×

เมื่อไร้อัลการาซ โลกเทนนิสก็ยิ่งได้เห็นว่าซินเนอร์อยู่เหนือทุกคน

13.07.2026
  • LOADING...
ยานนิก ซินเนอร์ ชูถ้วยแชมป์วิมเบิลดัน

เพียงหนึ่งเดือนก่อน วิมเบิลดัน 2026 ไม่มีใครคิดว่ายานนิก ซินเนอร์ จะกลับมายืนตรงจุดนี้ได้เร็วขนาดนี้ เพราะในเฟรนช์ โอเพน คือหนึ่งในความพ่ายแพ้ที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของนักเทนนิสมือหนึ่งของโลก

 

เขานำ ฮวน มานูเอล เซรุนโดโล อยู่ 2 เซต และเหนือกว่า 5-1 ในเซตที่สาม และเหลืออีกเพียงไม่กี่แต้มก็จะผ่านเข้ารอบ แต่สุดท้ายกลับล้มลงทั้งร่างกายและจิตใจ ก่อนพ่ายแบบเหลือเชื่อ

 

หลายคนตั้งคำถามทันทีว่าความร้อน ความอ่อนล้าสะสม และปัญหาด้านสภาพร่างกาย กำลังกลายเป็นจุดอ่อนที่คู่แข่งจะใช้โค่นราชาคนใหม่ของวงการหรือไม่

 

แต่คำถามเหล่านั้นอยู่ได้เพียงเดือนเดียว เพราะวันนี้ซินเนอร์กลับมายืนอยู่บนเซ็นเตอร์คอร์ตของออลอิงแลนด์คลับอีกครั้ง พร้อมชูถ้วยวิมเบิลดันเป็นสมัยที่สองติดต่อกัน

 

เขาพิสูจน์ตัวเองด้วยการพลิกกลับมาเอาชนะ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ 6-7 ไทเบรก 7-9, 7-6 ไทเบรก 7-2, 6-3 และ 6-4 คว้าแชมป์แกรนด์สแลมรายการที่ 5 ในวัยเพียง 24 ปี

 

และที่สำคัญกว่านั้น มันคือคำประกาศว่า ‘ความพ่ายแพ้ที่ปารีส ไม่ได้ทำให้เขาอ่อนแอลง แต่มันทำให้เขาแข็งแกร่งกว่าเดิม’ ซึ่งซินเนอร์ไม่ได้มองว่ามันเป็นความล้มเหลว เขาแค่ใช้ความพ่ายแพ้เป็นเชื้อเพลิง

 

สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดของซินเนอร์อาจไม่ใช่โฟร์แฮนด์ที่หนักหน่วง ไม่ใช่การเสิร์ฟที่แม่นยำ หรือการเคลื่อนที่ที่หลายคนเปรียบเทียบกับ โนวัค ยอโควิช แต่คือ ‘ความสามารถในการลุกขึ้นยืนอีกครั้ง’

 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2025 ในตอนที่เขาเพิ่งอกหักจากนัดชิงเฟรนช์ โอเพน ด้วยการปล่อยให้ คาร์ลอส อัลการาซ พลิกกลับมาคว้าแชมป์ หลังมีแชมเปียนชิปพอยต์อยู่ในมือถึงสามครั้ง แต่เพียง 35 วันต่อมา เขากลับมาล้างแค้นที่วิมเบิลดัน

 

ปีนี้ประวัติศาสตร์แทบจะซ้ำรอย แม้รูปแบบจะแตกต่างกัน แต่บาดแผลกลับหนักไม่แพ้กัน เมื่อเขาพังทลายในรอบสองที่โรลังด์ การ์รอส ทั้งที่อยู่ในตำแหน่งที่ไม่มีใครคิดว่าจะพลาดได้

 

หลายคนมองว่านั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤต แต่สำหรับซินเนอร์มันกลับเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานหนักอีกครั้ง

 

เขาเลือกไม่ลงแข่งขันรายการอุ่นเครื่อง เลือกพักทั้งร่างกายและจิตใจ ก่อนกลับไปซ้อมอย่างหนักที่โมนาโก พร้อมปรับทุกอย่าง ตั้งแต่วิธีรับมืออากาศร้อน การฟื้นฟูร่างกาย ไปจนถึงรายละเอียดเล็กที่สุดระหว่างการแข่งขัน

 

