วันนี้ (29 เมษายน) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) แถลงมาตรการยกระดับการกำกับดูแลแพลตฟอร์มให้บริการขนส่งสาธารณะ หลังเกิดเหตุไม่ปลอดภัยกับผู้ใช้บริการ โดยยืนยันเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์
พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ระบุว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีได้สั่งการให้เร่งรัดควบคุมแพลตฟอร์ม Ride Sharing อย่างจริงจัง โดยเฉพาะการกำกับผู้ขับขี่และยานพาหนะให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งกำหนดให้ผู้ให้บริการต้องจดทะเบียนรถเป็นรถสาธารณะ (รย.17/รย.18) และผู้ขับต้องมีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ ทั้งนี้ ภายหลังสิ้นสุดระยะผ่อนผันเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 จะเข้าสู่การบังคับใช้กฎหมายเต็มรูปแบบ
ปลัดกระทรวงดีอี ย้ำว่า หากแพลตฟอร์มละเลยมาตรการความปลอดภัยหรือปล่อยให้เกิดการกระทำผิด อาจถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา รวมถึงมีโทษถึงขั้นระงับหรือยกเลิกการให้บริการ และอาจถูกปิดกั้นแพลตฟอร์มตามกฎหมายว่าด้วยคอมพิวเตอร์
ด้าน ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนช่องโหว่สำคัญของระบบ โดยเฉพาะการยืนยันตัวตนผู้ขับที่ยังไม่รัดกุมเพียงพอ ขณะนี้ ETDA ได้สั่งการให้ทุกแพลตฟอร์มเร่งยกระดับมาตรการตรวจสอบ เช่น การยืนยันตัวตนผู้ขับทุกครั้งก่อนให้บริการ เพื่อป้องกันการสวมรอยบัญชี รวมถึงตรวจสอบให้รถและผู้ขับเป็นไปตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก
พร้อมกันนี้ ETDA ได้เรียกผู้ให้บริการเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง และกำหนดมาตรการเร่งด่วน อาทิ ระงับบัญชีผู้ขับที่เกี่ยวข้อง แจ้งเตือนข้ามแพลตฟอร์ม และปรับปรุงระบบคัดกรองให้เป็นไปตาม ประกาศ Ride Sharing Platform ที่มีผลบังคับใช้แล้ว หากพบการฝ่าฝืน อาจถูกสั่งห้ามประกอบธุรกิจ และหากไม่แก้ไขภายใน 90 วัน เสี่ยงถูกถอนการรับแจ้งและดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขณะที่ สรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ได้แจ้งความเพิ่มเติมในกรณีผู้ขับไม่มีใบอนุญาต พร้อมย้ำจะเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายกับแพลตฟอร์ม และพิจารณาการต่ออายุใบรับรองอย่างละเอียด หากไม่ปรับปรุงมาตรฐานอาจไม่ได้รับการต่ออายุ
ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี 2569 มีการจดทะเบียนรถสาธารณะแล้วราว 2,000 คัน ทำให้ปัจจุบันมีรถที่จดทะเบียนถูกต้องประมาณ 19,000 คัน จากผู้ยื่นขอจดทะเบียนรวมกว่า 39,000 ราย สะท้อนถึงความจำเป็นในการเร่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของระบบโดยรวม


