×

ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา ปริญญ์ พานิชภักดิ์ คดีพรากผู้เยาว์-อนาจาร กลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โดย THE STANDARD TEAM
25.08.2026
  • LOADING...
ภาพแฟ้ม ปริญญ์ พานิชภักดิ์

วันนี้ (25 สิงหาคม) ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีหมายเลขดำ อ 1849/2565 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี เพื่อการอนาจาร

 

สืบเนื่องจากคำฟ้องของอัยการโจทก์ระบุว่า เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2561 เวลากลางวัน จำเลยได้พรากหญิงสาวอายุ 17 ปีเศษ ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ไปจากบิดามารดาหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจารโดยหญิงนั้นเต็มใจ โดยใช้มือขวาจับมือและใช้มือซ้ายจับที่ต้นขาของผู้เสียหายในรถตู้ส่วนตัว ซึ่งอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ เหตุเกิดที่แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพมหานคร โดยในชั้นสอบสวนและชั้นศาล จำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อหา

 

ก่อนหน้านี้ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เหตุเกิดขึ้นภายในรถตู้ส่วนตัวที่มีม่านและฟิล์มดำปิดบัง คดีอนาจารดังกล่าวเป็นคดีที่ยอมความได้และมีอายุความเพียง 3 เดือนนับแต่วันเกิดเหตุ คดีจึงขาดอายุความ

 

ขณะที่ข้อหาพรากผู้เยาว์ ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยอาสาไปส่งผู้เสียหาย และระหว่างทางเมื่อมีการสัมผัสตัว ผู้เสียหายขอลงจากรถ จำเลยก็ยินยอมให้ลง จึงยังไม่เข้าลักษณะการพรากผู้เยาว์ไปจากอำนาจปกครอง พยานหลักฐานโจทก์จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิด ต่อมาอัยการโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลย

 

สำหรับบรรยากาศในวันนี้ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัว ปริญญ์มาจากเรือนจำ ซึ่งสวมชุดผู้ต้องโทษเนื่องจากอยู่ระหว่างรับโทษจำคุกในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศคดีกรณีอนาจารนักศึกษามหาวิทยาลัยในร้านอาหารที่สุขุมวิท 11ของศาลอาญากรุงเทพใต้

 

ทั้งนี้ศาลอุทธรณ์ได้ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือโดยรอบคอบแล้วเห็นว่า เนื่องจากจำเลยกระทำผิดเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2561 จนถึงวันฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วว่าคดีอนาจารยังไม่ขาดอายุความ

 

ส่วนข้อหาพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คำว่า ‘พราก’ หมายถึงการพาไปหรือแยกผู้เยาว์ออกไปจากอำนาจการปกครองของบิดามารดา ซึ่งส่งผลกระทบต่ออำนาจปกครองแม้จะอยู่ในรถยนต์ก็ตาม พฤติการณ์ของจำเลยจึงมีความผิดตามฟ้อง เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม

 

อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องนั้น ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วย จึงพิพากษากลับ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยในฐานกระทำอนาจารเป็นเวลา 1 ปี และฐานพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจารเป็นเวลา 2 ปี รวมจำคุกทั้งสิ้น 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา

 

ทั้งนี้ ปริญญ์ยังคงมีคดีเกี่ยวกับความผิดทางเพศที่อัยการและผู้เสียหายร่วมกันยื่นฟ้องอีกหลายคดี ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญากรุงเทพใต้ประมาณ 5-6 คดี

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising