โครงการโซลาร์ภาคประชาชน เปิดให้ครัวเรือนทั่วประเทศติดตั้งระบบ Solar เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง พร้อมรับเงินสนับสนุนค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้ง รายละ 50,000 บาท ตั้งเป้าหมายสูงสุด 1,000,000 ราย วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท โดยผู้เข้าร่วมโครงการยังสามารถขายไฟฟ้าส่วนที่เหลือคืนให้การไฟฟ้าในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย สูงสุด 5 kW เป็นเวลาประมาณ 20 ปี ตามเงื่อนไขและการตรวจสอบทางเทคนิคของการไฟฟ้า
ประเด็นสำคัญ
- โซลาร์ภาคประชาชนคืออะไร?
- โซลาร์ภาคประชาชนหนุนวงเงินเท่าไร?
- ใครมีสิทธิเข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชน?
- เช็กอย่างไรว่าตัวเองเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1?
- ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าร่วมได้หรือไม่?
- ติดโซลาร์ขนาดเท่าไรถึงได้รับเงินสนับสนุน?
- ติดตั้ง Solar รูปแบบไหนได้บ้าง?
- ใครติดตั้ง Solar ให้ได้บ้าง?
- ต้องติดตั้งเมื่อไร? ใบกำกับภาษีต้องลงวันที่เท่าไร?
- โซลาร์ภาคประชาชนเปิดลงทะเบียนวันไหน?
- ต้องยื่นขอเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าภายในวันไหน?
- Solar ขายไฟคืนได้หรือไม่?
- เงิน 50,000 บาท ได้รับอย่างไร?
- มีสินเชื่อสำหรับติดตั้ง Solar หรือไม่?
- เปลี่ยน Smart Meter ต้องเสียเงินหรือไม่?
- ติด Solar 5 kW ราคาเท่าไร?
- หากผู้ติดตั้งส่งมอบงานไม่ทัน จะเป็นอย่างไร?
- แผง Solar และ Inverter ต้องได้มาตรฐานอะไร?
- เช็กลิสต์ก่อนสมัครโซลาร์ภาคประชาชน
- สรุป: ใครควรพิจารณาเข้าร่วมโครงการ?
THE STANDARD WEALTH รวบรวมข้อมูลสำคัญของโครงการ ตั้งแต่คุณสมบัติ วิธีลงทะเบียน ขนาดระบบที่ติดตั้งได้ เงื่อนไขรับเงิน 50,000 บาท ไปจนถึงการขายไฟคืน เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบสิทธิและวางแผนติดตั้งได้ก่อนตัดสินใจ
โซลาร์ภาคประชาชนคืออะไร?
โซลาร์ภาคประชาชนเป็นโครงการที่สนับสนุนให้ครัวเรือนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้ภายในบ้าน ลดการซื้อไฟฟ้าจากระบบในช่วงที่มีแสงแดด และนำไฟฟ้าส่วนที่เหลือขายคืนให้การไฟฟ้าตามเงื่อนไขของโครงการ
สำหรับโครงการนี้ รัฐสนับสนุน ค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบ Solar รายละ 50,000 บาท จำกัดไม่เกิน 1,000,000 รายทั่วประเทศ หรือจนกว่าวงเงินโครงการ 50,000 ล้านบาทจะครบ
โซลาร์ภาคประชาชนหนุนวงเงินเท่าไร?
ผู้ที่ผ่านคุณสมบัติและดำเนินการตามเงื่อนไขของโครงการครบถ้วน จะได้รับเงินสนับสนุนค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบ Solar 50,000 บาทต่อราย
สามารถรับสิทธิได้ 1 ครั้งต่อรายตลอดโครงการ โดยนับรวมการลงทะเบียนกับทั้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)
ทั้งนี้ โครงการจำกัดจำนวนไว้ที่ 1,000,000 รายทั่วประเทศ หรือจนกว่าวงเงิน 50,000 ล้านบาทจะครบ
ใครมีสิทธิเข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชน?
ผู้ขอรับสิทธิต้องมีคุณสมบัติหลัก ดังนี้
- เป็นบุคคลธรรมดา สัญชาติไทย และมีบัตรประจำตัวประชาชน
- เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย โดยไม่รวมบ้านที่ใช้มิเตอร์ไฟฟ้าชั่วคราวหรือคอนโดมิเนียม
- ชื่อผู้ขอรับสิทธิต้องตรงกับชื่อเจ้าของเครื่องวัดไฟฟ้าที่จะติดตั้งระบบ Solar
- สามารถรับเงินสนับสนุนได้เพียง 1 ครั้งต่อรายตลอดโครงการ
- ต้องไม่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบ Solar ตามพระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับที่ 805 พ.ศ. 2569 ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
- ผู้ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐสามารถเข้าร่วมโครงการได้ แต่มีเงื่อนไขเกี่ยวกับการขอรับเงินช่วยเหลือค่าไฟฟ้า
เช็กอย่างไรว่าตัวเองเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1?
สามารถตรวจสอบจากบิลค่าไฟฟ้า โดยช่องประเภท (Type) ต้องขึ้นต้นด้วยเลข 1 เช่น 1XXX
นอกจากนี้ ชื่อ-นามสกุลของผู้ขอรับสิทธิต้องตรงกับชื่อเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า หากข้อมูลไม่ตรง สามารถดำเนินการแก้ไขกับการไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องก่อนเข้าร่วมโครงการ
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าร่วมได้หรือไม่?
เข้าร่วมได้ แต่มีเงื่อนไขสำคัญ คือ
ผู้ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐที่เข้าร่วมโครงการ จะต้องไม่ขอรับสิทธิช่วยเหลือค่าไฟฟ้าของสวัสดิการแห่งรัฐเป็นระยะเวลา 20 ปี นับจากวันที่ได้รับการเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าสำเร็จ
สำหรับหมายเลขมิเตอร์ที่นำมาเข้าร่วมโครงการ ก็จะไม่สามารถนำไปขอสิทธิช่วยเหลือค่าไฟฟ้าของสวัสดิการแห่งรัฐได้อีกเป็นเวลา 20 ปีเช่นกัน
ดังนั้น ผู้ที่ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐควรเปรียบเทียบประโยชน์ระหว่างเงินสนับสนุนติดตั้ง Solar กับสิทธิช่วยเหลือค่าไฟฟ้าที่จะต้องสละไปในระยะยาวก่อนตัดสินใจ
ติดโซลาร์ขนาดเท่าไรถึงได้รับเงินสนับสนุน?
ผู้เข้าร่วมโครงการต้องติดตั้งระบบ Solar ขนาด ไม่น้อยกว่า 5 kWp และไม่เกิน 10 kWp ต่อ 1 มิเตอร์ โดยสามารถเลือกได้ทั้ง
- ติดตั้งระบบใหม่ ขนาด 5-10 kWp
- ติดตั้งเพิ่มจากระบบ Solar เดิม โดยระบบที่ติดตั้งเพิ่มต้องมีขนาด 5-10 kWp เช่นกัน
ทั้งนี้ ในกรณีติดตั้งเพิ่มจากระบบเดิม ไม่ได้นำขนาดของระบบเดิมมารวมกับขนาดระบบใหม่เพื่อจำกัดสิทธิ 5-10 kWp โดยระบบที่ติดตั้งต้องมีอุปกรณ์หลักอย่างน้อย ได้แก่ แผง Solar และ Inverter
ติดตั้ง Solar รูปแบบไหนได้บ้าง?
โครงการรองรับการติดตั้ง Solar ได้หลายรูปแบบ เช่น
- Solar Rooftop – ติดตั้งแผง Solar บนหลังคาบ้านพักอาศัย
- Solar Ground Mount – ติดตั้งแผง Solar บนโครงสร้างเหนือพื้นดินบริเวณบ้าน
- Floating Solar – ติดตั้งแผง Solar บนทุ่นลอยในแหล่งน้ำ
ทั้งนี้ การติดตั้งและการเชื่อมต่อระบบต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และการตรวจสอบทางเทคนิคของการไฟฟ้า
ใครติดตั้ง Solar ให้ได้บ้าง?
ผู้เข้าร่วมโครงการต้องติดตั้งระบบกับ
- การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)
- ผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับ กฟภ. หรือ กฟน.
หากเลือกผู้ให้บริการที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียน จะไม่ได้รับเงินสนับสนุน 50,000 บาท ดังนั้น ก่อนจ่ายค่าติดตั้งควรตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการให้เรียบร้อย
ต้องติดตั้งเมื่อไร? ใบกำกับภาษีต้องลงวันที่เท่าไร?
ใบกำกับภาษีค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งต้องมีวันที่ ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นวันเปิดลงทะเบียนรับสิทธิ
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด
โซลาร์ภาคประชาชนเปิดลงทะเบียนวันไหน?
กำหนดช่วงลงทะเบียนรับสิทธิ คือ 27 ตุลาคม 2569 – 31 มกราคม 2570
ในขั้นตอนลงทะเบียน ผู้ขอรับสิทธิต้องเตรียมข้อมูลสำคัญ เช่น
- บัตรประชาชน
- บิลค่าไฟฟ้า
- ชื่อ-นามสกุล
- หมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า
ระบบจะตรวจสอบคุณสมบัติและจัดสรรสิทธิตามลำดับเวลาของผู้ที่ผ่านการตรวจสอบและได้รับการจองสิทธิ
อย่างไรก็ตาม การได้รับสิทธิไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงิน 50,000 บาททันที เพราะผู้เข้าร่วมยังต้องติดตั้งระบบ เชื่อมต่อระบบไฟฟ้า และส่งเอกสารให้ครบตามเงื่อนไขภายในกำหนด
ต้องยื่นขอเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าภายในวันไหน?
ผู้เข้าร่วมโครงการต้องยื่นคำขอเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของ กฟภ. หรือ กฟน. ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2570
จากนั้นต้องได้รับการเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าสำเร็จ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2570
ผู้เข้าร่วมโครงการจึงควรวางแผนการติดตั้งและขั้นตอนการขอเชื่อมต่อให้เหลือเวลาเพียงพอสำหรับการตรวจสอบทางเทคนิค
Solar ขายไฟคืนได้หรือไม่?
ได้ โดยโครงการกำหนดให้สามารถขายไฟฟ้าส่วนที่เหลือกลับคืนให้การไฟฟ้าได้ สูงสุด 5 kW โดยมีอัตรารับซื้ออยู่ที่ 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นเวลาประมาณ 20 ปี ตามเงื่อนไขของโครงการ
อย่างไรก็ตาม การจะขายไฟคืนได้ต้องผ่านการตรวจสอบทางเทคนิคก่อน โดยการไฟฟ้าจะพิจารณาศักยภาพในการรับซื้อของพื้นที่และวงจรไฟฟ้าที่บ้านเชื่อมต่ออยู่
ดังนั้น การติดตั้ง Solar ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถขายไฟคืนได้ทุกกรณี
เงิน 50,000 บาท ได้รับอย่างไร?
ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถเลือกวิธีชำระค่าติดตั้งได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ ‘จ่ายเอง’ หรือ ‘ขอสินเชื่อจากธนาคาร’
- กรณีจ่ายค่าติดตั้งเอง
ผู้ขอรับสิทธิจ่ายค่าติดตั้งให้ผู้ให้บริการเต็มจำนวนก่อน จากนั้นเมื่อดำเนินการตามเงื่อนไขและเอกสารครบถ้วน กรมบัญชีกลางซึ่งดำเนินการแทนกระทรวงมหาดไทย จะโอนเงินสนับสนุน 50,000 บาทเข้าบัญชีพร้อมเพย์ ของผู้รับสิทธิเป็นรอบรายเดือน
- กรณีกู้ธนาคาร
ธนาคารจะจ่ายค่าติดตั้งให้ผู้ให้บริการก่อน จากนั้นกรมบัญชีกลางจะโอนเงินสนับสนุน 50,000 บาทให้ธนาคารโดยตรง ผู้กู้จึงผ่อนชำระกับธนาคารเฉพาะส่วนที่เหลือ ตามเงื่อนไขของสินเชื่อ
ในกรณีที่มีรายได้จากการขายไฟคืน ธนาคารจะนำรายได้ดังกล่าวไปหักชำระเงินต้นเป็นลำดับแรก ส่วนที่เหลือจึงคืนให้ประชาชน
มีสินเชื่อสำหรับติดตั้ง Solar หรือไม่?
โครงการมีธนาคารที่เข้าร่วมสนับสนุนสินเชื่อสำหรับค่าติดตั้ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
โดยมีอัตราดอกเบี้ยประมาณ 2.5% ต่อปี และระยะเวลาผ่อนประมาณ 7 ปี ทั้งนี้ เงื่อนไขจริงขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร
เปลี่ยน Smart Meter ต้องเสียเงินหรือไม่?
โครงการมีสิทธิประโยชน์ เปลี่ยน Smart Meter ฟรี เพื่อรองรับการเชื่อมต่อระบบ Solar และการขายไฟคืน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเครื่องวัดไฟตามเงื่อนไขโครงการ
ติด Solar 5 kW ราคาเท่าไร?
ราคาติดตั้งจริงขึ้นอยู่กับการสำรวจพื้นที่ อุปกรณ์ และแพ็กเกจที่เลือก
สำหรับข้อมูลราคาชุดมาตรฐานที่ระบุในโครงการ กรณี Solar Rooftop ขนาด 5 kW แบบ 1 เฟส สำหรับหลังคา CPAC มีราคาไม่เกิน 140,000 บาท รวม VAT
ราคาดังกล่าวรวมประกันงานติดตั้ง ประกันอัคคีภัย และบริการบำรุงรักษาและล้างแผงเป็นเวลา 7 ปี ปีละ 1 ครั้ง
ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกแพ็กเกจที่มีคุณสมบัติและราคาสูงกว่าชุดมาตรฐานได้ โดยราคาจริงต้องพิจารณาจากสภาพพื้นที่และรายละเอียดของงานติดตั้ง
หากใช้ราคา 140,000 บาทเป็นตัวอย่าง เงินสนับสนุน 50,000 บาทจะช่วยลดภาระต้นทุนลงเหลือประมาณ 90,000 บาทก่อนพิจารณาค่าใช้จ่ายหรือเงื่อนไขอื่นที่แตกต่างกันตามแพ็กเกจ
หากผู้ติดตั้งส่งมอบงานไม่ทัน จะเป็นอย่างไร?
ผู้ให้บริการติดตั้งต้องวางหลักประกัน 50,000 บาทต่องาน เป็นระยะเวลา 6 เดือนหากผู้ให้บริการส่งมอบงานไม่ทันตามกำหนด โครงการสามารถริบหลักประกันตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายช่วยสร้างหลักประกันให้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการและลดความเสี่ยงจากการเลือกผู้ให้บริการ
แผง Solar และ Inverter ต้องได้มาตรฐานอะไร?
อุปกรณ์หลักอย่างแผง Solar และ Inverter ต้องผ่านมาตรฐานที่กำหนด เช่น มอก. / IEC และต้องมีการรับประกันในประเทศไทย
ดังนั้น นอกจากดูราคาแล้ว ผู้ที่กำลังจะติดตั้งควรตรวจสอบทั้งมาตรฐานอุปกรณ์ การรับประกัน เงื่อนไขบริการหลังการขาย และสถานะของผู้ให้บริการว่าอยู่ในรายชื่อที่ขึ้นทะเบียนกับ กฟภ. หรือ กฟน. หรือไม่
เช็กลิสต์ก่อนสมัครโซลาร์ภาคประชาชน
ก่อนลงทะเบียน ควรตรวจสอบอย่างน้อย 8 เรื่อง
- เช็กประเภทมิเตอร์ ต้องเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย
- เช็กชื่อเจ้าของมิเตอร์ ต้องตรงกับชื่อผู้สมัคร
- เช็กสิทธิภาษี หากใช้เงินสนับสนุนโครงการนี้ จะไม่สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีสำหรับค่าซื้ออุปกรณ์และติดตั้ง Solar ตามมาตรการที่กำหนดได้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
- เช็กขนาดระบบ โดยระบบใหม่หรือระบบที่ติดตั้งเพิ่มต้องมีขนาด 5-10 kWp
- เช็กผู้ติดตั้ง ต้องเป็น กฟภ. กฟน. หรือผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้า
- เช็กวันที่ใบกำกับภาษี ต้องกำกับภาษีตั้งแต่ 27 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
- เช็กกำหนดเชื่อมต่อ ต้องยื่นคำขอภายใน 31 สิงหาคม 2570 และเชื่อมต่อสำเร็จภายใน 30 กันยายน 2570
- เช็กสิทธิของตัวเองในระยะยาว โดยเฉพาะผู้ได้รับสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งต้องแลกกับการไม่รับสิทธิช่วยเหลือค่าไฟฟ้าเป็นเวลา 20 ปี
สรุป: ใครควรพิจารณาเข้าร่วมโครงการ?
โครงการโซลาร์ภาคประชาชนเปิดโอกาสให้ครัวเรือนลดต้นทุนเริ่มต้นในการติดตั้ง Solar ด้วยเงินสนับสนุน 50,000 บาท พร้อมโอกาสผลิตไฟฟ้าใช้เองและขายไฟฟ้าส่วนที่เหลือคืนในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วยตามเงื่อนไข
แต่การตัดสินใจไม่ได้มีเพียงเรื่องเงินสนับสนุน เพราะผู้เข้าร่วมต้องติดตั้งระบบขนาด 5-10 kWp เลือกผู้ให้บริการที่ขึ้นทะเบียน ดำเนินการเชื่อมต่อภายในกรอบเวลาที่กำหนด และในบางกรณีอาจมีเงื่อนไขที่ต้องแลก เช่น ผู้ได้รับสวัสดิการแห่งรัฐต้องสละสิทธิช่วยเหลือค่าไฟฟ้าเป็นเวลา 20 ปี
ดังนั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงคำถามว่า ‘ได้เงิน 50,000 บาทหรือไม่’ แต่ควรพิจารณาด้วยว่า บ้านมีการใช้ไฟฟ้ามากแค่ไหน ต้นทุนติดตั้งเท่าไร มีความพร้อมในการติดตั้งระบบ 5-10 kWp หรือไม่ และสิทธิประโยชน์ที่ต้องแลกคุ้มค่ากับครัวเรือนในระยะยาวหรือไม่