“เราเสียสละเวลาไปมากเพื่อกลับมาอยู่ตรงนี้” นั่นคือประโยคที่ซินเนอร์พูดหลังคว้าแชมป์ และมันอธิบายทุกอย่างได้ดีที่สุด เพราะแชมป์ไม่ได้เกิดจากการเล่นสมบูรณ์แบบ แต่เกิดจากการเอาตัวรอด

 

วิมเบิลดันครั้งนี้ไม่ได้ง่ายเลย ตั้งแต่นัดแรกซินเนอร์เกือบกลายเป็นเพียงแชมป์เก่าคนที่สามในยุคโอเพ่นที่ตกรอบแรก เมื่อถูก มิโอเมียร์ เคชมาโนวิช ลากไปถึงห้าเซต

 

ก่อนหน้านั้นสถิติของเขาในเกมที่ยืดเยื้อก็ไม่น่าประทับใจนัก เขาแพ้ถึง 8 จาก 9 แมตช์หลังสุดที่ต้องเล่นครบห้าเซต แต่การรอดชีวิตในวันแรกกลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนของทั้งทัวร์นาเมนต์

 

หลังจากนั้นซินเนอร์ไม่เสียอีกแม้แต่เซตเดียวจนถึงรอบชิงชนะเลิศ เขาถล่ม โนวัค ยอโควิช ในรอบรองฯ แบบแทบไม่เปิดโอกาส โดยเสียเบรกพอยต์เพียงครั้งเดียว และปิดมันด้วยเอซ

 

ก่อนจะผ่านบททดสอบสุดท้ายจาก อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ ทำให้เขากลายเป็นนักเทนนิสคนแรกในรอบ 48 ปีที่คว้าแชมป์วิมเบิลดันได้ หลังต้องเล่นห้าเซตตั้งแต่รอบแรก

 

บางครั้งแชมป์ไม่ได้เกิดจากการเล่นสมบูรณ์แบบตั้งแต่วันแรก แต่เกิดจากการไม่ยอมแพ้ในวันที่เกือบพังที่สุด

 

ในฝั่งตรงข้ามต้องยอมรับว่านี่คือ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ เวอร์ชันดีที่สุดในรอบหลายปี หลังปลดล็อกแชมป์แกรนด์สแลมแรกที่เฟรนช์ โอเพน ความมั่นใจของเขาเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

 

เขาเลิกเป็นนักเทนนิสที่รอให้คู่แข่งพลาด แต่เลือกเป็นฝ่ายเดินหน้าโจมตี โฟร์แฮนด์ที่เคยถูกวิจารณ์ว่าไม่กล้าเสี่ยงกลับกลายเป็นอาวุธสำคัญในรอบชิงฯ

 

เขาเสิร์ฟด้วยเปอร์เซ็นต์ที่ยอดเยี่ยม ชนะไทเบรกเซตแรก และทำให้ซินเนอร์ต้องถอยไปรับลูกลึกกว่าปกติหลายเมตร แต่นั่นคือปัญหาเมื่อคุณกำลังเจอกับมือหนึ่งของโลก คุณอาจเล่นได้ดีที่สุดในชีวิต แต่คู่แข่งยังมีคำตอบเสมอ

 

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในไทเบรกเซตที่สอง ซินเนอร์เริ่มอ่านเกมเสิร์ฟได้ดีขึ้น ขยับจุดยืนเข้ามาใกล้เส้นหลังมากกว่าเดิม และเมื่อเขาคืนเกมได้ ความแตกต่างของทั้งสองคนก็เริ่มปรากฏ

 

เซตสามซเวเรฟลื่นจนเข่าขวาเสียจังหวะ แม้จะฝืนเล่นต่อ แต่จังหวะส่งลูกและการเคลื่อนที่ก็ไม่เหมือนเดิม ซินเนอร์ไม่ปล่อยโอกาสหลุดมือ เพราะนั่นคือสิ่งที่แชมป์ตัวจริงทำ

 

วิมเบิลดันปีนี้ขาดชื่อของ คาร์ลอส อัลการาซที่ยังพักรักษาอาการบาดเจ็บข้อมือ หลายคนเคยมองว่านี่คือโอกาสทองของคนอื่น

 

แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นโอกาสของซินเนอร์ เพราะเมื่อคู่แข่งคนเดียวที่สามารถยืนอยู่ระดับเดียวกันไม่อยู่ในสนาม โลกก็ยิ่งเห็นว่าช่องว่างระหว่างซินเนอร์กับผู้เล่นคนอื่นนั้นกว้างแค่ไหน

 

ซเวเรฟเพิ่งคว้าแกรนด์สแลมแรก ขึ้นมาเป็นมือสองของโลก เล่นเทนนิสระดับสูงที่สุดในอาชีพ แต่ก็ยังแพ้ซินเนอร์เป็นนัดที่ 10 ติดต่อกัน

 

นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันสะท้อนว่ามือหนึ่งของโลกสร้างมาตรฐานใหม่ขึ้นมาแล้ว สถิติยิ่งตอกย้ำเรื่องนี้ เพราะปี 2026 เขาชนะไปแล้ว 44 จาก 47 แมตช์

 

หากนับตั้งแต่วิมเบิลดันปีที่แล้ว เขาชนะถึง 77 จาก 83 แมตช์ ตัวเลขแบบนี้ไม่ใช่แค่ความยอดเยี่ยม แต่มันคือ “การครอบครองยุคสมัย”

 

แต่ยุคนี้ยังไม่ใช่ของซินเนอร์คนเดียว แม้ซินเนอร์จะดูไร้เทียมทานในช่วงเวลาที่อัลการาซไม่อยู่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าการแข่งขันจบลงแล้ว

 

ตรงกันข้ามมันอาจกำลังปูทางไปสู่ยุคใหม่ที่น่าสนใจที่สุดนับตั้งแต่ “บิ๊กโฟร์” ตลอดสองปีที่ผ่านมา ซินเนอร์และอัลการาซผลัดกันผลักดันมาตรฐานของอีกฝ่าย

 

เมื่อคนหนึ่งพัฒนา อีกคนก็ต้องพัฒนาตาม เมื่อคนหนึ่งแพ้ อีกคนก็ต้องหาวิธีตอบโต้ ความสัมพันธ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นระหว่างเฟเดอเรอร์กับนาดาล ต่อเนื่องไปที่นาดาลกับยอโควิช

 

และตอนนี้โลกกำลังเริ่มเห็นมันอีกครั้งในเวอร์ชันของซินเนอร์กับอัลการาซ ความแตกต่างคือเวลานี้ฝั่งของซินเนอร์กำลังเป็นฝ่ายนำ

 

ย้อนกลับไปยังหมู่บ้านเล็กๆ ในแคว้นโดโลไมต์ เด็กผมแดงคนหนึ่งเคยต้องเลือกระหว่างสกี ฟุตบอล และเทนนิส เขาเลือกเทนนิส ด้วยอายุเพียง 13 ปี เขาย้ายออกจากบ้าน เดินทางกว่า 600 กิโลเมตรเพื่อเข้าอะคาเดมีของ ริคคาร์โด ปิอัตติ

 

จากเด็กตัวเล็กที่สุดในสนาม กลายเป็นมือหนึ่งของโลก จากนักสกีเยาวชน กลายเป็นแชมป์แกรนด์สแลม 5 สมัย จากคนที่เคยถูกตั้งคำถามว่าจะฟื้นจากความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ได้หรือไม่ กลายเป็นนักเทนนิสที่ยิ่งล้มก็ยิ่งแข็งแกร่ง

 

โค้ชของเขา ดาร์เรน เคฮิลล์ เคยบอกไว้ว่า “สิ่งที่เราภูมิใจที่สุดไม่ใช่ตอนที่เขาชนะ แต่คือทุกครั้งที่เขากลับมาหลังเจอเรื่องเลวร้าย เขาจะกลับมาใหญ่กว่า แข็งแกร่งกว่า และดีกว่าเดิม”

 

นั่นอาจเป็นคำอธิบายที่ดีที่สุดของแชมป์วิมเบิลดันปีนี้ เพราะสุดท้ายแล้ว ถ้วยแชมป์ใบนี้ไม่ได้พิสูจน์แค่ว่ายานนิก ซินเนอร์ คือผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก

 

แต่มันพิสูจน์ว่าสิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากคนอื่นไม่ใช่วันที่ทุกอย่างเป็นใจ

 

หากเป็นวันที่ทุกอย่างพังทลาย แล้วเขายังหาทางกลับมายืนอยู่บนยอดเขาได้อีกครั้ง และจนกว่าคาร์ลอส อัลการาซจะกลับมาสมบูรณ์เต็มร้อย วงการเทนนิสชายก็ยังคงมีเพียงคนเดียวที่ทุกคนต้องไล่ตาม

 

นั่นคือยานนิก ซินเนอร์

 

อ้างอิง

 

ภาพ: Shi Tang/Getty Images

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising