×

การคว่ำบาตรรัสเซียกำลังทำให้ราคาเพชรปรับตัวสูงขึ้น

12.03.2022
  • LOADING...
การคว่ำบาตรรัสเซียกำลังทำให้ราคาเพชรปรับตัวสูงขึ้น

สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก และมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียก็ทำให้สินค้าส่งออกสำคัญของรัสเซียกำลังขาดแคลน นั่นก็คือ เพชร เพราะรัสเซียคือผู้ผลิตเพชรดิบราว 28% ของโลก โดย 90% มาจาก Alrosa บริษัทที่รัฐบาลรัสเซียถือหุ้นใหญ่ตามข้อมูลของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ

 

จากรายงานของ Bain & Company และ Antwerp World Diamond Centre (AWDC) ระบุว่า ธุรกิจเพชรกำลังฟื้นตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด โดยในปี 2021 ธุรกิจเหมืองเพชรมีรายได้เพิ่มขึ้น 62%, ธุรกิจเจียระไน 55% และ ธุรกิจค้าปลีกเครื่องประดับเพชร 29% ทั้งหมดเพิ่มขึ้นเหนือระดับก่อนเกิดโรคระบาด +13%, +16% และ +11% ตามลำดับ ยอดขายเครื่องประดับเพชรเมื่อปีที่แล้วสูงถึง 8.4 หมื่นล้านดอลลาร์ และความต้องการของผู้บริโภคยังก็ยังคงเพิ่มขึ้นแม้ราคาจะสูงขึ้นก็ตาม 

 

RapNet Diamond Index รายงานว่า ราคาเฉลี่ยของเพชร 1 กะรัตสูงขึ้น 17.4% ตลอดปีที่แล้ว และราคายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้น 6.9% ในเดือนมกราคม พอล่วงเข้าเดือนกุมภาพันธ์เกิดสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน พร้อมกับมาตรการการคว่ำบาตรรัสเซียจากนานาชาติ ซึ่งคาดว่าอุปทานของเพชรหายไปมากกว่า 25% เลยทีเดียว จึงมีความเป็นไปได้ที่ราคาเพชรอาจจะปรับตัวสูงขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้ 

 

อย่างไรก็ดี การคว่ำบาตรต่อ Alrosa เป็นเพียงการห้ามการทำธุรกรรมตราสารหนี้และตราสารทุนเท่านั้น ซึ่งหมายความว่ายังสามารถซื้อและขายเพชรที่ขุดจากรัสเซียได้ แต่ก็ต้องเจอกับข้อจำกัด เพราะการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป พุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของรัสเซีย ดังนั้นการทำธุรกรรมใดๆ กับบริษัทรัสเซียจึงทำได้ยากขึ้น รวมทั้งการตอบโต้ด้วยการปิดน่านฟ้าของรัสเซียก็อาจจะทำให้การส่งมอบสินค้ามีความล้าช้า ซึ่งจะส่งผลต่อราคาเพชรในอีก 3- 4 เดือนข้างหน้า 

 

แม้ว่าผลกระทบของการคว่ำบาตรอาจจะยังไม่เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม แต่ในแง่ของผู้บริโภค และธุรกิจค้าปลีกบางเจ้าก็นำเพชรจากรัสเซียออกจากเว็บไซต์ของตน อย่างเช่น Brilliant Earth ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ที่ระบุว่าจะขายเพชรจากแหล่งผลิตที่มีจริยธรรมเท่านั้น และ Jewelers of America สมาคมการค้าที่ไม่แสวงหากำไร ก็แนะนำให้สมาชิกหยุดซื้อหรือขายเพชรและอัญมณีที่มาจากรัสเซียหรือเบลารุสด้วยเช่นกัน 

 

คาดการณ์กันว่าเมื่อราคาเพชรที่พุ่งสูงขึ้น อาจทำให้ตลาด Lab Grown Diamond (LGD) หรือเพชรสังเคราะห์ ได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะราคาต่ำกว่าเพชรตามธรรมชาติราวๆ 30% แต่ก็จะมาแทนที่ในฐานะเครื่องประดับระดับแมส ไม่ได้มีคุณค่าเทียบเท่าเพชรธรรมชาติ ที่บ่งบอกถึงความหรูหราและเป็นเครื่องแสดงสถานะทางสังคม 

 

3  เพชรชื่อดังจากรัสเซีย

 

 

The Dynasty ราคาประมาณ 330 ล้านบาท 

 

คอลเล็กชันเพชร 5 ชิ้นที่ทำจากเพชรดิบขนาด 179 กะรัต โดยเพชรเม็ดที่ใหญ่ที่สุดมีขนาดถึง 51.38 กะรัต เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.5 เซนติเมตร โดยเพชรเม็ดนี้ถูกตั้งราคาการประมูลอยู่ที่ 330 ล้านบาท 

 

 

The Alrosa Spectacle ราคาประมาณ 469 ล้านบาท 

เพชรขนาด 100.94 กะรัต ใช้เวลาถึง 1 ปีกับอีก 8 เดือน เจียนะไนจากเพชรดิบขนาด 207.29 กะรัต โดยได้รับการประมูลไปที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ด้วยราคา 469 ล้านบาท ในเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว นับเป็นเพชรเม็ดใหญ่ที่สุดของรัสเซียที่เคยได้รับการประมูล 

 

 

The Spirit of the Rose ราคาประมาณ 879 ล้านบาท 

เพชรสีชมพูขนาด 14.83 กะรัต ได้รับการเจียระไนจากเพชรดิบขนาด 27.85 กะรัต ถูกค้นพบทางตอนเหนือของรัสเซียในปี 2017 เพชรเม็ดนี้เคยเป็นเจ้าของสถิติเพชรสีชมพูที่มีราคาแพงที่สุดในโลกจากการประมูลเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2020  ก่อนเพชร Sakura Diamond โค่นแชมป์ปีที่แล้วด้วยราคา 953.3 ล้านบาท 

 

อ้างอิง: 

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

FYI
  • คนไทยคุ้นเคยกับคำว่า ‘เพชรรัสเซีย’ ซึ่งในความเข้าใจจะหมายถึง คิวบิกเซอร์โคเนีย ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างจากเพชรแท้และเพชรสังเคราะห์ ทำจากเซอร์โคเนียมไดออกไซด์ (ZrO2) มีค่าความเข็งอยู่ที่ 8 และค่าการหักเหของแสงก็ต่างกัน ซึ่งในความเป็นจริงรัสเซียเป็นแหล่งเพชรธรรมชาติขนาดใหญ่และส่งออกมาเป็นอันดับต้นๆ ของโลก นอกจากนี้ฝีมือการเจียระไนเพชรของช่างรัสเซียที่เรียกว่า Russian Cut Diamonds ก็มีชื่อเสียงระดับโลก และราคาแพงกว่าเพชรในท้องตลาด 

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

X
Close Advertising