×

Spotify-JOOX-Apple Music สตรีมมิงมิวสิกไหนที่เหมาะกับคุณ

23.08.2017
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

6 Mins Read
  • บริการสตรีมมิงมิวสิก Spotify เพิ่งจะเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ทำให้เหล่าคนรักเสียงเพลงได้ตัวเลือกในการฟังเพลงผ่านการสตรีมมิงเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งช่องทาง จนเกิดเป็นคำถามที่หลายๆ คนคงถามตัวเองกันอยู่ว่า บริการสตรีมมิงมิวสิกของที่ไหนดีที่สุด?
  • Apple Music มีเพลงเยอะ (ถ้าเทียบกับ Spotify ก็สูสี) อยู่ที่ประมาณ 30-40 ล้านเพลงในคลังเพลง ซึ่งรวมเพลงทุกสัญชาติ ทุกภาษา
  • JOOX มีลูกเล่นให้เล่นเยอะกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ผูกพันกับโซเชียลมีเดีย แถมยังเป็นบริการสตรีมมิงมิวสิกที่เดียวที่ฟังเพลง RS ได้
  • Spotify เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2006 และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย มียอดผู้ใช้งานเป็นอันดับ 2 รองจาก Youtube

คุณเหมาะกับบริการสตรีมมิงมิวสิกใดมากที่สุด (Apple Music, JOOX, Spotify)

 

ปกติคุณฟังเพลงที่ไหนบ้าง

     a.ฟังเวลานั่งทำงานนะ

     b. ฟังตอนเดินทางนี่แหละ ก็รถมันติด

     c. ไม่รู้สิ ฟังทุกที่ที่ฟังได้

 

สถานะความสัมพันธ์ของคุณตอนนี้

     a. มีแฟนแล้วจ้า

     b. ไม่มีแฟน แต่ก็อยู่กับเพื่อน กับครอบครัวตลอดนะ

     c. เด็กมีปัญหาหาหา…แฟนไม่ได้เลยเธอ

 

คุณใส่ใจคุณภาพของเสียงเพลงเวลาฟังเพลงแค่ไหน

     a. ใส่ใจสิ มันสำคัญนะ

     b. ไม่ค่อยเท่าไร

     c. ไม่แน่ใจ ถ้าพอฟังได้ก็ฟัง

 

คุณติดโซเชียลมีเดียแค่ไหน

     a. กลางๆ ก็เล่น Facebook เป็นหลัก

     b. ไม่แชร์อะไรมาก เล่น Instagram มากกว่า

     c. ติดทุกอย่างเลย! ชอบแชร์ ชอบแชต

 

ถ้าจะซื้อของชิ้นหนึ่ง คุณจะให้ความสำคัญกับอะไรเป็นอันดับแรก

     a. คุณภาพก็ต้องดี ดีไซน์ก็ต้องดี  

     b. ใช้งานได้ เรียบง่ายแต่ตอบโจทย์ แนวมินิมัล

     c. ฟังก์ชันเยอะๆ ต้องมาก่อน ยิ่งเยอะยิ่งคุ้ม

 

เลือกศิลปินที่คุณชอบที่สุด

     a. Calvin Harris, Ed Sheeran

     b. Coldplay, Justin Bieber

     c. ฟังศิลปินไทยมากกว่า

 

ปกติคุณมีนิสัยในการฟังเพลงแบบไหน

     a. หาเพลงใหม่ฟังไปเรื่อยแล้วแต่อารมณ์

     b. ฟังเพลงเยอะนะแต่ก็ชอบแต่เพลงเก่าๆ เดิมๆ นี่แหละ

     c. ชอบฟังแล้วร้องตาม

 

     เฉลย! ถ้าคุณเลือกข้อ a. มากที่สุด เป็นไปได้ว่าคุณอาจจะเหมาะกับบริการสตรีมมิงมิวสิกน้องใหม่อย่าง Spotify นี่แหละ ด้วยเพลย์ลิสต์ที่มีให้เลือกหลากหลาย และบริการที่ครบครันก็สามารถตอบโจทย์การฟังเพลงของคุณได้ ส่วนคนที่เลือกข้อ b. มากที่สุด คุณอาจจะเหมาะกับ Apple Music เพราะคลังเพลงที่เยอะจนครอบคลุมทุกแนว และดีไซน์ที่ชนะใจสายมินิมัลแน่นอน แต่ถ้าคำตอบของคุณคือข้อ c. มากที่สุด คุณคือสายเพลงไทยตัวจริง และไม่มีบริการสตรีมมิงมิวสิกที่ไหนที่ได้ใจคนไทยได้เท่า JOOX แล้ว!

