×
335930

Sonic The Hedgehog ผลลัพธ์ของการฟังเสียงผู้ชมที่ออกมาดีเกินคาด และมิตรภาพที่น่าประทับใจ

27.02.2020
  • LOADING...

**มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์**

 

 

Sonic The Hedgehog เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากเกมที่ ‘ร้อนแรง’ ตั้งแต่ปล่อยตัวอย่างแรกออกมาเมื่อต้นปี 2019 และถูกแฟนๆ โจมตีอย่างหนัก เมื่อทีมผู้สร้างภาพยนตร์เจ้าเม่นสีฟ้าผู้มีฝีเท้าอันรวดเร็วให้มีขนฟูเหมือนสิ่งมีชีวิตจริงๆ 

 

จนผู้กำกับ เจฟฟ์ ฟาวเลอร์ ต้องออกมาทวีตว่าเขาได้อ่านข้อความจากแฟนๆ และได้รับรู้ถึงความไม่พอใจกับรูปลักษณ์ที่ออกมา และตัดสินใจเลื่อนการฉายภาพยนตร์ออกไปเพื่อแก้ไขดีไซน์ใหม่ให้ออกมาดีที่สุด 

 

 

ต้องบอกว่านี่คือการตัดสินใจที่ถูกต้องและคุ้มค่าที่สุด เพราะหลังจากที่ Sonic The Hedgehog เวอร์ชันปรับปรุงใหม่เข้าฉาย ก็สามารถทำรายได้เปิดตัวสัปดาห์แรกในสหรัฐอเมริกาสูงถึง 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมทั้งคำวิจารณ์ที่เป็นไปในทางบวก โดยผู้ชมจากเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ได้ให้คะแนนสูงถึง 94% 

 

และในฐานะแฟนคลับคนหนึ่งที่มีความทรงจำวัยเด็กสนุกสนานกับเจ้าเม่นสีฟ้าตัวนี้อยู่บ้าง ก็พอจะช่วยยืนยันได้ว่า Sonic The Hedgehog เรื่องนี้ไม่ทำให้เราผิดหวังจริงๆ 

 

 

เรื่องราวของ Sonic The Hedgehog เริ่มต้นขึ้นเมื่อ โซนิค (เบน ชวาร์ตซ์) ได้เดินทางข้ามจักรวาลมาอาศัยอยู่ในโลกมนุษย์เพื่อหลบหนีการตามล่า แต่ด้วยความเร็วระดับสายฟ้าแลบของโซนิคดันไปทำให้ไฟฟ้าทั้งเมืองดับโดยไม่ตั้งใจ จึงเป็นเหตุให้รัฐบาลทุ่มกำลังออกตามล่าเพื่อจับกุม นำโดย ดร.โรบอทนิค (จิม แคร์รีย์) นักวิทยาศาสตร์จอมเพี้ยนที่มาเข้าร่วมการจับกุมเพื่อหวังจะเอาพลังของโซนิคมายึดครองโลก

 

ในขณะที่โซนิคกำลังหลบหนีอยู่นั้น เขาก็ได้พบกับ ทอม (เจมส์ มาร์สเดน) นายอำเภอของเมืองเล็กๆ ที่กำลังจะโยกย้ายตัวเองไปทำงานในเมืองใหญ่อย่างซานฟรานซิสโก และกลายเป็นพันธมิตรผนึกกำลังกับโซนิคเพื่อปกป้องโลกจากดร.โรบอทนิคให้ได้

 

Sonic The Hedgehog มีพล็อตเรื่องเรียบง่ายที่ไม่มีจุดเซอร์ไพรส์หรือคอนฟลิกต์หนักๆ มากนัก เพราะฉะนั้นตัวชูเรื่องทั้งหมดจึงอยู่ที่เสน่ห์และความน่ารักของโซนิคที่ถ้ายังเป็นดีไซน์แบบเดิมก็อาจจะสมจริง แต่เห็นแล้วไม่อยากกอด ความรู้สึกในการดูจะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที 

 

 

รวมทั้งการแสดงของ จิม แคร์รีย์ ในบทดร.โรบอทนิค ตัวละครที่มีความเพี้ยนขั้นสุด แต่ก็ยังคงความร้ายกาจเอาไว้ได้ดี ทำให้เราสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของ ลอยด์ คริสต์มาส ใน Dumb and Dumber (1994) ที่กลายเป็นอีกหนึ่งภาพจำให้กับแคร์รีย์ขึ้นมา ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยผสมผสานกับความน่ารักของโซนิคได้เป็นอย่างดี 

 

 

นอกเหนือจากเนื้อเรื่องที่เรียบง่าย ความสนุกสนาน และฉากต่างๆ ที่มาเอาใจแฟนโดยเฉพาะ Sonic The Hedgehog ยังมีประเด็นสำคัญที่อยากจะบอกผู้ชมสอดแทรกอยู่ในเนื้อเรื่อง คือความสำคัญของการใช้เวลาเพื่อทำความเข้าใจคนคนหนึ่ง 

 

เราทุกคนล้วนมีมุมที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นนิสัย ความชอบ ความเก่งกาจ รวมถึงรูปลักษณ์ภายนอก ซึ่งมักจะกลายเป็นสิ่งแรกที่ทำให้เรารู้สึกหรือตัดสินคนคนนั้นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มใช้เวลาทำความรู้จักกันให้มากเสียก่อน 

 

เหมือนความสัมพันธ์ของโซนิคและทอมที่ในช่วงแรกทอมถูกสถานการณ์บังคับให้ช่วยเหลือโซนิค จนทำให้เขามองว่าเจ้าเม่นประหลาดตัวนี้คือ ‘ภาระ’ แต่เมื่อทั้งคู่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น ทอมก็ค่อยๆ ยอมรับโซนิคในฐานะ ‘เพื่อน’ คนหนึ่ง และเสี่ยงชีวิตให้ความช่วยเหลือโดยปราศจากซึ่งความรู้สึกถูกบังคับ

 

ผิดกับดร.โรบอทนิคที่แม้ตัวเองจะมีสมองที่ฉลาดล้ำ แต่เขากลับตัดสินคนอื่นจากภายนอก พร้อมกับความเชื่อที่ว่าตัวเองนั้นสูงใหญ่กว่าใครบนโลกใบนี้ 

 

 

ทอมและโซนิคจึงเป็นแบบอย่างที่ทำให้เราได้เห็นความสำคัญของการใช้เวลาเพื่อทำความเข้าใจคนคนหนึ่ง เพราะหากเราสามารถก้าวข้ามความแตกต่างภายนอกเหล่านี้ไปได้ และค่อยๆ ทำความรู้จักจากข้างในของคนคนนั้น เราอาจจะได้พบเจอกับ ‘เพื่อน’ ที่ดีเพิ่มมาอีกคนหนึ่ง โดยไม่ต้องสนใจว่าคนนั้นจะแตกต่างหรือเป็นสัตว์ประหลาดจากมิติใดก็ตาม 

 

สุดท้ายนี้เราขอเตือนว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีเซอร์ไพรส์ที่ End Credit ซึ่งขอรับประกันว่าแฟนเกมโซนิคทั้งหลายต้องกรี๊ดลั่นโรงอย่างแน่นอน

 

สามารถรับชมตัวอย่างภาพยนตร์ได้ทาง

 

 

 

ภาพ:

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories