×

รังสิมันต์ โรม นำทีม กมธ.กฎหมายฯ ลุยเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จี้แก้ปัญหาผู้ต้องขังต่อสู้คดี-เล็งรื้อกฎหมายคืนคนดีสู่สังคม

โดย THE STANDARD TEAM
22.05.2026
  • LOADING...
รังสิมันต์ โรม และคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

วันนี้ (22 พฤษภาคม) ที่ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดย รังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ, ปิยรัฐ จงเทพ รองประธานคณะกรรมาธิการ, รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองประธานคณะกรรมาธิการ และ ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

 

ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและศึกษาดูงานภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยมี เกียรติกร ปัทมทัตต์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และคณะเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและร่วมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

 

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาข้อมูลด้านกระบวนการยุติธรรม ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการเข้าถึงการรักษาพยาบาลของผู้ต้องราชทัณฑ์ โดยคณะกรรมาธิการได้เข้าตรวจเยี่ยมพื้นที่สำคัญหลายจุด เริ่มตั้งแต่ แดนแรกรับผู้ต้องราชทัณฑ์ แดน 1 ซึ่งเป็นพื้นที่ดูแลกลุ่ม 608 หรือกลุ่มผู้ป่วยเปราะบางที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปและผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค แดน 8 ตลอดจนส่วนงานฝึกวิชาชีพ ส่วนงานสูทกรรม (โรงครัว) และสถานพยาบาลภายในเรือนจำ เพื่อประเมินแนวนโยบายการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัวผู้ต้องขังคืนสู่สังคม

 

ภายหลังการตรวจเยี่ยม รังสิมันต์ โรม เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการได้มีโอกาสสำรวจสวัสดิภาพความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังในหลากหลายคดี ทั้งคดียาเสพติด คดีทางการเมือง ผู้ต้องขังสูงวัย และชาวต่างชาติ โดยได้ตรวจสอบความเหมาะสมของโภชนาการและรับฟังปัญหาความต้องการโดยตรง สิ่งที่พบคือ ผู้ต้องขังที่รับโทษเป็นเวลานานมักขาดการรับรู้ข้อมูลข่าวสารภายนอก ทางคณะกรรมาธิการจึงเสนอให้เรือนจำเพิ่มการเข้าถึงข่าวสารที่ทันเหตุการณ์ เพื่อเป็นข้อมูลติดตัวในการประกอบอาชีพเมื่อพ้นโทษ

 

นอกจากนี้ ยังพบอุปสรรคสำคัญในการต่อสู้คดีจากภายในเรือนจำ โดยเฉพาะความยากลำบากในการรวบรวมเอกสารทางกฎหมาย และการเข้าถึงเงินกองทุนยุติธรรม เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งคณะกรรมาธิการเตรียมนำปัญหาเหล่านี้ไปศึกษาเพื่อหาจุดสมดุลในการอำนวยความยุติธรรม พร้อมเตรียมแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งจะมีบุคคลสำคัญเข้าร่วม อาทิ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง, ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ และ ชัยชนะ เดชเดโช

 

ทางด้าน รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี ได้ให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นความหลากหลายทางเพศ โดยระบุว่าทางเรือนจำมีการบริหารจัดการที่เป็นระบบ โดยเฉพาะการจัดพื้นที่แยกสำหรับผู้ที่แปลงเพศแล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อห่วงใยเรื่องข้อกฎหมายหลายฉบับที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตของผู้ที่ก้าวพลาด ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการทบทวนและปรับปรุงเพื่อให้โอกาสพวกเขาได้กลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข

 

ขณะที่ ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ได้กล่าวชื่นชมการจัดการด้านสูทกรรมของเรือนจำ ที่มีการระบุเมนูอาหารรายเดือนอย่างชัดเจนและมีการแยกครัวฮาลาลสำหรับชาวมุสลิมอย่างถูกต้อง ทว่าในส่วนของการส่งเสริมความรู้ พบว่าห้องสมุดของเรือนจำยังมีข้อจำกัดด้านปริมาณหนังสือ

 

โดยผู้ต้องขังได้แจ้งความประสงค์ว่าต้องการหนังสือเกี่ยวกับข้อกฎหมายและคำพิพากษาศาลฎีกาเพิ่มเติม เพื่อใช้ศึกษาทำความเข้าใจสิทธิในการต่อสู้คดีของตนเอง พร้อมกันนี้ยังได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความชัดเจนและทำให้การเข้าถึงกองทุนยุติธรรมเป็นรูปธรรมที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising