×

ใครๆ ก็ทำ ‘ดับเบิลเดย์’ จนเกลื่อน Shopee ฉีกแนวปั้นแคมแปญใหม่ทุก ‘กลางเดือน’ ดึงเงินจากกระเป๋านักช้อป

10.03.2022
ใครๆ ก็ทำ ‘ดับเบิลเดย์’ จนเกลื่อน Shopee ฉีกแนวปั้นแคมแปญใหม่ทุก ‘กลางเดือน’ ดึงเงินจากกระเป๋านักช้อป

ที่ผ่านมา ‘ดับเบิลเดย์’ กลายเป็นแคมเปญที่ใครๆ ก็ทำ ไม่ได้จำกัดเฉพาะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอีกต่อไป ดังนั้น Shopee จึงตัดสินใจฉีกแนวปั้นแคมแปญใหม่ทุก ‘กลางเดือน’ ดึงเงินจากกระเป๋านักช้อป

 

แคมเปญทุกวันที่ 15 ของเดือนนั้น Shopee เริ่มทำมาได้มาประมาณ 1 ปีแล้ว เพียงแต่ไม่ได้โปรโมตมากนัก แต่สำหรับ Shopee 3.15 Consumer Day ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้จะมีการโปรโมตอย่างจริงจัง โดยดึง ‘ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่’ ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด ขณะเดียวกันแคมเปญนี้ไม่ได้เกิดที่เฉพาะประเทศไทย แต่ทำพร้อมกันทั้งภูมิภาค

 

“ปัจจุบันนี้ผู้บริโภคหันมาใช้ช่องทางอีคอมเมิร์ซเพื่อซื้อของตลอดทั้งปี” สุชญา ปาลีวงศ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าว พร้อมเสริมว่า ตอนนี้ลูกค้าถูกประตุ้นด้วยแคมเปญ ทำให้ Shopee ต้องหาไม้เด็ดทางการตลาดอื่นๆ เพื่อกระตุ้นลูกค้า ซึ่งต่อไปนี้ Shopee จะมีแคมเปญใหญ่เดือนละ 2 ครั้ง

 

Shopee ไม่ได้บอกเหตุผลที่แน่ชัดว่าทำไมต้องเป็นทุกๆ กลางเดือน โดยสุชญาบอกแต่เพียงว่า การเป็นนักการตลาดต้องทำแคมเปญใหม่ๆ เพื่อให้ลูกค้าจดจำ ซึ่ง Shopee ก็หวังว่าแคมเปญดังกล่าวจะเป็นที่จดจำเหมือนดับเบิลเดย์

 

ขณะเดียวกัน Shopee ได้เผยพฤติกรรมของนักช้อปในช่วงต้นปี 2565 (มกราคม-กุมภาพันธ์ 2565) ได้แก่ 

 

  • คำค้นหายอดนิยมบน Shopee ได้แก่ ชั้นวางของ กระเป๋าสะพายข้าง เครื่องดูดฝุ่น
  • 3 หมวดหมู่สินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ 1. เครื่องใช้ภายในบ้าน: วอลล์เปเปอร์ติดผนัง, เจลบอลซักผ้า 2. ความงามและของใช้ส่วนตัว: มาสก์บำรุงหน้า, สครับ 3. มือถือและอุปกรณ์เสริม: สมาร์ทโฟน, หูฟัง
  • คำค้นหาบน Shopee: มากกว่า 30 ล้านของคำค้นหาที่ถูกนักช้อปเสิร์ชในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2565
  • 3 จังหวัดที่นักช้อปช้อปหนัก: นนทบุรี เชียงใหม่ และสงขลา

 

โดย 11 Flash Deals หนึ่งในช่วง Flash Sale ที่พีคที่สุด มีสินค้าในหมวดหมู่ของใช้ในบ้านถูกจำหน่ายออกไปมากกว่า 400,000 ชิ้น ด้าน ShopeePay มีการใช้งานมากขึ้น โดยเฉพาะะในพื้นที่นอกเขตหัวเมือง เช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เชียงราย และระยอง ซึ่งในปี 2564 ShopeePay มีจำนวนผู้ใช้งานในพื้นที่นอกเขตหัวเมืองเพิ่มขึ้นสูงกว่า 50% (เมื่อเทียบกับปี 2563)

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า จากภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ความไม่แน่นอนของโควิด รวมถึงผลกระทบจากความไม่สงบในยูเครนที่อาจยืดเยื้อ จะส่งผลต่อเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้คาดว่า ปี 2565 ธุรกิจ B2C อีคอมเมิร์ซ กลุ่มสินค้า แม้อาจขยายตัวราว 13.5% หรือคิดเป็นมูลค่าตลาดประมาณ 5.65 แสนล้านบาท แต่เป็นอัตราการขยายตัวที่ชะลอลงและต่ำสุดเทียบกับ 3 ปีก่อนหน้าที่ขยายตัวเฉลี่ย 40% ต่อปี 

 

อีกทั้งการเติบโตของธุรกิจ หลักๆ แล้วน่าจะไม่ได้เกิดจากค่าใช้จ่ายในภาพรวมของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น แต่เป็นการปรับพฤติกรรมและช่องทางการซื้อขายสินค้าจากหน้าร้าน (Physical Stores) มาเป็นออนไลน์ (อีคอมเมิร์ซ) มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอาหารและของใช้ส่วนตัว ที่เดิมผู้บริโภคซื้อผ่านไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต และคอนวีเนียนสโตร์ ก็หันมาซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของผู้ประกอบการกลุ่มนี้มากขึ้น แต่ในขณะที่ยอดขายในภาพรวมของผู้ประกอบการอาจจะยังโตในกรอบที่จำกัด และเป็นผลของราคาเป็นหลัก

 

ก่อนหน้านี้ Sea บริษัทแม่ของ Shopee เพิ่งรายงานรายได้ 9.95 พันล้านดอลลาร์ในปี 2564 เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในขณะที่ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 2.04 พันล้านดอลลาร์ (6.6 หมื่นล้านบาท) จาก 1.61 พันล้านดอลลาร์

 

Sea ประเมินว่า ยอดขายอีคอมเมิร์ซซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักจะเพิ่มขึ้นเป็น 8.9-9.1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2565 จาก 5.1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2564 และคาดว่าจะสามารถมี EBITDA (กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย) เป็นบวกได้ ส่วนธุรกิจเกมอาจมีรายได้ลดลงเป็นครั้งแรก

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories