×

ราคาทองคำรีบาวด์ระยะสั้น นักวิเคราะห์มองยังไม่ใช่ช่วงเวลาสะสม แนะหาจังหวะขายทำกำไรตามกองทุน SPDR

23.02.2021
  • LOADING...

ราคาทองคำอ้างอิงจากตลาดนิวยอร์กปรับตัวขึ้นมาซื้อขายที่ระดับ 1,809 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากที่เคลื่อนไหวในกรอบแคบ และเป็นทิศทางขาลงมาตลอดเดือนกุมภาพันธ์ โดยทำราคาต่ำสุดที่ระดับ 1,768 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 

 

จรณเวท ศักดิ์ศรี ผู้อำนวยการฝ่ายแนะนำการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส กล่าวว่า ราคาทองคำที่ขยับขึ้นมาสู่ระดับ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์นั้น เป็นการรีบาวด์ในช่วงขาลงเท่านั้น และแนวโน้มราคาทองคำจากนี้ยังคงเป็นขาลงเช่นเดิม สะท้อนจากการขายสุทธิอย่างต่อเนื่องของกองทุน SPDR 

 

 

เขากล่าวว่า ราคาทองคำในปี 2563 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจนแตะระดับ 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์นั้น เกิดจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่ทำให้นักลงทุนหันมาถือครองทองคำกันมากขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยง และลดการด้อยมูลค่าของสินทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ปี 2564 แนวโน้มปัจจัยโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย และจะมีการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ความสนใจในทองคำจึงลดลงด้วย

 

ปัจจัยที่จะส่งผลต่อราคาทองคำในระยะนี้ คือการใช้มาตรการการเงินและการคลังของสหรัฐอเมริกา โดยประเมินว่าเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไปอีกราว 2 ปีตามที่ให้คำมั่นกับตลาดไว้ ขณะที่โจ ไบเดน น่าจะเร่งผลักดันเม็ดเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าสู่ระบบเพื่อฟื้นเศรษฐกิจ 

 

“ตามหลักแล้วเมื่อรัฐบาลสหรัฐฯ ผลักปริมาณเงินเข้าสู่ระบบ เงินเฟ้อก็จะเพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง และจะส่งผลให้ความสนใจในทองคำในฐานะ Safe Haven เพิ่มขึ้นอีกรอบ อย่างไรก็ตาม ในบริบทปัจจุบันการผลักเงินเข้าสู่ระบบกลับไปเพิ่มความคาดหวังให้แก่ผลตอบแทนในรูปแบบอัตราดอกเบี้ยแทน” 

 

ทั้งนี้ แนะนำสำหรับผู้ที่ถือครองทองคำอยู่แล้วให้หาจังหวะขายเพื่อกำไรระยะสั้นก่อน โดยให้ประเมินจากความเคลื่อนไหวของกองทุน SPDR ส่วนนักลงทุนที่ต้องการเข้าซื้อสะสม ปัจจุบันยังไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสม 

 

วรุต รุ่งขำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า การรีบาวด์ของราคาทองคำนี้เป็นการปรับตัวระยะสั้น และเป็นการตอบรับกับราคาบิตคอยน์ที่ปรับตัวลดลงเท่านั้น หากให้ประเมินในเรื่องของปัจจัยพื้นฐานทองคำแล้ว ยังคงมุมมองเช่นเดิม คือในระยะกลางจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีปัจจัยทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำหนด 

 

โดยนักลงทุนยังคงรอความชัดเจนของมาตการการคลังสหรัฐฯ โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ว่า โจ ไบเดน จะผลักเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจผ่านเครื่องมือหรือช่องทางไหนบ้าง เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาการลงทุนในแต่ละสินทรัพย์อีกครั้ง โดยความชัดเจนน่าจะเกิดขึ้นราววันที่ 15 มีนาคมนี้

 

นอกจากนี้ ยังติดตามมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของเฟด ซึ่งส่วนมากเชื่อว่าเฟดจะยังคงทำ QE Unlimited ต่อไปตามที่เคยให้คำมั่น 

 

ด้วยการมองตลาดจากสองปัจจัยหลักๆ นี้ ในระยะสั้นเชื่อว่าราคาทองคำยังถูกกดดันให้เคลื่อนไหวในกรอบแคบ และยังไม่มีสัญญาณการปรับตัวเพิ่มขึ้นที่เด่นชัด ส่วนระยะยาว หากประเมินจากปัจจัยพื้นฐานของทองคำในฐานะ Safe Haven ทางวายแอลจียังคงมุมมองราคาทองคำเช่นเดิม คือมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับ 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง 

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories