Mohammed Aljadaan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังซาอุดีอาระเบีย ส่งสัญญาณเตือนว่า สถานการณ์พลังงานโลกในขณะนี้ยังอยู่ในภาวะ “เปราะบางมาก” แม้จะมีสัญญาณเชิงบวกบางประการจากความเคลื่อนไหวทางการเมืองระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ แต่ความไม่แน่นอนยังคงสูง และต้องจับตาว่าพัฒนาการต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร
Aljadaan ระบุในงานประชุมสภาผู้ว่าการ IMF และกลุ่มธนาคารโลก ภาคฤดูใบไม้ผลิ ประจำปี 2026 ระหว่างวันที่ 13–18 เมษายน ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
ว่า ความท้าทายสำคัญไม่ได้อยู่ที่ “ปริมาณน้ำมันในตลาด” เพียงอย่างเดียว แต่คือการทำให้ระบบขนส่ง โดยเฉพาะบริษัทเดินเรือ กลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไม่มีข้อตกลงหยุดยิงที่ชัดเจน โดยข้อตกลงหยุดยิงในปัจจุบันยังมีลักษณะชั่วคราว และอาจไม่เพียงพอที่จะสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจ
“ตราบใดที่ยังไม่มีการลดความตึงเครียดอย่างจริงจัง บริษัทต่างๆ จะยังไม่กล้ากลับมาเดินเครื่องเต็มที่” Aljadaan กล่าว พร้อมชี้ว่า แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย ก็ยังต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูกำลังการผลิตและการส่งออก
ในมุมของความเสียหาย Aljadaan เปิดเผยว่า มีบางประเทศที่สามารถฟื้นกำลังการผลิตและการส่งออกได้ค่อนข้างเร็ว ราว 7 ประเทศ ขณะที่บางประเทศยังต้องใช้เวลาอีกนานจากผลกระทบที่รุนแรงกว่า
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดในเวลานี้ คือ “ช่องว่างระหว่างตลาดกระดาษกับตลาดจริง” โดยแม้ราคาน้ำมันในตลาดล่วงหน้าจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางหนึ่ง แต่ในตลาดจริง ความต้องการพลังงานยังคงสูง และผู้ซื้อจำนวนมากยินดีจ่ายในราคาที่สูงขึ้นเพื่อให้ได้สินค้าจริง
Aljadaan เน้นว่า การติดตามเพียงราคาตลาดการเงินไม่เพียงพอที่จะสะท้อนสถานการณ์ทั้งหมด สิ่งที่จะเป็น “สัญญาณเชิงบวกที่แท้จริง” คือการกลับมาทำงานของระบบโลจิสติกส์และความเชื่อมั่นในตลาด ได้แก่ การที่บริษัทขนส่งเริ่มเปิดเส้นทางเพิ่มขึ้น บริษัทประกันกลับมาให้ความคุ้มครองในราคาที่เหมาะสม และเจ้าของเรือบรรทุกน้ำมันกล้าส่งเรือเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง
“เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้เริ่มกลับมา นั่นจะเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังฟื้นตัว และสถานการณ์เริ่มคลี่คลายจริง” Aljadaan กล่าว
การประเมินดังกล่าวสะท้อนภาพที่ชัดเจนว่า วิกฤตพลังงานรอบนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาด้านอุปทาน แต่เป็นวิกฤตของความเชื่อมั่นและโครงสร้างการขนส่งที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกในระยะถัดไป

