2 จะเผยให้เราเห็นว่ามีกลุ่มคนปริศนาได้เดินทางมาช่วยเหลือ Tyler จนทำให้เขารอดชีวิตมาได้ในที่สุด

 

สำหรับ Extraction 2 จะดำเนินเรื่องราวหลังจากภาคแรกนาน 9 เดือน ภายหลังจากที่อาการบาดเจ็บของ Tyler เริ่มดีขึ้น เขาก็ได้รับการติดต่อจาก Nik Khan (Golshifteh Farahani) ให้ไปทำภารกิจช่วยเหลือครอบครัวที่ถูกแก๊งมาเฟียชาวจอร์เจียจับตัวไป แต่ดูเหมือนว่าภารกิจครั้งนี้จะโหดหินมากกว่าเดิม เมื่อครอบครัวนี้ถูกจับอยู่ในคุกที่มีการป้องกันแน่นหนา Tyler จึงต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อฝ่าวงล้อมของศัตรูเพื่อช่วยชีวิตตัวประกันให้สำเร็จ ไปพร้อมกับการหาคำตอบว่าเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ของตัวเองคืออะไรกันแน่

 

โดยจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้กำกับ Sam Hargrave และทีมสร้างตัดสินใจกลับมาสานต่อเรื่องราวของ Tyler Rake ในครั้งนี้ ต้องย้อนกลับไปในช่วงที่ Extraction ภาคแรกได้มีการจัดฉายรอบทดสอบ ซึ่งเสียงตอบรับจากผู้ชมค่อนข้างไปในทิศทางบวก Sam Hargrave และมือเขียนบทอย่าง Joe Russo จึงเริ่มมองเห็นความเป็นไปได้ในการสานต่อเรื่องราวของ Tyler Rake แต่ในตอนแรกพวกเขายังไม่มั่นใจว่าเมื่อภาพยนตร์ออกฉายทั่วโลกแล้วจะได้ผลตอบรับที่ดีจากผู้ชมเช่นเดียวกับรอบทดสอบหรือไม่ กระทั่ง Extraction เริ่มออกฉายในปี 2020 ภาพยนตร์ก็ได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ชมอย่างเนืองแน่น จึงทำให้ Sam Hargrave มั่นใจว่า Tyler Rake เป็นตัวละครที่น่าสนใจมากพอและสามารถสานต่อเรื่องราวต่อไปได้อย่างที่พวกเขาคิดไว้จริงๆ

 

 

ส่วนในภาคนี้ Sam Hargrave ได้เล่าถึงเป้าหมายสำคัญในการสานต่อเรื่องราวของ Tyler Rake ว่า “เราต้องการเจาะลึกลงไปในภูมิหลังของ Tyler Rake และค้นหาว่าอะไรทำให้เขากลายเป็นคนแบบนี้ ภาคแรกนั้นบอกเป็นนัยๆ ว่ามีเหตุการณ์ที่ชวนสะเทือนอารมณ์ โศกนาฏกรรมในครอบครัว แต่โดยรวมแล้วเขาก็ยังเป็นตัวละครที่ลึกลับ ดังนั้นเราจึงอยากจะเล่าเรื่องราวที่เจาะลึกขึ้นเพื่อเผยว่าแรงผลักดันของเขาคืออะไร ภาคนี้จะค่อยๆ ขยายเรื่องราวทั้งภายนอกและภายในจิตใจของ Tyler”

ด้าน Chris Hemsworth หนึ่งในนักแสดงนำและโปรดิวเซอร์ของ Extraction 2 ได้เล่าถึงบทบาทของ Tyler Rake ในภาคนี้ว่า “การเล่าถึงตัวละครโดยไม่แตะอดีตนั้นเป็นเรื่องที่ยากครับ เรื่องราวส่วนใหญ่ในภาคแรกเกี่ยวกับ Rake และเด็กหนุ่มที่เขาเข้าไปช่วยเหลือ เราแตะภูมิหลังของเขาเพียงนิดเดียวเท่านั้น Extraction 2 จึงเป็นโอกาสที่จะได้ขุดลึกลงไป และหาคำตอบว่าเพราะอะไรเขาถึงเป็นคนแบบนี้ อะไรผลักดันในเขาทำงานนี้ และสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความเจ็บปวดและแตกสลายของตัวละครนี้คืออะไร เราจะเจาะลึกกันมากขึ้นและเปิดเผยที่มาที่ไป ซึ่งเป็นอะไรที่เจ๋งและสนุกมากครับ”

 

 

เบื้องหลังการสร้างฉากแอ็กชันที่ดุเดือด ท้าทาย และสมจริง

 

นอกเหนือจากที่ผู้ชมจะได้ไปสำรวจบาดแผลในอดีตของ Tyler Rake แล้ว Extraction 2 ยังมาพร้อมกับฉาก One Shot ที่ถูกยกระดับให้ดุเดือดมากขึ้นกว่าภาคแรก ด้วยความยาวที่เพิ่มขึ้นถึง 21 นาที ซึ่ง Chris Hemsworth ยังคงรับหน้าที่แสดงฉากสตันท์ด้วยตัวเองทั้งหมด ยกเว้นเพียงไม่กี่ฉากที่อันตรายเกินไปสำหรับนักแสดงนำ

 

หนึ่งในฉากแอ็กชันที่เราได้เห็นกันไปบ้างแล้วในตัวอย่าง คือฉากการแหกคุกของ Tyler Rake ที่ต้องฝ่าวงล้อมของทหารนับร้อย โดยทีมสร้างใช้เวลาในการวางแผนถ่ายทำฉากดังกล่าวนานกว่า 3 เดือน และตัดสินใจใช้ทีมสตันท์มาเข้าร่วมฉากมากถึง 400 คน เพื่อฉายภาพความโกลาหลและอุปสรรคมากมายที่ Tyler Rake ต้องฝ่าฟันให้ออกมาสมจริงมากที่สุด

 

ขณะที่ Chris Hemsworth ต้องฝึกฝนท่าทางการต่อสู้กว่า 5,000 ท่า และเข้ารับการฝึกอบรมควบคุมเปลวเพลิงเพื่อใช้แสดงในฉากแอ็กชันที่แขนของเขาจะติดไฟหลังจากระเบิดขวดปะทุขึ้นเหนือศีรษะได้อย่างปลอดภัย

 

โดย Shane Habberstad หนึ่งในผู้กำกับฉากสตันท์ ได้เล่าถึงความท้าทายในการสร้างสรรค์ฉากแอ็กชันของ Extraction 2 ไว้ว่า “ทุกครั้งที่จะถ่ายทำภาพยนตร์ เราก็คิดว่า ให้ตายเถอะ หลังจาก Fast & Furious ฉายมาแล้ว 10 ภาค เราจะถ่ายทำฉากไล่ล่าด้วยรถให้แปลกใหม่ได้ยังไง นอกจากนี้ก็ยังมีภาพยนตร์มากมายจากฮ่องกงที่ใช้ศิลปะป้องกันตัวหลากหลายรูปแบบ ไปจนถึง John Wick ที่เพิ่งออกฉายเมื่อเร็วๆ นี้ เราจะสร้างฉากต่อสู้ซึ่งใช้อาวุธที่แปลกใหม่น่าสนใจยังไงดี คำตอบของพวกเราใน Extraction 2 นั้นไม่ใช่แค่การยำทุกอย่างไว้ในฉากถ่ายต่อเนื่องเพียงฉากเดียว แต่เป็นการทำออกมาให้จริงที่สุดและใช้กล้องบันทึกทุกอย่างไว้”

 

 

อีกหนึ่งฉากแอ็กชันที่ท้าทายไม่แพ้กันคือฉากการไล่ล่าบนรถไฟ ที่ผู้กำกับและทีมสร้างตัดสินใจนำเฮลิคอปเตอร์มาลงจอดขณะที่รถไฟกำลังแล่นอยู่

 

โดยไอเดียแรกเริ่ม ทางทีมสร้างวางแผนให้ทีมสตันท์โรยตัวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น ก่อนที่ Fred North นักบินมากประสบการณ์ ผู้รับหน้าที่ขับเฮลิคอปเตอร์ที่ปรากฏในฉาก ได้เสนอไอเดียในการจอดเฮลิคอปเตอร์บนรถไฟที่กำลังวิ่งด้วยความเร็ว 50 ไมล์ต่อชั่วโมง เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้กับฉากแอ็กชันฉากนี้

 

ทีมสร้างใช้เวลาในการเตรียมการและฝึกซ้อมสำหรับฉากดังกล่าวประมาณ 3 สัปดาห์ โดย Fred North เริ่มต้นฝึกซ้อมการลงจอดเฮลิคอปเตอร์บนรถบรรทุกพ่วงคอนเทนเนอร์ที่กำลังวิ่งบนรันเวย์ด้วยความเร็ว 20 ไมล์ต่อชั่วโมง และค่อยๆ เร่งเป็นความเร็ว 80 ไมล์ต่อชั่วโมง

 

อีกทั้งยังมีสตันท์แมนที่นั่งมากับเฮลิคอปเตอร์จำนวน 5 คน ที่จะต้องกระโดดลงมาบนรถไฟอย่างรวดเร็ว จึงให้น้ำหนักบนเฮลิคอปเตอร์หายไป 1,000 ปอนด์ Fred North จึงต้องวางแผนในการควบคุมเพื่อไม่ให้เฮลิคอปเตอร์เสียการทรงตัว โดยหลังจากซ้อมลงจอดมากว่า 100 ครั้ง Fred North และทีมสร้างก็สามารถถ่ายทำฉากเฮลิคอปเตอร์ลงจอดบนรถไฟได้สำเร็จใน 2 เทค และไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

 

 

ทีมงานเบื้องหลังและทัพนักแสดงมากฝีมือที่มาร่วมทำภารกิจสุดระห่ำครั้งใหม่

 

นอกเหนือจากชื่อของผู้กำกับ Sam Hargrave และมือเขียนบท Joe Russo แล้ว Extraction 2 ยังมีทีมงานเบื้องหลังมากฝีมือที่จะมาร่วมทำภารกิจสุดระห่ำครั้งใหม่ นำโดย Joe Russo และ Anthony Russo ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของภาพยนตร์ฮีโร่ระดับปรากฏการณ์อย่าง Avengers: Endgame (2019) มาดูแลในตำแหน่งโปรดิวเซอร์, Greg Baldi จาก The Gray Man (2022) มารับหน้าที่ผู้กำกับภาพ, Philip Ivey จาก District 9 (2009) และ Extraction กลับมารับหน้าที่ออกแบบงานสร้าง, Alex Rodríguez จาก Children of Men (2006) มารับหน้าที่ตัดต่อ, Alex Belcher จาก Extraction และ Henry Jackman จาก Captain America: The Winter Soldier (2014) มารับหน้าที่ประพันธ์ดนตรีประกอบ

 

รวมถึง 3 นักแสดงนำจากภาคแรกอย่าง Chris Hemsworth, Golshifteh Farahani และ Adam Bessa ที่จะกลับมาร่วมทำภารกิจเสี่ยงตายอีกครั้ง พร้อมด้วยทีมนักแสดงชุดใหม่ นำโดย Idris Elba ที่เคยร่วมงานกับ Chris Hemsworth มาแล้วใน Thor: Ragnarok (2017), Olga Kurylenko จาก Quantum of Solace (2008) และ Tinatin Dalakishvili จาก Abigail (2019)

 

รับชมตัวอย่างได้ที่นี่:

 

 

ภาพ: Netflix

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising