×

สีหศักดิ์ เผยผลหารือปรัก สุคน ชี้ยังไม่ได้ข้อยุติใดๆ ในประเด็นพิพาทชายแดน ย้ำสองฝ่ายควรคุยกันก่อนใช้กลไกบังคับไกล่เกลี่ย UNCLOS

27.05.2026
  • LOADING...
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และ ปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กำลังหารือกัน

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับผลการหารือกับปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา คู่ขนานกับการอภิปรายแบบเปิดของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก วานนี้ (26 พฤษภาคม) โดยเปิดเผยว่า ยังไม่ได้มีข้อยุติใดๆ ในประเด็นข้อพิพาทเขตแดนทั้งทางทะเลและทางบก

 

การพูดคุยครั้งนี้ เป็นการพูดคุยต่อจากที่นายกรัฐมนตรีของทั้ง 2 ประเทศได้คุยกัน ที่เมืองเซบู ของฟิลิปปินส์ในช่วงการประชุมสุดยอดของอาเซียน เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีหลักการ คือพยายามเดินหน้าแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และสร้างบรรยากาศที่ดี ตลอดจนสร้างมาตรการเพื่อเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป

 

ในเรื่องเขตแดนทางทะเลนั้น สีหศักดิ์ กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “ความไม่เข้าใจระหว่างกันยังมีอยู่”

 

โดยฝ่ายกัมพูชา ยังชี้ว่า ไทยดำเนินการยกเลิก MOU 2544 โดยไม่ได้คุยกับทางกัมพูชาก่อน และพยายามตีความว่า ไทยตั้งใจยกเลิก MOU 2544 เพื่อที่จะไม่ยอมเจรจาง่ายๆ ซึ่งเขาได้ชี้แจงเหตุผลในการยกเลิก MOU 2544 เนื่องจากไม่มีความคืบหน้าตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี และเป็นการยกเลิกเพราะไทยต้องการจะเปิดโอกาสให้มีการเจรจาและสร้างบรรยากาศใหม่ของการเจรจา

 

ขณะที่ทั้งไทยและกัมพูชาต่างมีกรอบร่วมกันคืออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS

 

อย่างไรก็ตาม ท่าทีกัมพูชาคือต้องการจะเดินหน้าไปสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ ขณะที่เขาย้ำท่าทีของไทย คือก่อนที่จะไปถึงกระบวนการประนอมภาคบังคับ ทั้งสองฝ่ายอาจจะสามารถพูดคุยและหาข้อยุติได้โดยที่ไม่ต้องไปถึงกลไกดังกล่าวที่จะมีคณะผู้ประนีประนอมเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเขาเห็นว่า ไทยและกัมพูชาควรที่จะลองพูดคุยและควรเสริมสร้างบรรยากาศแห่งความไว้ใจระหว่างกันก่อน เพื่อที่จะสามารถคืบหน้าในด้านอื่นๆ ได้

 

ส่วนในเรื่องเขตแดนทางบก สีหศักดิ์เปิดเผยว่ากัมพูชานั้นอยากจะให้มีการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC แต่ไทยยืนยันว่า หากจะมีการประชุม ก็ต้องมีในระดับเทคนิคก่อนที่จะมาตกลงในกรอบการเจรจา เพราะสถานการณ์นั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปนะครับ ไม่ใช่เรื่องเขตแดนอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงและความร่วมมือชายแดนด้วย

 

“อาจจะคุยทางเทคนิคก่อนว่าเขตแดนทางบก ไทยจะมีกรอบในการเจรจาอย่างไร เพราะสถานการณ์มันก็เปลี่ยนแปลงไปแล้ว นอกจาก MOU 2543 ไทยและกัมพูชาก็มีแถลงการณ์ร่วมที่ตกลงหยุดยิง ซึ่งเรื่องเขตแดนทางบกจะไม่ใช่การแก้ไขด้วยการปักปันเขตแดนอย่างเดียว แต่มีประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวกับความมั่นคงชายแดน ความร่วมมือชายแดน ซึ่งต้องเดินไปด้วยกัน”

 

อย่างไรก็ตาม เขาชี้ว่า ต้องยอมรับในความเป็นจริงว่า ปัญหาพิพาทเขตแดนนั้นไม่สามารถแก้ไขโดยเทคนิค แต่ต้องแก้ไขโดยการสร้างบรรยากาศที่ดี และต้องคุยกันในเชิงนโยบาย

 

โดยสิ่งที่เขานำเสนอ คือให้ไทยและกัมพูชาคุยกันอย่างจริงจังว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร โดยใช้การเจรจาการพูดคุยก่อน

 

“ก็ต้องยอมรับว่าการมาพบกันครั้งนี้ยังไม่มีข้อยุติ แล้วเราก็ไม่ควรจะคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะมีข้อยุติโดยเร็ว เพราะว่าปัญหาพิพาทมันก็มีหลายปัญหา ไทยต้องคำนึงถึงอธิปไตยและผลประโยชน์ของเราอย่างแน่นอน” สีหศักดิ์ กล่าว และย้ำว่าการพูดคุยกันครั้งนี้ เป็นไปบนพื้นฐานผลประโยชน์ของประเทศ

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising