วันนี้ (5 ตุลาคม) ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ยศวริศ ชูกล่อม หรือ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ อดีตแกนนำ นปช. (จำเลยที่ 1) และ เอกลักษณ์ วารีชล หรือ ‘เอก ปากน้ำ’ (จำเลยที่ 2) ในความผิดฐานร่วมกันกรรโชกทรัพย์ โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวยศวริศจากเรือนจำมารับฟังคำพิพากษา ส่วนเอกลักษณ์ได้รับการประกันตัวออกไปก่อนหน้านี้
คดีดังกล่าว อัยการโจทก์ระบุพฤติการณ์ความผิดว่า ระหว่างวันที่ 5–7 เมษายน 2565 จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันขู่กรรโชกเอาทรัพย์สินจำนวน 800,000 บาท จาก เสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ ‘แรมโบ้ อีสาน’ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (โจทก์ร่วม) เพื่อแลกกับการช่วยเหลือเรื่องการประมูลงานของกรุงเทพมหานคร โดยข่มขู่ว่าหากไม่ยินยอมจะนำเรื่องไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. บุคคลอื่น และสื่อมวลชน เพื่อให้เสกสกลเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งในชั้นศาลจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า ยศวริศ (จำเลยที่ 1) และเสกสกล เป็นเพื่อนที่มีความสนิทสนมกันมาตั้งแต่ช่วงร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช. ประกอบกับคำเบิกความของพยานโจทก์ยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ข่มขู่เรียกรับทรัพย์สิน และพยานโจทก์ยังมีข้อพิรุธน่าสงสัยหลายประการ ศาลจึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย พิพากษา ยกฟ้อง ยศวริศ
ส่วนกรณีของเอกลักษณ์ (จำเลยที่ 2) พยานโจทก์หลายปากเบิกความสอดคล้องกันว่า มีการข่มขู่เรียกเงิน 800,000 บาทจากเสกสกลจริง เพื่อแลกกับการไม่นำเรื่องไปร้องเรียนให้เกิดความเสียหาย ก่อนจะมีการเจรจาลดจำนวนเงินลงเหลือ 700,000 บาท พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ และไม่มีเหตุให้เชื่อว่าเป็นการกลั่นแกล้งใส่ร้าย
ศาลจึงพิพากษาว่า เอกลักษณ์มีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี แต่คำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน และสั่งให้จำเลยที่ 2 ชดใช้เงินจำนวน 700,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี คืนให้แก่โจทก์ร่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน ยศวริศ หรือ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ อยู่ระหว่างการรับโทษในเรือนจำจากคดีอื่น ได้แก่ คดีที่ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 5 ปี 4 เดือน (ไม่รอลงอาญา) กรณีทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ทหารในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองปี 2553 และคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิพากษาจำคุก 6 ปี ฐานร่วมกับศรีสุวรรณ จรรยา ขู่กรรโชกทรัพย์และเรียกรับเงิน 1.5 ล้านบาท จากณัฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว


