Menu
63478

โดนแบน ซึมเศร้า รักแท้ รีไทร์ และอีกหลายเรื่องที่ พลอย เฌอมาลย์ พูดเป็นครั้งแรก

19.01.2018
  • LOADING...
  • Loading...

HIGHLIGHTS

13 Mins. Read
  • “พลอยมีบาดแผลค่อนข้างเยอะกับการใช้ชีวิตในวงการบันเทิงตลอด 23 ปี มันมีทั้งเรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับพลอย มีทั้งเรื่องเลวร้ายที่มันสร้างบาดแผลความเจ็บปวดกับพลอยมาก พี่ต้อมเลยคิดว่าพลอยน่าจะเข้าใจความเจ็บปวดของวิยะดาได้”
  • “พลอยรักษาตัวเองด้วยการไม่ให้สัมภาษณ์อะไรเลย พลอยกลัว กลัวมาก ต่อให้พลอยพูดความจริงก็ไม่ดี ไม่พูดความจริงเลยก็ไม่ดี จริงใจมากก็ไม่ดีกับตัวเอง เหมือนทุกอย่างมันวกกลับมาแล้วทิ่มแทงตัวเองหมด”
  • “พลอยอาจจะเป็นคนหน้าดุ หน้าไม่รับแขกเลย ต้องพูด ต้องรู้จักกัน ถึงจะรู้ว่าเป็นอย่างไร จริงๆ แล้วพลอยเป็นคนเปราะบาง สิ่งที่ทุกคนเห็นมันอาจจะเป็นสิ่งที่พลอยพยายามสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจากการโดนทำร้าย พลอยเลยพยายามสร้างให้ตัวเองดูแข็งแกร่ง ทั้งที่จริงๆ พลอยไม่ได้เป็นคนแข็งแกร่งขนาดนั้นหรอก”

 

 

ชื่อของ พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ไม่เคยห่างหายจากการรับรู้ของคนไทยมาตลอด ในฐานะ ‘นักแสดง’ เธอมีผลงานที่น่าจดจำนับไม่ถ้วนจากความสามารถ ส่วนในฐานะ ‘ดารา’ เธอมีข่าวอยู่ในกระแสมาตลอด ถ้าไม่ใช่ข่าวความรักของเธอก็เป็นดราม่านักข่าว ซึ่งผมเองเฝ้าดูและแอบเสียดายที่พื้นที่ที่สื่อบันเทิงมอบให้กับความสามารถทางการแสดงของเธอนั้นมีให้น้อยเหลือเกิน


2 ปีที่ผ่านมา เราแทบจะไม่ได้ยินอะไรเกี่ยวกับพลอยเลยแม้แต่น้อย จนหลายคนรู้สึกว่า “หรือจะจริงอย่างที่เขาเมาท์กันว่าพลอยโดนแบนไปแล้ว” ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่มีคำให้การสักคำที่ออกจากปากพลอย มีแต่คำพูดของคนนั้นคนนี้ให้ข่าวโดยไร้การตอบโต้จากเธอ


วันนี้พลอยกลับมาอีกครั้งในรอบ 2 ปี พร้อมกับภาพยนตร์เรื่อง ไม่มีสมุยสำหรับเธอ (Samui Song) กำกับโดย เป็นเอก รัตนเรือง เธอร่วมแสดงกับ เดวิด อัศวนนท์ และวิทยา ปานศรีงาม (นี่มันดรีมทีมชัดๆ) เปิดโอกาสให้สื่อได้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี


มีหลายสิ่งที่คุณคงอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพลอย แต่ผมสปอยล์ไว้ตรงนี้ว่าถ้าคุณคาดหวังจะได้เห็นพลอยตอบโต้ด้วยความแรงหรือออกมาด่า มาแฉใครในบทสัมภาษณ์นี้ คุณจะไม่ได้เห็นมัน


สำหรับผม ในฐานะคนสัมภาษณ์ ผมได้เห็นด้านเปราะบางที่สุดของเธออย่างที่ไม่เคยได้เห็นผ่านสื่อมาก่อน และหลายครั้ง สิ่งที่เธอเล่าให้ฟัง หากเกิดขึ้นกับเพื่อนของเรา คนที่เรารัก เราคงลุกขึ้นไปกอดเขาแน่นๆ แต่ทุกครั้งทุกคำที่เธอเล่าว่าผ่านอะไรมาบ้าง เธอเล่าด้วยรอยยิ้ม มีอารมณ์ขัน และมีแววตาแห่งความหวังส่องประกายอยู่ตลอด จะมีบ้างบางครั้งที่เธอเงียบไปสักพัก มียิ้มเศร้าๆ ให้เราเห็นบ้างเมื่อเธอนึกถึงเรื่องที่ผ่านมา นี่ไม่ใช่พลอย ‘ผู้หญิงแรงๆ เหวี่ยงๆ’ แบบที่คุณเคยคิดว่าเธอเป็นแบบนั้น ต่อให้เป็นคนดังแค่ไหน เธอก็คือมนุษย์ธรรมดาๆ คนหนึ่ง


และหลายเรื่อง เธอบอกกับผมว่าไม่เคยบอกกับใครที่ไหน และยอมบอกกับ ‘THE STANDARD x ท้อฟฟี่ แบรดชอว์’ เป็นที่แรกและที่เดียว

 

ความรักมันทำให้เราเจ็บปวด แต่เราก็ไม่เคยหันหลังให้มันได้สักที เพราะอะไร… เพราะเรารัก

หนังเรื่อง ไม่มีสมุยสำหรับเธอ มีความหมายอย่างไรสำหรับคุณ

เรียกว่ามีความหมายกับทุกคนดีกว่า เพราะทุกคนรอคอยการกลับมาของ พี่ต้อม-เป็นเอก รัตนเรือง แม้กระทั่งพลอยเองก็รอว่าเมื่อไรจะได้ดูหนังดีๆ ของพี่ต้อมอีก จนกระทั่งวันหนึ่งบังเอิญเจอพี่ต้อมมาอัดเสียงที่สตูดิโอ หลังจากนั้น 3 ปีพลอยก็ได้รับการติดต่อจากพี่ต้อม ไม่ต้องมีคำถามเลยค่ะ เฌอมาลย์เซย์เยสทันทีโดยที่ไม่ได้อ่านบท ทั้งที่ปกติพลอยจะต้องอ่านบทก่อนตลอด

 

อะไรทำให้เซย์เยสเร็วขนาดนั้น

พี่ต้อมเป็นผู้กำกับที่เก่งมาก ได้รับการยอมรับในระดับต่างประเทศด้วย เป็นอัจฉริยะ เราเองก็ได้ดูหนังของพี่ต้อมหลายเรื่องเหมือนกัน บางเรื่องก็ดูรู้เรื่อง บางเรื่องก็ดูไม่รู้เรื่อง แต่ก็เคยร่วมงานกับพี่ต้อมมาแล้วใน Last Life in the Universe ในบทรับเชิญ ก็ยังคิดว่าถ้าชีวิตนี้มีโอกาสได้ร่วมงานกับพี่ต้อมอีกในวัยที่เราไปเจริญเติบโตในวงการ ไปฝึกปรือฝีมือมาแล้ว ก็คงเป็นเรื่องดีมากๆ แต่ก็ได้แค่ฝันอยู่ลึกๆ จนได้กลับมาทำงานกับพี่ต้อมอีกครั้งหนึ่งจริงๆ

 

นับจาก Last Life in the Universe จนได้กลับมาร่วมงานอีกครั้งก็ 15 ปีแล้ว

15 ปีแล้วเหรอคะ เร็วนะ หนังที่พลอยเล่นบางเรื่องกลายเป็นหนังคลาสสิกไปแล้ว บุปผาราตรี, รักแห่งสยาม ฯลฯ พลอยยังงงเลย


ทุกอย่างมันเร็วมาก มันผ่านการเดินทางมาเยอะมากจริงๆ ก็ยังดีใจที่ได้มาทำงานกับผู้กำกับที่เก่งแบบนี้ และพลอยอยู่ในวงการนี้ตั้งแต่อายุ 12 จนตอนนี้ 35 แล้ว มันกี่ปีแล้วนะ… 23 ปี พลอยได้ทำเกือบทุกอย่างที่พลอยอยากทำมาแล้ว จนบางครั้งมาเจอเรื่องราวบางอย่างที่ทำให้พลังกับไฟในตัวพลอยมันมอดลง รู้สึกหมดพลังในการทำงาน พลอยกำลังค้นหาอะไรใหม่ๆ ค้นหางานที่น่าตื่นเต้นที่ไม่เคยทำมาก่อน มันมีบางโอกาสที่เข้ามา แต่มันยังไม่ใช่ มันเป็นการย่ำอยู่กับที่ แต่พอมีพี่ต้อมเข้ามา พลอยดีใจมาก พลอยรู้สึกเหมือนไฟมันลุกซู่อีกครั้ง

 

 

ได้เรียนรู้อะไรจากตัวละคร ‘วิยะดา’ ใน ไม่มีสมุยสำหรับเธอ บ้างครับ

พลอยว่ามันสอนเกี่ยวกับสัจธรรมชีวิตเรื่องความไม่แน่นอนมากกว่า วิยะดาเป็นนักแสดงนางร้ายเกรดบี มีความขัดแย้งบางอย่างกับสามีที่นำไปสู่เหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำให้กลายเป็นที่มาของโปสเตอร์หนังที่ชูนิ้วนางที่ใส่แหวนแต่งงานนั่นแหละค่ะ เพราะชีวิตคู่มันบัดซบ ชีวิตคนเรามันไม่ได้สวยงามหรือมีความสุขไปตลอดอย่างที่ทุกคนคิด รูปนั้นพลอยได้ไอเดียจากตอนถ่ายภาพนิ่ง อ่านบทแล้วก็รู้สึกว่าชีวิตคู่มันบัดซบจริงๆ ว่ะวิยะดา อยู่ดีๆ พลอยก็ชูนิ้วนางขึ้นมา (เหมือนชูนิ้วกลาง) พี่ต้อมเห็นก็บอกว่า เฮ้ย เอาสิ  

 

ประสบการณ์อะไรในชีวิตที่คุณเคยเจอมาแล้วทำให้เข้าใจวิยะดาได้มากขึ้น

วิยะดาเป็นนักแสดงเกรดบีที่อยากทำอะไรใหม่ๆ บ้าง อยากแสดงแบบใหม่ๆ ไม่อยากทำอะไรแบบเดิมๆ เพราะคนติดภาพว่านางร้ายก็ต้องเล่นเป็นนางร้าย ซึ่งก็มีอะไรที่คล้ายพลอยเหมือนกัน ที่พี่ต้อมเลือกพลอยก็เพราะว่า หนึ่ง พลอยเป็นนักแสดงเหมือนวิยะดา สอง พลอยมีบาดแผลค่อนข้างเยอะกับการใช้ชีวิตในวงการบันเทิง 23 ปี มันมีทั้งเรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับพลอย มีทั้งเรื่องเลวร้ายที่มันสร้างบาดแผลและความเจ็บปวดกับพลอยมาก พี่ต้อมเลยคิดว่าพลอยน่าจะเข้าใจความเจ็บปวดของวิยะดาได้

 

 

ผมสังเกตว่าคุณเป็นนักแสดงไม่กี่คนที่สามารถเล่นได้ทั้งบทตัวร้ายและนางเอก ย่อยไปกว่านั้น คุณเป็นนางเอกสายดาร์กก็ยังได้ เป็นนางเอกสายโลกสวยสดใสก็ยังทำได้อีก

พลอยอยู่มาตั้งแต่ยุคที่ใครเล่นร้ายไม่ได้เลยนะ เพราะเดี๋ยวภาพลักษณ์ไม่ดี เดี๋ยวงานโฆษณาไม่เข้า แต่พลอยเป็นนางร้ายที่มีโฆษณา 14-15 ตัวนะ (หัวเราะ) จนคนคิดว่าพลอยร้ายเหมือนในละคร แต่จริงๆ พลอยไม่เคยมีเรื่องตบตีกับใครเลยนะ


ตอนนั้นพลอยอยากพิสูจน์ตัวเองให้คนเห็นว่าอาชีพนักแสดงคืออะไร คุณทำมันเพราะคุณห่วงภาพลักษณ์ตัวเองเหรอ ไม่ใช่ เราเป็นนักแสดง เราแสดงได้ทุกบท จะเป็นบทอะไรก็ตามที่มีความสำคัญกับละครหรือภาพยนตร์เรื่องนั้น ต้องกลับมาถามว่าเราทำหน้าที่แสดงได้ดีที่สุดแล้วหรือยัง มากกว่าจะมาห่วงว่าคนจะรักเราไหม

 

เมื่อก่อนสมรภูมิของละครโทรทัศน์ไม่ได้ใหญ่โตมาก แต่เดี๋ยวนี้มีทีวีดิจิทัล ซึ่งแทบทุกช่องก็ต้องมีละคร ไหนจะคอนเทนต์จากต่างประเทศ แล้วยังต้องแข่งกับโซเชียลมีเดียใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมากมายอีก คุณมองปรากฏการณ์การเติบโตของคอนเทนต์อย่างไรบ้างครับ

พลอยคิดว่าตอนนี้คอนเทนต์ต่างๆ มันน่าสนใจมาก มีความหลากหลายมากขึ้น มีนักแสดงหน้าใหม่เข้ามามากขึ้น จริงๆ มันน่าติดตามมากขึ้นนะคะ


ถ้าจะเบื่อ พลอยเบื่อละครรีเมก รีเมกอะไรไม่รู้ตั้งกี่รอบ นอกจากว่าอะไรที่มันไม่ได้ทำมาเป็น 20 ปีแบบนี้แล้วมารีเมกก็ยังโอเค แต่มันถึงเวลาแล้วที่เราต้องเดินก้าวต่อไป


จริงๆ มีละครรีเมกหลายเรื่องมากนะคะที่ติดต่อพลอยมา ที่พลอยไม่รับเล่นก็เพราะว่ามันเคยดีที่สุดมาแล้ว จะทำอีกทำไม ต่อให้เล่นแล้วพลอยมีศักยภาพจะเล่นได้ แต่พลอยเชื่อว่ามันจบแล้ว พลอยเลยไม่เล่นละครรีเมกเสียส่วนมาก นอกจากที่มันน่าสนใจจริงๆ เช่น สามีตีตรา ที่พี่แอน ทองประสม ก็เคยเล่นและมาเป็นผู้จัดละครเรื่องนี้เอง แบบนี้พลอยรู้สึกว่าน่าสนใจ เพราะพี่แอนเขาเป็นคนทำอะไรใหม่ๆ

 

เคยทราบมาว่าบท ‘มธุสร’ ในเรื่อง ล่า คือบทที่คุณอยากเล่นมากที่สุด คุณยังรู้สึกแบบนั้นอยู่ไหมครับ

อยาก แต่ไม่เล่นแล้ว พี่หมิวเล่นไปแล้ว พลอยว่าไม่ต้องรีเมกแล้ว พอมันเป็นพี่หมิวก็จบแล้ว ดีที่สุดแล้ว หยุดแล้ว เรื่อง ล่า นี่เป็นความใฝ่ฝันตั้งแต่ตอนอายุ 20 ต้นๆ เลยค่ะ พลอยดูละครเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็ก พลอยว่ามันเป็นบทที่ท้าทายมาก

 

 

ผมสังเกตว่าในหลายบทสัมภาษณ์ที่ผ่านมา พลอยจะพูดเสมอว่ารักการแสดง และผลงานของพลอยก็บอกเราแบบนั้น แม้กระทั่งวันนี้ที่ได้คุยกันผมก็สัมผัสได้ แต่ต่อให้เป็นงานที่เรารัก มันก็มีทั้งด้านที่สวยงามและไม่สวยงามซึ่งเราต้องโอบรับมันทั้งสองด้าน ด้านที่สวยงามและด้านที่ไม่สวยงามของการเป็นนักแสดงคืออะไร

ทุกสายอาชีพก็คงมีความหม่นๆ เป็นสีเทาเหมือนกัน มีความดาร์ก ไม่มีใครดีไปหมด แล้วก็ไม่มีใครเลวไปหมด ตอนเด็กๆ พลอยยอมรับนะว่ายังไม่ชอบการแสดง พลอยถูกจับให้มาเป็นนักแสดงเพราะแม่อยากให้เป็น ลองคิดดูนะคะ ซิงเกิลมัมหย่ากับสามี บลา บลา บลา… ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว พอลูกสาวคนโตมีโอกาสได้เป็นนางแบบโฆษณา คุณแม่ก็อยากจะผลักดันตัวเล็กให้เข้าไปด้วย แต่พลอยอายุแค่ 11 ขวบย่าง 12 จะไปรู้อะไร และพลอยก็เหนื่อยกับการต้องมาแคสต์งานทุกศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ แทนที่พลอยจะได้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไป มันเลยเป็นความไม่ชอบ เพราะเรารู้สึกว่า… นี่เรากำลังทำอะไรอยู่ และสมัยก่อนไม่มีโซเชียลเน็ตเวิร์กนะคะ ทุกคนต้องไปแคสต์เอง ได้ไม่ได้ก็ต้องลุ้นอีกที วันหนึ่งต้องแคสต์ 4-5 งาน ไหนจะเดินทาง การบ้านก็ไม่ได้ทำ ถ่ายโฆษณาก็ต้องลา มีปัญหากับโรงเรียนอีก เพราะสมัยนั้นเขาสนับสนุนให้เด็กเรียนหนังสือมากกว่าจะทำอาชีพเสริม พลอยในวัยนั้นเลยไม่รักงานในวงการบันเทิงเลย


จนกระทั่งพลอยโตมา เริ่มมีประสบการณ์การทำงาน ได้ลองผิดลองถูก พลาดมาแล้วก็เยอะ ก็เลยเริ่มที่จะเรียนรู้และรักมัน วงการบันเทิงให้อะไรพลอยเยอะมาก พลอยมีชีวิตที่ดี มีเพื่อนฝูงที่ดี มีสังคมที่ดี มีเงิน ฯลฯ แต่มันก็มีหลายสิ่งที่พลอยต้องแลกเยอะเหมือนกัน แต่ถามว่าทำไมพลอยไม่หันหลัง ทำไมไม่เกลียด มันก็เหมือนเรารักคนคนหนึ่ง รักมากที่สุด รู้ว่าเขามีอะไรดีและไม่ดี แต่เราก็ยังมองข้ามสิ่งที่ไม่ดีของเขา และพร้อมจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมที่จะจับมือและเดินไปข้างหน้าด้วยกัน ก็เหมือนงานที่ทำอยู่ บางครั้งมันไม่ได้ทำให้พลอยแฮปปี้เสมอไป มันสร้างความเจ็บปวดให้เยอะมากเหมือนกัน แต่มันเป็นเพราะรัก พลอยรักอาชีพของพลอย เราถึงยังอยู่


ความรักมันทำให้เราเจ็บปวด แต่เราก็ไม่เคยหันหลังให้มันได้สักที เพราะอะไร… เพราะเรารัก

 

เท่าที่ฟังดู เหมือนคุณไม่ได้เจ็บปวดจากการเป็นนักแสดง แต่คุณเจ็บปวดจากการมีชื่อเสียงมากกว่า

แน่นอนค่ะ มันเจ็บปวดแน่นอน แต่มันก็ผ่านมาแล้ว ให้เวลามันพิสูจน์ก็แล้วกันค่ะ

 

การเป็นคนดังในยุคนี้มันยากขึ้นด้วยไหมครับ เพราะเมื่อก่อนถ้ามีข่าวอะไร แค่เก็บตัวอยู่บ้านก็น่าจะฟื้นฟูจิตใจได้เร็ว แต่ตอนนี้มีโซเชียลมีเดีย คนไม่ชอบเราหรืออยากทำลายเราก็เข้ามาโจมตีถึงตัวเมื่อไรก็ได้

ใช่ ด่าก็ด่าได้โดยตรงเลย พลอยแค่รู้สึกว่าเผลอแป๊บเดียวพลอยอายุ 35 แล้ว อินสตาแกรมเพิ่งมาไม่กี่ปี แต่พลอยก้มหน้าก้มตาไปกับมันปีละกี่ชั่วโมง พลอยคิดว่าตั้งแต่มีโซเชียลมีเดียมา มันเสื่อมมาก ตั้งแต่ไฮไฟว์แหละพูดเลย มันทำให้สังคมแบบ… ใครๆ แม่งก็เป็นชู้กันน่ะ ใครๆ ก็ติดต่อกันง่าย ใครๆ ก็อยากจะทำลายกัน แล้วก็ไปห่วงแต่กับอะไรก็ไม่รู้ที่ไม่ใช่สาระสำคัญของชีวิต ไม่มาสนใจว่าชีวิตจริงจะทำอย่างไรให้เรามีคุณภาพ มัวไปสนใจว่าใครเขาพูดอะไร ใครจะแชร์อะไร พลอยเกลียดเรื่องพวกนี้มาก รู้สึกว่ามันไร้สาระ


การใช้โซเชียลมีเดียมันต้องมีการควบคุม แล้วชีวิตคุณจะดี จริงๆ แล้วมันมีประโยชน์มากนะคะ ทำให้เราได้รับข่าวสารข้อมูลที่รวดเร็ว หรือใช้ขอความช่วยเหลือ การกระจายข่าวสาร เราควรจะใช้ให้เป็นประโยชน์ ไม่ใช่ใช้สิ่งเหล่านี้มาทำลายเพื่อนมนุษย์ ไม่ใช่แค่นักแสดงอย่างเดียว ทุกๆ คนก็โดนเหมือนกัน ต่อให้คุณเป็นคนธรรมดา แต่โดนเพื่อนที่ทำงานเขียนเฟซบุ๊กด่าว่าแม่งเชี่ย แม่งนั่น แม่งนี่ โอ้โห…ชีวิตพังไปกี่เดือนล่ะ

 

 

พอเป็นคนดังขึ้นมา คนก็คาดหวังให้คุณเป็นนั่นเป็นนี่ที่บางครั้งก็เกินความเป็นมนุษย์ธรรมดาอยู่สักหน่อย แล้วก็ต้องเอาหน้าที่บางอย่างมาแบกบนไหล่มากไปกว่าการเป็นนักแสดงที่ดี คุณคิดอย่างไรกับความคิดที่ว่า เป็นดาราต้องเป็นตัวอย่างของประชาชนครับ

ขอเถียงเลยค่ะ เรื่องการเป็นตัวอย่างที่ดีของเยาวชนและประเทศชาตินั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเป็น ไม่ใช่นักแสดงอย่างเดียว เราอาจจะมีคนให้ความสนใจ แต่หน้าที่การเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคมมันเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคน มายกให้เรานักแสดงเป็นฝ่ายรับผิดชอบอย่างเดียวมันไม่ยุติธรรม ทุกคนต้องรับผิดชอบ ทุกคนต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กันและกัน

 

จริงๆ คนดังก็คือมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่มีทั้งความสำเร็จและความผิดพลาด แต่เวลาคนดังโดนลงโทษ เหมือนจะโดนลงโทษหนักกว่าคนอื่น

พลอยคิดว่าเรารับรู้ได้ แต่ต้องไม่ไปแบก พลอยเคยแบกแล้วทุกข์มากเลย แล้วพลอยก็มาคิดว่าทำไมเราต้องมาทุกข์แบบนี้ เคยรู้สึกว่าทำไมเราทำดีแล้วไม่ได้ดี ทำไมมันเหมือนเราจะออกไปไหนแล้วมีคนพร้อมจะเอาหอกมาทิ่มเราตลอดเวลา เคยกลัวนะคะ กลัวมาก กลัวการออกไปข้างนอกนี่แหละค่ะ กลัวอยู่นานเลย


พลอยต้องพูดตรงๆ ว่าพลอยอาจจะเป็นคนหน้าดุ หน้าไม่รับแขกเลย ต้องพูด ต้องรู้จักกัน ถึงจะรู้ว่าเป็นอย่างไร จริงๆ แล้วพลอยเป็นคนเปราะบาง สิ่งที่ทุกคนเห็นมันอาจจะเป็นสิ่งที่พลอยพยายามสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจากการโดนทำร้าย พลอยเลยพยายามสร้างให้ตัวเองดูแข็งแกร่ง ทั้งที่จริงพลอยไม่ได้เป็นคนแข็งแกร่งขนาดนั้นหรอก แต่ก็อึด ไม่อึดคงไม่อยู่มานานขนาดนี้ แต่ทุกครั้งที่ล้ม พลอยล้มแรงมาก แล้วก็พยายามลุกขึ้นมาด้วยตัวเองให้ได้ตลอด พยายามรักษาตัวเอง แต่ตอนนี้ก็พยายามไม่สร้างภาพว่าตัวเองแข็งแกร่งอะไรแบบนั้นแล้วนะคะ และเป็นตัวของตัวเองแบบทุกวันนี้ ก็คิดว่าเขาก็น่าจะเข้าใจเรา

 

เท่าที่คุยกับคนที่เคยร่วมงานกับพลอย ทุกคนบอกว่าหนึ่งในข้อดีที่สุดของผู้หญิงชื่อพลอย เฌอมาลย์ คือการเป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง การเป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเองและต้องอยู่ในสังคมที่เราไม่อาจซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองได้แบบนี้ คุณทำอย่างไรครับ

มันแปลกค่ะ พลอยก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่เรารู้ว่ากับแต่ละคนเราทำได้แค่ไหน พลอยว่าแค่นั้นก็พอ จะไปหวังให้ทุกคนมาถูกใจเราหรือรักเราก็เป็นไปไม่ได้ เรายังมีไม่ชอบคนอื่นเลย ถูกไหมคะ เรายังมีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่เห็นด้วยกับคนอื่นเลย เรายังรู้สึกกับคนอื่นได้ เพราะฉะนั้นมันไม่แปลกที่คนจะไม่ชอบเรา เพราะมันไม่มีใครเข้าใจคนทุกคนได้หรอกค่ะ มันอึดอัดนะคะ แต่เราไม่อยากสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง

 

 

พลอยเงียบหายไป 2 ปี เป็น 2 ปีที่ชื่อของคุณปรากฏในข่าวน้อยมาก ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างครับกับการที่ไม่ต้องมีความวุ่นวาย ไม่ต้องมีคนมาตั้งคำถาม ไม่ต้องถูกตัดสิน

(นิ่งไปสักครู่) จริงๆ แล้ว…พลอยป่วยเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ พลอยเคยป่วยเป็นแบบนี้ตอนอายุ 19 รุนแรงเหมือนกัน แล้วก็หายไป พลอยเพิ่งกลับมาเป็นอีกครั้งเมื่อ 4 ปีที่แล้วตั้งแต่เริ่มโดนแบน ทรมานเหมือนกัน แต่เราคิดว่าเราจะพยายามรักษาตัวเองให้ได้ ถ้าล้มก็ต้องยืนขึ้นมาให้ได้ ยืนไม่ไหวก็ต้องคลาน คลานไปที่ใดที่หนึ่ง หาอะไรเกาะ แล้วดึงตัวเองขึ้นมาให้ได้ นี่คือวิธีการที่พลอยสู้กับตัวเอง


นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่พลอยรักษาตัวเองด้วยการไม่ให้สัมภาษณ์อะไรเลย พลอยกลัว กลัวมาก ต่อให้พลอยพูดความจริงก็ไม่ดี ไม่พูดความจริงเลยก็ไม่ดี จริงใจมากก็ไม่ดีกับตัวเอง เหมือนทุกอย่างมันวกกลับมาแล้วทิ่มแทงตัวเองหมด พลอยโดนมีดแทง 10 เล่ม 20 เล่ม พลอยทนนะ พลอยทนจริงๆ แต่พอเริ่มมีดเล่มที่ 21-22 พลอยแค่ร้องโอ๊ยขึ้นมาบ้างก็ถูกมองว่าเป็นตัวร้าย มองเราเป็นลบ พลอยคิดว่าถ้าเป็นแบบนั้น เราออกมาก่อนดีกว่า


ประจวบกับตอนนั้นอาจจะมีบทเสนอมา แต่มันไม่เข้ากับพลอย พลอยพิจารณาตัวเองแล้วว่าพลอยคงไม่เหมาะสม พลอยก็ได้แต่เฝ้ารอทุกอย่างอย่างเงียบๆ โดยที่ไม่พูดอะไรเลย


มีหลายคนด่าพลอยนะ แต่พลอยไม่โต้ตอบเลย ตอนนั้นบางทีรู้สึกนะคะว่าไม่ไหวแล้วจริงๆ แล้วยังมากระทืบกันอีก ตั้งแต่มีข่าวว่าทุกคนจะแบนพลอย โฆษณาก็เลยโดนถอด เพราะคิดว่าพลอยจะไม่มีงานจริงๆ คิดว่าพลอยเป็นแบบนั้นจริงๆ ก็ถอดหมด พอพลอยเงียบก็มีคนมาด่าพลอยอีก เขียนอีกว่าพลอยเป็นฮิสทีเรียถึงได้อารมณ์รุนแรงโน่นนี่นั่น พลอยก็เสียใจนะ


แต่พลอยก็คิดว่ามันคือช่วงเวลาหนึ่งแหละที่ถ้าเราผ่านไปได้ เราจะเป็นคนเก่งขึ้น ท่องไว้แบบนี้อย่างเดียวเลย “ผ่านไปได้เธอจะเก่ง ผ่านไปได้เธอจะเก่ง” ใช้ชีวิตแบบเรียบๆ สบายดี ทำงานเป็นปกติ มีงานมาก็ทำ รอจังหวะที่มันใช่จริงๆ พลอยไม่อยากทำงานเอาปริมาณเพื่อที่จะได้ดูฮอต ดูว่างานเยอะ แต่ไม่ใช่งานคุณภาพ ทำออกมาแล้วไม่น่าจดจำ ไม่ได้ตราตรึงอยู่ในใจของใครเลย พลอยจะทำทำไม พลอยอยากทำงานที่ท้าทาย ขัดเกลาฝีมือให้ได้ก้าวขึ้นไปอีก พลอยก็ยังรอโอกาสแบบนั้นอยู่ ตอนนี้ก็เริ่มลงตัวแล้ว

 

อะไรเจ็บกว่ากัน ระหว่างการถูกโจมตี กับการถูกเมินเฉย ไม่ให้ความสำคัญ

เพิกเฉยยังดีกว่า โจมตีบ่อยๆ มันบั่นทอน แต่ตอนนี้มันคงไม่สำคัญแล้วสำหรับพลอย เพราะโดนมาทั้งสองอย่าง ตอนนี้มันสำคัญอย่างเดียวว่าเราจะต้องจัดการความคิดของเราเองอย่างไรให้มันกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม พลอยคิดว่าได้พยายามแก้ไขไปเยอะแล้ว อาจจะมีคนเห็นบ้าง หรืออาจจะไม่มีคนเห็น

 

และพลอยเลือกที่จะเงียบด้วย

พลอยเลือกที่จะเงียบด้วย ชีวิตพลอยเหนื่อยนะตอนนั้น พลอยออกงาน แต่งตัวสวย แต่ไม่มีความสุขเลย พลอยรู้สึกเหมือนจะไปโดนเชือด


กลับกัน คนก็อาจจะบอกว่าแล้วทำไมพลอยไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ มันไม่ใช่ไม่ควบคุมนะ พลอยพูดหน้านิ่งๆ ก็เหมือนโกรธแล้ว ลองดูสิคะ (ทำหน้านิ่ง) แล้วก็บอกว่าพลอยเหวี่ยง ซึ่งพลอยไม่ได้เหวี่ยงเลย มันเหมือนทำอะไรก็ผิด หายใจก็ผิด แต่ก็ไม่เป็นไร มันผ่านมาแล้ว ตอนนี้มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่เราได้กลับมาทำงานในฐานะนักแสดงอิสระอีกครั้งหนึ่ง มีภาพยนตร์กับพี่ต้อมด้วย


อีกเรื่องหนึ่งคือ 2 ปีที่หายไปนั้นพลอยดูแลคุณยายอยู่ คุณยายไม่สบาย โคม่า ในความโชคร้ายมันมีความโชคดีอย่างหนึ่งคือพลอยได้ดูแลคุณยาย 2-3 ปีแบบเต็มๆ อย่างใกล้ชิดจนกระทั่งท่านเสียชีวิตเมื่อสิ้นปีที่แล้วตอนวันเกิดของพลอย เนี่ย…ยังอยู่นี่เลย (หยิบล็อกเก็ตที่ใส่ชิ้นส่วนกระดูกของยายขึ้นมา) พกไปทุกที่เลย อย่างที่บอกแหละค่ะว่ามีโชคดีในโชคร้าย พลอยได้ดูแลยาย แล้วดูสิ…ตอนนี้พลอยเหลือแค่นี้ (ยกล็อกเก็ตขึ้นมา)

 

เวลานึกถึงคุณยาย พลอยนึกถึงอะไรครับ

นึกถึงแต่เรื่องดีๆ เพียบเลยค่ะ พูดไปแล้วก็น้ำตาคลอนะ เขาเป็นกำลังใจให้กับพลอยทุกเรื่องเลย บางทีพลอยรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว เหนื่อย ไปเจอเรื่องอะไรมาก็ตาม ยายพูดว่า “เหนื่อยมากไหมลูก ยายมองเห็นไม่ค่อยชัด ยายยังรู้เลยว่าหนูทุกข์” แค่เขาบอกว่า “เหนื่อยมากไหมลูก กินข้าวสิ” พลอยแฮปปี้เลย ความสุขของพลอยคือการได้ฟัดแก้มเขา


ยายเป็นคนสอนพลอยนะคะว่า เวลาจะทำอะไรก็แล้วแต่ให้กตัญญู ลูกต้องเข้มแข็งไว้นะ ลูกต้องอดทน เขาสอนพลอยมาแบบนี้

 

 

มีเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมนึกถึงพลอยขึ้นมา คือตอนที่สกาเล็ตต์ โจแฮนส์สัน ถามนักข่าวกลับไปในงานแถลงข่าวหนังเรื่อง The Avengers ว่า “คุณถามเพื่อนนักแสดงชายของฉันด้วยคำถามฉลาดๆ แต่คุณถามฉันว่าฉันดูแลตัวเองอย่างไรเพื่อให้ใส่ชุดรัดรูปได้เนี่ยนะ” นั่นทำให้ผมกลับมามองที่ดาราไทยและพบว่าต่อให้มีความสามารถแค่ไหน แต่นักข่าวก็ยื่นไมค์ถามแต่เรื่องส่วนตัว ผมนึกถึงพลอยขึ้นมาทันที เพราะคุณน่าจะโดนถามเรื่องส่วนตัวเยอะกว่าเรื่องงานเหมือนกัน

ฮอลลีวูดเขาพูดได้ (หัวเราะ) ของเราไม่ได้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องผู้ชาย เรื่องคบคนนั้นคนนี้ เรื่องที่ไม่ค่อยเป็นเรื่องเท่าไร จริงๆ พลอยก็เบื่อเหมือนกัน แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีอะไรให้โฟกัส (หัวเราะ)

 

ถ้าอย่างนั้นเรื่องส่วนตัวที่อยากจะถามพลอยคือพลอยผ่านเรื่องร้ายๆ มาได้อย่างไร

หาหมอ แล้วก็อยู่เฉยๆ ที่ต้องกลับไปหาหมอครั้งล่าสุดเพราะอยู่คนเดียวมากเกินไป พยายามแก้ไขด้วยตัวเองจนกลายเป็นความเก็บกดสะสม แล้วมันทรมาน มันทำให้พลอยจมอยู่ในความทุกข์แล้วก็ร้องไห้ไม่หยุด กลัวข้างนอก กลัวคน ออกไปเดินห้างแล้วแพนิก ตัวสั่น แล้วก็กลัว ร้องไห้ อยากกลับบ้าน ก็เลยพยายามรักษาตัวเองด้วยการอยู่บ้าน ดูหนัง ออกกำลังกาย หากิจกรรมทำ อ่านหนังสือ ทำบุญ ชอบทำบุญ แต่ไม่ชอบลงอินสตาแกรมว่าตัวเองทำบุญหรอก ทำเสื้อผ้ากับเพื่อน ทำชุดว่ายน้ำ ทำกระเป๋า ฯลฯ เราพยายามมีกิจกรรมให้ตัวเองทำตลอดเวลา แต่ของบางอย่างคงต้องให้หมอรักษาจริงๆ (หัวเราะ)


ตอนนี้พลอยใช้ชีวิตได้ปกติ แต่ก็ต้องจัดการกับชีวิตตัวเองให้มากขึ้น เพราะหลังจากสูญเสียคุณยายไปแล้ว พลอยค่อนข้างจมดิ่งมากเลยค่ะช่วงนี้ (ยิ้ม) ไม่ชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้


คนจะดูไม่ออก เพราะพลอยเป็นคนสร้างกำแพงขึ้นมาให้คนคิดว่าพลอยโอเค แต่จริงๆ พลอยไม่โอเค จริงๆ บางทีพลอยก็อยากจะบอกทุกคนว่าพลอยไม่โอเค แต่พลอยกลัวว่าคนไม่เชื่อ คนจะหาว่าพลอยบีบน้ำตา เวลาเราเสียใจจริงๆ ให้คนเห็น คนก็จะไม่เชื่อ ก็เลยพยายามสร้างกำแพงขึ้นมาว่าเราโอเค อันนี้เป็นปัญหาของพลอย แต่คุณหมอก็บอกว่าเป็นอะไรก็เป็นเถอะ (หัวเราะ) อย่าไปกลัวมากเลย ตอนนี้ก็พยายามปรับโหมดใหม่ คิดแต่เรื่องดีๆ เพราะมันเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเหมือนกันค่ะ ทั้งชีวิตพลอยมีแค่แม่กับยาย และตอนนี้พลอยเสียไปแล้วหนึ่ง มันเลยเป็นช่วงที่เคว้ง ยังดีที่มีงานทำ เลยได้ปลดปล่อยตัวเองบ้าง

 

 

ถ้าจะสรุปบทเรียนชีวิตจากการทำงานที่คุณเคยเจอมาด้วยตัวเองให้มนุษย์ทำงานได้เรียนรู้จากคุณ คุณอยากแบ่งปันบทเรียนเรื่องไหนครับ

พลอยเปรียบความรักงานเหมือนรักแท้ที่บริสุทธิ์ใจ เรารักหมดหัวใจ เพราะฉะนั้นเราจะไม่มีวันยอมแพ้กับสิ่งนั้น ต่อให้งานที่พลอยทำจะทำร้ายพลอยขนาดไหน ทำให้พลอยร้องไห้ เจ็บปวด เราก็ยังอยากจะรักอยู่ดี อยากจะทำงานอยู่ดี มันคงเป็นรักแท้ที่มันเกิดขึ้นในตัวพลอย เพราะฉะนั้น… Never give up ต่อให้มันทำให้เราเจ็บ เราก็จะไม่ยอมแพ้ เราแก้ไขมันได้

 

ผมถามตรงๆ ว่าเจ็บขนาดนี้ ทำไมถึงยังรักมันได้มากขนาดนั้นครับ

ไม่รู้ทำไม มันคงหล่อหลอมเรามา พลอยล้มลุกคลุกคลาน ต้องไปแคสต์งานตั้งแต่เด็ก โดนข่าวต่างๆ ทำงานไม่ได้หลับไม่ได้นอน เงินค่าตัวไม่ได้รับ ฯลฯ มันมีปัญหาเยอะมาก แล้วทำไมเรายังไม่เดินออกจากตรงนี้สักที กว่าจะมาหาคำตอบได้มันต้องใช้เวลาในการขัดเกลาเพื่อที่จะเจริญเติบโต พลอยเลยรู้ว่ารักมัน


พลอยสามารถพูดได้ว่านักแสดงเป็นอาชีพเดียวที่พลอยทำได้ดีที่สุด รองลงมาคือธุรกิจส่วนตัว กับการได้ทำอะไรใหม่ๆ อย่างดีไซน์เสื้อผ้า พลอยว่าเท่านี้ก็โอเค พลอยก็ไม่เป็นขยะแล้วล่ะ ได้ทำประโยชน์บ้าง ได้ดูแลแม่ให้มีความสุข ชีวิตที่เหลือนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะทำอะไร พลอยกะว่าอีกสัก 5 ปีพลอยจะพอแล้ว พลอยกะว่าจะรีโนเวตอพาร์ตเมนต์คุณแม่แล้วก็เก็บค่าเช่า แค่นี้ก็แฮปปี้แล้ว

 

อย่าเพิ่งเลิกรักนะครับ

จะเลิกแล้วค่ะ ไม่เกิน 5 ปี อาจจะเลิกก่อน 5 ปีก็ได้ ใครจะไปรู้ คิดว่าทำอีกแป๊บหนึ่งแล้วก็จะไปดูแม่แล้ว

 

ถ้าถึงวันนั้น หลายคนคงคิดถึงพลอยน่าดูนะครับ

เจอกันที่สุขุมวิท 22 ค่ะ (หัวเราะ)

 

 

Photo: ทรงพล จั่นลา, ภาพยนตร์ Samui Song ไม่มีสมุยสำหรับเธอ

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US