วันนี้ (14 เมษายน) ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดโครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’ โดยมองว่าไม่เหมาะกับบริบทเศรษฐกิจในปัจจุบัน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลหันมาโฟกัสการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนเป็นลำดับแรก
ศิริกัญญาให้ความเห็นว่า มาตรการช่วยเหลือที่เพิ่งผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ยังมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญ โดยเฉพาะการเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพียงเล็กน้อย ซึ่งไม่ทันต่อแรงกดดันจากราคาพลังงานและราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
แม้จะมีมาตรการดูแลภาคขนส่ง เช่น การช่วยเหลือต้นทุนน้ำมันสำหรับผู้ประกอบการขนส่งและผู้ให้บริการรับจ้าง แต่เธอมองว่านี่เป็นเพียงการประคองสถานการณ์ระยะสั้น
ขณะที่ภาพรวมการจัดสรรงบประมาณยังไม่สะท้อนความเร่งด่วนของปัญหา โดยงบที่ใช้ดูแลค่าครองชีพจริงมีสัดส่วนค่อนข้างจำกัด
สำหรับแนวคิด ‘คนละครึ่งพลัส’ ศิริกัญญาระบุว่า มาตรการลักษณะนี้เหมาะกับช่วงที่ต้องการกระตุ้นการใช้จ่าย แต่ในเวลาที่รายได้ของประชาชนตึงตัว การให้ประชาชนต้องร่วมจ่ายเพิ่มอาจไม่เกิดผลตามที่คาด
“สถานการณ์ตอนนี้คนจำนวนมากแทบไม่เหลือกำลังซื้อ การออกแบบนโยบายจึงควรลดภาระ ไม่ใช่เพิ่มเงื่อนไขให้ต้องจ่ายร่วม” เธอกล่าว
เธอยังเสนอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการที่เข้าถึงกลุ่มเปราะบางได้กว้างขึ้น ทั้งครอบครัวที่มีบุตรในช่วงเปิดภาคเรียน เกษตรกร และชาวประมงที่ต้องแบกรับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มวงเงินช่วยเหลือให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลต่อข้อจำกัดด้านงบประมาณของภาครัฐ ซึ่งอาจส่งผลให้การออกมาตรการเพิ่มเติมทำได้ล่าช้า เนื่องจากต้องรอขั้นตอนการปรับโอนงบประมาณที่ใช้เวลา
ในแง่แนวโน้มเศรษฐกิจ ศิริกัญญาประเมินว่า หลังช่วงสงกรานต์อาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น จากปัจจัยภายนอกอย่างความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูง และเริ่มกระทบไปยังต้นทุนสินค้าในวงกว้าง
ศิริกัญญาสรุปว่า ภาครัฐควรเรียงลำดับความสำคัญใหม่ โดยเร่งบรรเทาผลกระทบให้ประชาชนก่อน แล้วจึงค่อยพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะต่อไป