     ควิซด้านบนอาจจะช่วยให้คำตอบกับคุณได้อย่างคร่าวๆ เท่านั้น เพราะแน่นอนว่าการจะตัดสินใจเลือกบริการ ‘สตรีมมิงมิวสิก’ ก็ต้องอาศัยข้อมูลอื่นๆ อีกมาก ยิ่งบริการสตรีมมิงมิวสิก Spotify เพิ่งจะเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ทำให้เหล่าคนรักเสียงเพลงได้ตัวเลือกในการฟังเพลงผ่านการสตรีมมิงเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งช่องทาง จนเกิดเป็นคำถามที่หลายๆ คนคงถามตัวเองกันอยู่ว่าบริการสตรีมมิงมิวสิกของที่ไหนดีที่สุด?

     แต่คำว่า ‘ดี’ ของแต่ละคนก็คงมีคำนิยามที่ต่างกัน เพราะสุดท้ายบริการสตรีมมิวสิกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ก็ควรจะเป็นบริการที่ ‘เหมาะสม’ กับคุณมากที่สุด THE STANDARD จึงสรุปคาแรกเตอร์หลักๆ ของ 3 บริการสตรีมมิงมิวสิกในประเทศไทย มาให้ได้อ่านแบบเข้าใจง่ายๆ ไม่ซับซ้อน

 

 

‘Apple Music’ นักธุรกิจวัยกลางคนชาวต่างชาติสาย Apple

     Apple Music ถือเป็นบริการสตรีมมิงมิวสิกยุคบุกเบิกที่ผันตัวมาจาก iTunes นึกภาพนักธุรกิจพันล้านที่มีอาวุธครบมือ ทั้งทุนในการตั้งธุรกิจ และคอนเน็กชันจากศิลปินรอบด้าน ทำให้ Apple Music สร้างเนื้อสร้างตัวได้อย่างรวดเร็วในฐานะบริการสตรีมมิงมิวสิกระดับโลก พร้อมศิลปินที่หันมาทำโปรเจกต์พิเศษให้เฉพาะ Apple Music

     แต่ด้วยความที่มาจากสาย Apple ทำให้ Apple Music สะดวกสำหรับคนใช้งาน Apple เหมือนกันมากกว่า เพราะเป็นแอปฯ ที่ฝังมากับ iPhone อยู่แล้ว จะต่อเข้า MacBook ก็มี iTunes ที่รองรับ Apple Music แม้ภายหลัง Apple Music จะใจกว้าง เปิดให้ชาว Android ดาวน์โหลดไปใช้ แต่ก็ยุ่งยากพอตัว (เพราะต้องสมัคร Apple ID อีกที) แล้วถ้ามีเพลงอยู่ใน Android อยู่แล้ว จะมาฟังใน Apple Music รวมกันทีเดียวก็ไม่ได้ อย่างที่บอกว่า นักธุรกิจคนนี้เขาสาย Apple เป็นหลัก

 

 

Appearance

     เชิ้ตขาว สะอาดสะอ้าน แต่งตัวดีมาดนักธุรกิจ เพราะอินเตอร์เฟซหลักของ Apple Music เน้นความเรียบง่าย สะอาดตา ตัดกับปกอัลบั้มที่ถูกจัดวางให้เห็นเด่นชัด พื้นหลังสีขาว ต่างกับคู่แข่งอีก 2 เจ้าที่เหลือ สำหรับคนที่ใช้อุปกรณ์ในเครือ Apple อยู่แล้ว คงคุ้นตากับ UX/UI ใน Apple Music

 

Pros

     Apple Music มีเพลงเยอะ (ถ้าเทียบกับ Spotify ก็สูสี) อยู่ที่ประมาณ 30-40 ล้านเพลงในคลังเพลง ซึ่งรวมเพลงทุกสัญชาติ ทุกภาษา เหมาะสำหรับคนที่อยากหาเพลงใหม่ๆ ฟัง เพราะมีทั้งเพลย์ลิสต์ที่แยกตามวาระโอกาส แนวเพลง หรือคัดเพลงจากความชอบของผู้ใช้งาน และด้วยความแข็งแรงของคอนเน็กชัน Apple Music จะมีการปล่อยเพลงพิเศษจากศิลปินดังๆ ให้ฟังก่อนใคร ถือว่าเป็นจุดแข็งของ Apple Music เลยทีเดียว และยังมีฟังก์ชันการดาวน์โหลดเพลงเก็บไว้ฟังแบบออฟไลน์ได้ทุกเพลง แถมมีโพสต์จากศิลปินที่รวมข่าวสาร เพลงใหม่ๆ ของศิลปินที่เราชื่นชอบให้กดติดตามได้ภายในแอปพลิเคชัน

 

Cons

     อาจเพราะเป็นนักธุรกิจที่ไม่ได้อินกับการฟังเพลงขนาดนั้น ขอให้ฟังได้หลายๆ เพลง ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายหลายๆ กลุ่มก็พอ ทำให้คุณภาพเสียงของ Apple Music ถือว่าด้อยกว่าเจ้าอื่นพอสมควร อีกทั้งยังเก็บเงินแน่นอนสำหรับคนที่อยากใช้บริการ แม้จะมีให้ทดลองใช้ฟรี 3 เดือนก็เถอะ ต่างกับ JOOK และ Spotify ที่มีให้ฟังแบบฟรีๆ แม้จะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง และด้วยความที่ผูกติดกับ Apple เป็นหลัก ทำให้ไม่มีบริการสตรีมมิงมิวสิกผ่านเว็บไซต์เลย ต้องฟังผ่านมือถืออย่างเดียวเท่านั้น

 

Commitment

     ราคาของ Apple Music ถือว่ามาตรฐาน หลังจากหมดโปรฯ ทดลองใช้งาน 3 เดือน เราต้องจ่ายให้ Apple Music เดือนละ 129 บาทต่อเดือน หรือแพ็กเกจครอบครัวที่สามารถแชร์ได้ 6 ผู้ใช้งานในราคา 199 บาทต่อเดือน และราคานักศึกษาจะอยู่ที่ 69 บาทต่อเดือน

 

จำนวนเพลง 5/5

ความหลากหลาย 4/5

คุณภาพเสียง 3/5

รูปลักษณ์ 4/5

ลูกเล่น 2/5

โซเชียล 2/5

ราคา 4/5

 

 

‘JOOX’ วัยรุ่นสัญชาติไทยที่รักเสียงเพลงเป็นชีวิตจิตใจ

     ‘JOOX’ เปิดให้บริการภายหลังจาก Apple Music แต่ก็มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของตัวเอง เทียบแล้วก็คล้ายกับวัยรุ่นยุคใหม่ ที่เน้นการฟังเพลงไทยเป็นหลัก ที่ต้องบอกว่าเป็นวัยรุ่นก็เพราะ JOOX มีลูกเล่นให้เล่นเยอะกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ผูกพันกับโซเชียลมีเดีย แถมยังเป็นบริการสตรีมมิงมิวสิกที่เดียวที่ฟังเพลง RS ได้ โดย JOOX ไม่ได้ตีความว่าตนเองเป็นบริการสตรีมมิงมิวสิกเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่รวบรวมข่าวสาร บทความ ที่เกี่ยวกับวงการดนตรีเอาไว้ในที่เดียวด้วย ซึ่งถือเป็นการสร้างคอมมูนิตี้ของคนรักเสียงเพลงอย่างแท้จริง

 

 

Appearance

     อย่างที่บอกว่าลูกเล่นของ JOOX นั้นมีอยู่เต็มไปหมด คงคล้ายๆ กับการแต่งตัวเท่ๆ เสื้อยืดดำสกรีนลาย กางเกงยีนส์ที่มีดีเทล รองเท้าผ้าใบส้นสีเขียวนีออน และเครื่องประดับห้อยไว้เต็มตัว หน้าหลักของ JOOX เน้นใช้สีดำและเขียว โดยมีไอคอนเพื่อเข้าใช้โหมดต่างๆ อยู่เต็มหน้าจอ ไล่มาตั้งแต่ Top Chart เพลงใหม่ และอื่นๆ อาจจะดูรกตาไปบ้างเมื่อเทียบกับบริการที่เหลือ จุดเด่นของรูปลักษณ์ใน JOOX อย่างหนึ่งคือการปรับแต่งธีม หรือหน้าตาของแอปพลิเคชันได้ด้วย!

 

Pros

     ข้อดีที่ชัดเจนมากๆ ของ JOOX คือความสัมพันธ์อันดีกับศิลปินไทย รวมทั้งสายเพลงลูกทุ่งที่มีการนำเสนอเพลงใหม่ให้ฟังใน JOOX ที่แรก และมีฟีเจอร์ JOOX Live ที่ชวนศิลปินไทยมาพูดคุย หรือเล่นดนตรีให้ดูสดๆ ตอกย้ำความเป็นเครือข่ายดนตรีที่รวบรวมข่าวสาร บทความ และตารางคอนเสิร์ตไว้ให้อ่าน ผ่านเว็บไซต์ Sanook.com ลูกเล่นที่บอกว่าหลากหลายก็มีตั้งแต่ฟังก์ชันการฟังคลื่นวิทยุในประเทศไทย (เช่น Cool Fahrenheit, Green Wave, Chill และอื่นๆ แต่ที่โดดเด่นที่สุดน่าจะเป็นฟีเจอร์ที่พ่วงกับเนื้อเพลง ให้ผู้ใช้งานเข้าโหมดคาราโอเกะได้ หรือจะดาวน์โหลดเนื้อเพลงแต่ละท่อน และนำไปแปะเป็นตัวหนังสือบนรูปเพื่อแชร์ให้เพื่อนก็ได้ เพราะ JOOX จับมือกับ WeChat แอปพลิเคชันรับส่งข้อความบนมือถือที่มีคนใช้มากที่สุดในโลกไว้ด้วย และสำหรับคนที่ไม่อยากจ่ายเงินให้บริการสตรีมมิงมิวสิกเลย JOOX ก็ถือว่าตอบโจทย์ เพราะมีบริการฟรีให้ใช้งาน และโหลดไว้ฟังออฟไลน์ได้เช่นกัน (บางเพลงที่ไม่มีสัญลักษณ์ VIP) และยังใช้บริการได้ผ่านทั้งมือถือ iOS, Android และบนเว็บไซต์ Sanook

 

Cons

     อาจเพราะลูกเล่นที่หลากหลาย จึงทำให้ JOOX ค่อนข้างยุ่งยากในการใช้ และแอปพลิเคชันช้ากว่าเจ้าอื่นเล็กน้อย การจัดแยกเพลงในแอปพลิเคชันค่อนข้างยากต่อการดู และเมื่อเทียบกับคู่แข่ง JOOX ก็มีเพลงในคลังเพลงน้อยที่สุด เพียงแค่ 3.5 ล้านเพลงเท่านั้น แม้จะครอบคลุมเพลงไทย แต่อาจจะไม่เด่นนักเรื่องเพลงสากล

 

Commitment

     เราจะฟัง JOOX แบบไม่จ่ายเงินเลยสักบาทก็ได้ แต่ก็จะมีข้อจำกัดเรื่องโฆษณาคั่น คุณภาพเสียง และบางเพลงที่ฟังได้เฉพาะ VIP เท่านั้น ซึ่งราคาสำหรับสมาชิก VIP ก็มีให้เลือกหลายหลายทั้งแพลนแบบรายสัปดาห์เริ่มต้นที่ 69 บาท, รายเดือน 129 บาท, รายสามเดือน 349 บาท, ครึ่งปี 639 บาท และสมาชิกรายปี 1,099 บาท (ซึ่งตกแค่เดือนละประมาณ 92 บาท ซึ่งถูกกว่าบริการสตรีมมิงเจ้าอื่น) โดย JOOX ยังไม่มีแพลนสมาชิกสำหรับครอบครัว

 

จำนวนเพลง 3/5

ความหลากหลาย 3/5

คุณภาพเสียง 3/5

รูปลักษณ์ 2/5

ลูกเล่น 4.5/5

โซเชียล 4/5

ราคา 4.5/5

 

 

‘Spotify’ มิวสิกไดเรกเตอร์สุดฮิป

     เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยไปเมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา Spotify มีมาตั้งแต่ปี 2006 และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย มียอดผู้ใช้งานเป็นอันดับ 2 รองจาก Youtube เพราะ Spotify ขึ้นชื่อเรื่องเพลย์ลิสต์สุดเจ๋ง ที่คัดเพลงมาระดับคุณภาพ และตรงใจผู้ใช้งาน เรียกว่าเป็นผู้นำด้านการสรรหาดนตรี และอาจเป็นตัวเต็งในบริการสตรีมมิงมิวสิกเลยก็ว่าได้ ที่เรียกว่าเป็นมิวสิกไดเรกเตอร์ก็เพราะ Spotify คัดเลือกผู้เชี่ยวชาญ และกลุ่มคนที่มีความรู้ด้านดนตรีจริงๆ เท่านั้นเข้ามาในองค์กร และยังมีการปรับใช้ AI (Artificial Intelligence) ในการสร้างสรรค์เพลย์ลิสต์แบบ Customized ตรงใจผู้ใช้งานสุดๆ

 

 

Appearance

     แม้จะใช้สีหลัก ดำ-เขียว เหมือน JOOX ทุกอย่าง แต่ Spotify ก็ดูมาดนิ่ง สมาร์ต แต่ยังคงกลิ่นอายความฮิปอยู่พอตัว ด้วยอินเตอร์เฟซแบบดำสนิท แต่ทุกอย่างถูกแบ่งสัดส่วนชัดเจน และด้วยความเป็นน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในประเทศไทย หน้าหลักจึงนำเสนอเพลย์ลิสต์ภาษาไทยให้เห็นกันชัดๆ

 

Pros

     เมื่อทดลองใช้ Spotify ครั้งแรกแล้วก็รู้สึกได้เลยว่าคุณภาพเสียงดีกว่า เมื่อเทียบกับ Apple Music ในขณะที่จำนวนเพลงก็เยอะสูสีกันเลยทีเดียว คืออยู่ที่ประมาณ 30 ล้านเพลง แต่ที่แน่ๆ คือจำนวนเพลย์ลิสต์ของ Spotify ที่มีให้เลือกหลากหลายมากที่สุดเมื่อเทียบกับที่อื่นๆ และยิ่งเราใช้บริการฟังเพลงผ่าน Spotify ไปเรื่อยๆ มันก็จะค่อยเรียนรู้รสนิยมการฟังเพลงของเราและจัดหาเพลงตามสไตล์ของเรามาให้ฟังมากขึ้น ซึ่งถือว่าเหมาะสำหรับคนที่ชอบหาเพลงใหม่ๆ ฟังตลอดเวลา

     จุดเด่นอีกอย่างคือฟีเจอร์ที่สามารถเชื่อมกับเพื่อนใน Facebook ของเราเพื่อกดติดตาม (Follow) และดูว่าพวกเขากำลังฟังเพลงอะไรกันอยู่บ้าง เป็นการแชร์เพลย์ลิสต์เพลงที่สะดวกมากทีเดียว นอกจากนี้ยังมีเซกชัน ‘Podcast’ ให้สาวกพอดแคสต์หาฟังได้ด้วย โดย Spotify ไม่ได้มีแค่ในมือถือระบบ iOS หรือ Android เท่านั้น แต่ยังฟังได้ผ่านทางเว็บ Browser หรือจะดาวน์โหลดมาเป็นโปรแกรมทิ้งเอาไว้ในคอมพิวเตอร์เลยก็ได้ ด้วยเหตุผลนี้ Spotify จึงเวิร์กมากๆ สำหรับคนที่ชอบฟังเพลงผ่านคอมพิวเตอร์ขณะทำงาน และล่าสุดกับ ‘Spotify Running’ ที่เอาใจคนชอบฟังเพลงขณะออกกำลังกาย ด้วยการจับจังหวะการวิ่งของผู้ใช้งาน จากนั้น Spotify จะจัดหาเพลย์ลิสต์เพลงที่เข้ากับจังหวะการวิ่งของคุณที่ถูกบันทึกเอาไว้ ทำให้คุณได้ฟังเพลงที่มีจังหวะตรงกับทุกก้าวที่คุณวิ่ง ซึ่งถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่เจ๋งมากๆ

 

Cons

     ด้วยคุณภาพเสียง และความเพียบพร้อมด้านการใช้งานของ Spotify คงต้องทำให้ผู้ใช้งานยอมจ่ายค่าบริการกันพอสมควร แม้ Spotify จะฟังได้ฟรี แต่ก็ต้องทนกับโฆษณาคั่นระหว่างฟังเพลงที่มาแบบเนียนๆ และไม่สามารถดาวน์โหลดเก็บไว้ฟังแบบออฟไลน์ได้เลยสักเพลง ซึ่งก็เปลืองการใช้งานอินเทอร์เน็ตพอสมควร และราคาสมาชิกรายปีที่เมื่อเทียบกับ JOOX แล้วก็แพงกว่าอยู่มาก

 

Commitment

     หากไม่อยากฟังโฆษณาคั่นระหว่างเพลง อยากดาวน์โหลดเพลงเก็บไว้เพื่อฟังแบบออฟไลน์ และฟังเพลงแบบคุณภาพสูง รวมถึงการใช้ Spotify Connect ที่เอาไว้เชื่อมต่อเพลงในมือถือกับอุปกรณ์ฟังเพลงอื่นๆ (เช่น Apple Airplay และ Google Cast) ผ่านสัญญาน Wifi คุณภาพดี ก็ต้องยอมสมัครบริการ Spotify Premium ซึ่งมีค่าสมาชิกอยู่ที่เดือนละ 129 บาท แต่ก็มีแพ็กเกจครอบครัวเดือนละ 199 บาท (ใช้งานได้ 6 คน ตกคนละ 33 บาทเท่านั้น)

 

จำนวนเพลง 5/5

ความหลากหลาย 4.5/5

คุณภาพเสียง 5/5

รูปลักษณ์ 4.5/5

ลูกเล่น 4/5

โซเชียล 4/5

ราคา 4/5

 

     สรุปแล้วทั้งสามบริการสตรีมมิงมิวสิกก็มีความโดดเด่นที่ต่างกันออกไป ในเรื่องราคาก็แทบจะไม่ต่างกันมากเท่าไร ปัจจัยสำคัญน่าจะขึ้นอยู่กับรสนิยมในการฟังเพลง และไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานมากกว่า ถ้าเน้นสะดวกสำหรับผู้ใช้งาน Apple การใช้ Apple Music ไปพร้อมกันเลยก็ดูจะสะดวกที่สุด เพราะคลังเพลงก็มีจำนวนมาก และมีการจัดวางระบบที่ครบถ้วนสมบูรณ์ แต่หากอยากลองบริการสตรีมมิงมิวสิกที่ใหม่กว่า (และดูเหมือนจะครบถ้วนกว่าด้านเพลย์ลิสต์) Spotify ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ส่วนสาวกเพลงไทยที่อยากฟังเพลงไทยให้ครบทุกค่าย ทุกสไตล์ พร้อมข่าวสารวงการดนตรีไทย JOOX ถือว่าชนะคู่แข่งไปได้อย่างสบายๆ

     การจะให้คำตอบอย่างเป็นกลางว่าบริการสตรีมมิงมิวสิกไหนดีที่สุดคงเป็นไปได้ยาก เพราะสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของผู้ใช้งานว่าพอใจที่จะใช้บริการของที่ไหนมากที่สุด ซึ่งไม่ว่าจะ Apple Music, JOOX หรือ Spotify ก็ถือเป็นตัวเลือกการฟังเพลงในยุคนี้ที่ถูกลิขสิทธิ์ และควรค่าแก่การสนับสนุน

 

     *การให้คะแนนเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้น

 

ภาพประกอบ: PichamonWannasan

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories