เมื่อพูดถึงการลงทุนในหุ้นกู้ หลายคนอาจนึกถึงช่วงที่บริษัทประกาศเสนอขายหุ้นกู้ออกใหม่ ซึ่งผู้ลงทุนต้องติดตามข่าว รอวันเปิดจอง และตัดสินใจภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่จังหวะการเปิดจองอาจไม่ตรงกับช่วงที่ผู้ลงทุนมีเงินพร้อม หรือมีความต้องการลงทุนพอดี
ในความเป็นจริง การลงทุนในหุ้นกู้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะช่วงเปิดจองเท่านั้น เพราะยังมี ‘หุ้นกู้ตลาดรอง’ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนเลือกซื้อหุ้นกู้ที่ออกจำหน่ายไปแล้ว จากรายการและจำนวนที่มีเสนอขายในขณะนั้น โดยไม่จำเป็นต้องรอรอบการเสนอขายหุ้นกู้ออกใหม่
ทางเลือกนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินพร้อมลงทุนและ อยากนำเงินก้อนดังกล่าวไปบริหารต่ออย่างเหมาะสมตามเป้าหมายการลงทุนของตนเอง เช่น มีเงินฝากประจำ กองทุนรวมแบบมีกำหนดระยะเวลา (กองทุนรวมเทอมฟันด์) หรือหุ้นกู้รุ่นเดิมที่ครบกำหนด รวมถึงผู้ที่ต้องการปรับการลงทุนไปยังหุ้นกู้รุ่นอื่นที่สอดคล้องกับเป้าหมายหรือความต้องการลงทุนมากกว่า


เลือก ‘อายุคงเหลือ’ ให้สอดคล้องกับวันที่ต้องใช้เงิน
ในมุมของการวางแผนการเงิน การเลือกสินทรัพย์ไม่ควรพิจารณาเฉพาะผลตอบแทน แต่ควรเริ่มจากคำถามสำคัญว่า ‘เงินก้อนนี้มีเป้าหมายจะนำไปใช้เมื่อไร’
หุ้นกู้ตลาดรองมีจุดเด่นตรงที่ผู้ลงทุนสามารถเลือกจากอายุคงเหลือของหุ้นกู้แต่ละรุ่นได้ เช่น หุ้นกู้ที่ออกครั้งแรกมีอายุ 5 ปี แต่ผ่านไปแล้ว 3 ปี หุ้นกู้นั้นจะเหลือระยะเวลาประมาณ 2 ปีก่อนครบกำหนด ผู้ลงทุนในตลาดรองจึงลงทุนตามช่วงเวลาที่เหลืออยู่ได้ ไม่จำเป็นต้องเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันออกหุ้นกู้ครั้งแรก
การเลือกอายุคงเหลือให้ใกล้เคียงกับวันที่คาดว่าจะใช้เงิน เป็นแนวคิดที่ช่วยให้ระยะเวลาการลงทุนสอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินมากขึ้น และอาจช่วยลดความจำเป็นในการขายหุ้นกู้ก่อนครบกำหนด อย่างไรก็ตาม ไม่ควรพิจารณาอายุคงเหลือเพียงอย่างเดียว แต่ต้องประเมินคุณภาพของผู้ออก ผลตอบแทน ราคา สภาพคล่อง และความเสี่ยงประกอบกันด้วย
ตัวอย่างเช่น เดิมมีเป้าหมายใช้เงินในอีก 5 ปี จึงลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอายุใกล้เคียงกับเป้าหมายดังกล่าว แต่เมื่อแผนการเงินเปลี่ยนไป ผู้ลงทุนก็อาจพิจารณาปรับการลงทุนไปยังหุ้นกู้ที่มีอายุคงเหลือเหมาะสมกับเป้าหมายใหม่มากขึ้น ทั้งนี้ควรพิจารณาราคาซื้อขาย ผลตอบแทน และความเสี่ยงประกอบด้วย
อย่าดูเฉพาะดอกเบี้ย ควรดูผลตอบแทนจากราคาที่ซื้อด้วย
ประเด็นสำคัญของหุ้นกู้ตลาดรองคือ อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว หรือ Coupon อาจไม่เท่ากับผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้รับจากราคาที่ซื้อ
Coupon คืออัตราดอกเบี้ยที่ผู้ออกหุ้นกู้กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น แต่หุ้นกู้ในตลาดรองอาจซื้อขายในราคาที่สูงหรือต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ ผู้ลงทุนที่ซื้อหุ้นกู้รุ่นเดียวกันแต่ซื้อในราคาต่างกัน จึงอาจได้รับผลตอบแทนโดยรวมแตกต่างกัน
ผู้ลงทุนควรพิจารณาอัตราผลตอบแทนเมื่อถือจนครบกำหนด หรือ Yield to Maturity ควบคู่กับ Coupon โดย YTM คำนวณจากดอกเบี้ยที่จะได้รับในอนาคตตลอดอายุตราสารและเงินต้นที่จะได้รับคืนตามราคาหน้าตั๋ว นำมาคิดลดเป็นมูลค่าปัจจุบัน ภายใต้สมมติฐานว่า ดอกเบี้ยที่ได้รับจะสามารถนำมาลงทุนต่อได้ที่อัตราผลตอบแทนเดียวกันนี้ และถือจนครบกำหนดอายุ โดยผู้ออกชำระดอกเบี้ยและเงินต้นตามกำหนด
ดังนั้น YTM จึงเป็นข้อมูลประกอบการเปรียบเทียบ ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน หากผู้ออกผิดนัดชำระหนี้ มีการไถ่ถอนก่อนกำหนด หรือผู้ลงทุนขายหุ้นกู้ก่อนครบกำหนด ผลตอบแทนจริงอาจแตกต่างจาก YTM ที่แสดงไว้
ขายก่อนครบกำหนดได้ แต่ราคาขายอาจเปลี่ยนแปลงตามภาวะตลาด
หนึ่งในข้อดีของหุ้นกู้ตลาดรอง คือช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายหุ้นกู้ได้ก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอน อย่างไรก็ตาม ราคาขายในตลาดรองอาจแตกต่างจากราคาที่ซื้อมา ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ในช่วงเวลานั้น
ราคาหุ้นกู้สามารถเปลี่ยนแปลงตามทิศทางอัตราดอกเบี้ย ภาวะเศรษฐกิจ ความเสี่ยงของผู้ออก และสภาพคล่องในขณะนั้น หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับสูงขึ้น ราคาหุ้นกู้เดิมอาจลดลง เนื่องจากหุ้นกู้ออกใหม่อาจเสนออัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า ขณะที่ข่าวหรือสถานการณ์ที่กระทบความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกก็อาจกดดันราคาหุ้นกู้ได้เช่นกัน
ผู้ลงทุนจึงควรวางแผนโดยประเมินว่าตนเองสามารถถือหุ้นกู้จนครบกำหนดได้หรือไม่ และไม่ควรนำเงินที่อาจต้องใช้ฉุกเฉินในระยะใกล้มาลงทุนโดยไม่มีเงินสำรองที่เพียงพอ
กระจายความเสี่ยง ไม่กระจุกตัวในผู้ออกรายเดียว
ขณะเดียวกัน แม้หุ้นกู้จะกำหนดอัตราดอกเบี้ยและวันครบกำหนดไว้อย่างชัดเจน แต่การได้รับดอกเบี้ยและเงินต้นยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออก
ก่อนตัดสินใจ ผู้ลงทุนจึงควรศึกษาฐานะการเงิน อันดับเครดิต ประเภทหุ้นกู้ หลักประกัน ลำดับสิทธิ และเงื่อนไขสำคัญของแต่ละรุ่น พร้อมพิจารณากระจายการลงทุนในหลายผู้ออกหรือหลายรุ่นอย่างเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัว
อันดับเครดิตเป็นเพียงข้อมูลประกอบการประเมินความเสี่ยง ณ ช่วงเวลาหนึ่ง และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ จึงไม่ควรใช้เป็นปัจจัยเดียวในการตัดสินใจลงทุน
ซื้อขายหุ้นกู้ตลาดรองผ่าน SCB EASY
สำหรับลูกค้า SCB ที่สนใจหุ้นกู้ตลาดรองสามารถดูรายการที่ธนาคารเสนอขายผ่านแอป SCB EASY โดยข้อมูลราคา จำนวนที่เสนอขาย และอายุคงเหลือของหุ้นกู้แต่ละรุ่นอาจแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา
ทั้งนี้ ในการทำรายการ ผู้ลงทุนต้องมีบัญชี EASY-D สำหรับรับฝากหุ้นกู้แบบไร้ใบ ผู้ที่ยังไม่มีบัญชีสามารถลงทะเบียนเปิดบัญชีผ่านแอป SCB EASY ตามคุณสมบัติและเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด
เมื่อมีบัญชีเรียบร้อยแล้ว สามารถเข้าเมนู ‘การลงทุน’ เลือก ‘หุ้นกู้’ และ ‘จองซื้อ/ซื้อขาย’ จากนั้นเลือก ‘ตลาดรอง’ เพื่อดูรายการหุ้นกู้ที่มีเสนอขาย
ก่อนยืนยันรายการ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลใน Factsheet หรือหนังสือชี้ชวน ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทุน ราคา จำนวนซื้อ ดอกเบี้ยค้างรับ และยอดเงินที่ต้องชำระทั้งหมดให้ครบถ้วน ทั้งนี้ หุ้นกู้บางรุ่นอาจเสนอขายเฉพาะผู้ลงทุนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด
(วิธีซื้อขายหุ้นกู้ตลาดรองผ่าน SCB EASY https://www.scb.co.th/th/personal-banking/digital-banking/scb-easy/how-to/buy-secondary-market)
บทสรุป
หุ้นกู้ตลาดรองเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารเงินลงทุน ทั้งในด้านช่วงเวลาการลงทุน การเลือกอายุคงเหลือให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงิน และการเปรียบเทียบทางเลือกจากผู้ออกหลายรายในเวลาเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนยังควรพิจารณาผลตอบแทน ความเสี่ยง สภาพคล่อง และเงื่อนไขของหุ้นกู้แต่ละรุ่นอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน โดยเฉพาะความสามารถในการถือหุ้นกู้จนครบกำหนด และการกระจายความเสี่ยงไม่ให้กระจุกตัวในผู้ออกหรือหุ้นกู้รุ่นใดรุ่นหนึ่งมากเกินไป
คำเตือน
- การให้บริการเป็นไปตามเงื่อนไขของธนาคาร
- การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาลักษณะผลิตภัณฑ์ เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
- หุ้นกู้ไม่ใช่เงินฝากและไม่ได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
- กำไร/ขาด ทุน จากการขาย (Capital gain/ loss) อาจจะเกิดขึ้นในกรณีที่ผู้ลงทุนขายหุ้นกู้ ก่อนครบกำหนด ซึ่งมีส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขาย (มีโอกาสเกิดได้ทั้งกำไรและขาดทุน)
- สำหรับ การ ลงทุนหุ้นกู้ในตลาดรอง แม้ว่าผู้ลงทุนจะได้รับดอกเบี้ยจาก บริษัทผู้ออกตามอัตรา ที่ระบุไว้ ( Coupon ) ก็ตาม แต่เงินที่ลูกค้าจ่ายเพื่อลงทุนหุ้นกู้อาจไม่เท่ากับมูลค่าที่ตราไว้บน หุ้นกู้ ซึ่งมีผลทำให้ผู้ลงทุนหุ้นกู้ในตลาดรอง อาจได้รับผลตอบแทนที่แท้จริงไม่เท่ากับ ดอกเบี้ยที่ระบุหรือ Coupon โดยอัตราผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลงทุนในตลาดรองจะ เท่ากับ Yield To Maturity หรือ YTM เป็นอัตราผลตอบแทนที่ผู้ซื้อจะได้รับจากการลงทุน ในตลาดรอง ซึ่งคิดจากราคาที่ซื้อไปจนครบ อายุของหุ้นกู้
- ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SCB Call Center โทร. 02-777-7777

