SpaceX ได้ปรับเพิ่มเป้าหมาย ‘มูลค่าบริษัท’ ที่จะใช้ในการเสนอขายหุ้น IPO ให้สูงทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 65.26 ล้านล้านบาท) ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดตัวในตลาดหุ้นที่อาจยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
Bloomberg News รายงานว่า อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทจรวด ดาวเทียม และเทคโนโลยี AI พร้อมด้วยทีมที่ปรึกษา กำลังนำเสนอตัวเลขดังกล่าวแก่นักลงทุน โดยการนำเสนอข้อมูลเบื้องต้นนี้น่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการประเมินมูลค่า ก่อนที่จะมีการประชุมอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ใหญ่กว่า Magnificent 7
มูลค่าบริษัทที่พุ่งสูงกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐนี้ถือเป็นการเพิ่มขึ้นเกือบ 2 ใน 3 ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน หลังจากที่ Bloomberg News เคยรายงานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่าการเข้าซื้อกิจการ xAI ทำให้บริษัทควบรวมมีมูลค่าอยู่ที่ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 40.78 ล้านล้านบาท)
หากประเมินจากตัวเลขนี้ SpaceX จะมีมูลค่าแซงหน้าบริษัทเกือบทั้งหมดในดัชนี S&P 500 โดยเป็นรองเพียง 5 บริษัทเท่านั้น ซึ่งได้แก่ Nvidia Corp, Apple Inc, Alphabet Inc, Microsoft Corp และ Amazon.com Inc ทำให้บริษัทมีขนาดใหญ่กว่า Meta Platforms Inc และ Tesla Inc ของมัสก์เอง ซึ่งทั้งสองบริษัทนี้เป็นสมาชิกในกลุ่มหุ้นที่เรียกว่า Magnificent 7 เช่นกัน
SpaceX ได้ยื่นเอกสารการทำ IPO แบบเป็น ‘ความลับ’ กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกาแล้ว คาดว่าการจดทะเบียนอาจเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน ซึ่งอาจทำให้บริษัทกลายเป็นรายแรกในกลุ่ม ‘เมกะไอพีโอ’ ตามมาด้วย OpenAI และ Anthropic PBC
ส่วนในแง่ของตัวเลข ‘การระดมทุน’ ซึ่งแยกต่างหากจากมูลค่าบริษัทนั้น การ IPO ครั้งนี้อาจกวาดเม็ดเงินได้สูงถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.44 ล้านล้านบาท) หากเป็นไปตามเป้า ตัวเลขนี้จะทำให้การ IPO ของ SpaceX ใหญ่กว่าสถิติเดิมของ Saudi Aramco ที่เคยระดมทุนได้ 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9.46 แสนล้านบาท) ในปี 2019 อย่างมาก
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของการเสนอขายหุ้นยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เนื่องจากกระบวนการพิจารณายังคงดำเนินอยู่
เชื่อมโยง AI เข้ากับอวกาศ
บริษัทตั้งเป้าที่จะนำเงินทุนที่ได้ไปต่อยอดวิสัยทัศน์ของมัสก์ในการสร้างศูนย์ข้อมูล AI บนอวกาศรวมถึงการตั้งฐานผลิตบนดวงจันทร์ นอกจากนี้เขายังมักพูดถึงความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นอย่างการสร้างเมืองที่พึ่งพาตนเองได้บนดาวอังคาร แม้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนจะมองว่าอาจเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้เกิดขึ้นจริงก็ตาม
มัสก์ได้กล่าวเมื่อเดือนมีนาคมว่าโครงการ Terafab ซึ่งจะผลิตชิปสำหรับหุ่นยนต์ AI และศูนย์ข้อมูลบนอวกาศ จะถูกบริหารงานร่วมกันระหว่าง Tesla และ SpaceX โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา Tesla เปิดเผยว่าได้ลงทุนมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.52 หมื่นล้านบาท) ใน xAI
จอร์จ เฟอร์กูสัน และ เวย์น แซนเดอร์ส นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Intelligence ชี้ว่า SpaceX เป็นผู้นำด้านการปล่อยจรวดและบริการบรอดแบนด์วงโคจรต่ำ ธุรกิจปล่อยจรวดและ Starlink ยังคงเป็นแหล่งรายได้หลัก โดยคาดว่าจะทำรายได้เข้าใกล้ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.52 แสนล้านบาท) ในปี 2026 ขณะที่ xAI น่าจะทำรายได้น้อยกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.26 หมื่นล้านบาท)
เอมิลี เจิ้ง นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Pitchbook มองว่าการดึง xAI เข้ามาอยู่ภายใต้ร่มเงาเดียวกันช่วยให้มัสก์สามารถแสดงเรื่องการรวมศูนย์ต้นทุนต่อนักลงทุน
ขณะเดียวกันการนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นยังอาจทำให้มัสก์อยู่ในเส้นทางที่จะก้าวขึ้นเป็น ‘เศรษฐีล้านล้าน’ คนแรกของโลก หากมูลค่าของบริษัททะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 32.63 ล้านล้านบาท) ตามความคาดหมาย
หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.63 บาท ณ วันที่ 5 เมษายน 2569
ภาพ: Samuel Boivin / Shutterstock
อ้างอิง:
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-04-02/spacex-is-said-to-target-more-than-2-trillion-valuation-in-ipo
- https://www.bbc.com/news/articles/c2k35lg92dpo
- https://www.reuters.com/business/aerospace-defense/spacex-targets-more-than-2-trillion-valuation-ipo-bloomberg-news-reports-2026-04-02/


