PVH บริษัทแม่ของแบรนด์ Calvin Klein และ Tommy Hilfiger เผยผลประกอบการในไตรมาสแรกของปี 2026 ที่เพิ่มขึ้น 2% ในจำนวน 2.025 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งนับว่ายังคงเติบโตขึ้นอย่างเสถียรและมั่นคงต่อเนื่อง ด้วยยอดขายของแบรนด์ใหญ่ในเครือทั้งสองทั้งในและต่างประเทศ และยอดขายทั่วโลกจากการขายสินค้าแบบ Direct-to-Consumer (D2C) หรือการขายสินค้าให้กับลูกค้าโดยตรงโดยไม่ผ่านคนกลาง
PVH เผยว่ารายได้จากกลยุทธ์การขายแบบ D2C ในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้สูงขึ้น 6% ด้วยยอดขายจากหน้าร้านที่เพิ่มขึ้น 5% และยอดขายทางออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นถึง 11% โดยหากแบ่งตามภูมิภาค บริษัทมีรายได้จาก EMEA (Europe, Middle East และ Africa) สูงขึ้น 2% แม้ว่าความต้องการสินค้าจะลดลงเพราะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทางด้าน APAC (Asia-Pacific) มีรายได้กระโดดขึ้นถึง 10% ในขณะที่อเมริกา บ้านเกิดของ Calvin Klein และ Tommy Hilfiger มีรายได้ลดลง 1%
รายได้จากทั่วโลกของ Calvin Klein เพิ่มขึ้น 1% ส่วน Tommy Hilfiger มียอดขายสูงขึ้น 3% ในไตรมาสแรกของปี ซึ่งนับจากช่วงเวลา 3 เดือนที่สิ้นสุดในวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดย PVH สามารถกลับมาทำกำไรได้อีกครั้งในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ ด้วยกำไรสุทธิ 88 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ไตรมาสแรกของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 44.8 ล้านดอลลาร์ นอกจากนั้นกำไรต่อหุ้นก็ยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย
Stefan Larsson ผู้บริหารแห่ง PVH เผยว่ายอดขายในไตรมาสแรกของปี สะท้อนให้เห็นถึงวินัยและความเคร่งครัดในการทำตามกลยุทธ์ PVH+ Plan ของบริษัท อย่างไรก็ตามบริษัทคาดว่ายอดขายโดยรวมตลอดทั้งปีนี้จะทรงตัว และไม่เพิ่มสูงขึ้นมากเหมือนปัจจุบัน เนื่องจากผลกระทบต่างๆ ที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความผันผวนของการเมืองโลก
ภาพ: Calvin Klein

