2026 กลายเป็นอีกปีที่ Prime Video เดินหน้าเสิร์ฟคอนเทนต์อย่างเต็มกำลัง โดยหนึ่งในหมวดที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือ Young Adult ซึ่งปีนี้ไม่ได้เป็นเพียงหนึ่งในหมวดสำคัญ แต่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเรือธงของแพลตฟอร์ม
ประเด็นสำคัญ
- Olive เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ต้องพูดทั้งศัพท์และบทสนทนาเชิงวิชาการจำนวนมาก คุณเตรียมตัวอย่างไร เพื่อให้การถ่ายทอดออกมาดูเป็นธรรมชาติบนหน้าจอ?
- ถ้าถามเชื่อมโยงไปยังผลงาน Dímelo Bajito อะไรคือสิ่งที่ทำให้ ‘รักสามเส้า’ น่าติดตามกันแน่ ระหว่าง เคมี ความหึงหวง หรือเรื่องราวที่มีร่วมกันในอดีต?
- ถ้า Lisa สามารถส่งข้อความ DM ทาง Instagram ไปหาตัวละครของคุณได้ คุณอยากจะบอกอะไรกับเธอ?
- ธีมหลักของกลุ่มนี้คือความเร็ว การแข่งขัน แรงกดดัน และความทะเยอทะยาน ถ้าสามารถปลดล็อกหรือเอาแรงกดดันอย่างหนึ่งออกไปจากการเป็นนักแสดงได้ อยากจะกำจัดอะไรออกไป?
- คำถามสุดท้ายสำหรับทุกคนในกลุ่มนี้ ถ้าสามารถพูดอะไรก็ได้ถึงแฟนชาวไทยที่เป็นแฟนหนังสือที่พัฒนามาเป็นผลงานการแสดงของพวกคุณ อยากจะบอกอะไรกับพวกเขาบ้าง?
- สำหรับ Maxton Hall ซีซัน 3 ในหนังสือมีส่วนไหนที่คุณรู้สึกตื่นเต้นหรือประหม่าเป็นพิเศษที่จะนำมาถ่ายทอดผ่านการแสดงบนหน้าจอ?
- ส่วน Hugo ในบทคุณเป็นบอดี้การ์ด แต่ชีวิตจริงคุณอยากเป็นบอดี้การ์ดให้ใครสักคน หรืออยากให้มีใครสักคนมาคอยปกป้องคุณมากกว่า?
- แล้วฉากแอ็กชันฉากไหนใน Drawn Together ที่เป็นฉากน่าจดจำ หรือรู้สึกว่าถ่ายทำยากมากๆ
- จากภาพยนตร์ You + Me ความหลงใหลลับๆ ของ Alma คือการทำหนัง การมารับบทนี้ได้เปลี่ยนมุมมองที่คุณมีต่อคนทำหนัง หรือขั้นตอนการสร้างภาพยนตร์บ้างไหม
- สำหรับ Lucas อะไรคือ Red Flag ที่ใหญ่ที่สุดของบท Vadim ที่แฟนๆ อาจจะแอบรู้สึกว่ามันเสน่ห์น่าดึงดูดใจ
เห็นได้จากจำนวนภาพยนตร์และซีรีส์ที่หยิบเอานวนิยายขายดีมาดัดแปลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่เชื่อมต่อ Prime Video เข้ากับฐานผู้ชมจากคอมมูนิตี้อย่าง BookTok และ Wattpad ได้โดยตรง ทั้งยังต่อยอดไปสู่กลุ่มแฟน Gen Z และ Millennials ที่มีความผูกพันกับต้นฉบับและพร้อมสนับสนุนผลงานในเวอร์ชันจอ โดยเฉพาะการเลือกพัฒนานวนิยายที่เคยขึ้นอันดับ #1 New York Times Bestseller หรือสร้างกระแสบนโลกออนไลน์มาแล้ว

ทิศทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า Prime Video กำลังขยายฐานเข้าสู่ตลาดวัยรุ่นมากขึ้น โดยต่อยอดจากความสำเร็จของผลงานอย่าง The Summer I Turned Pretty, Culpa Mía และ Maxton Hall ที่สร้างสถิติผู้ชมในหลายตลาดทั่วโลก พร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่าคอนเทนต์ YA ที่เล่าเรื่องด้วยภาษาท้องถิ่นก็สามารถข้ามพรมแดนและขึ้นสู่อันดับต้นๆ ในระดับโลกได้
อีกหนึ่งจุดแข็งคือการมองเห็นความรัก และเรื่องราวชีวิตวัยรุ่นในฐานะ Universal Appeal ที่สามารถสื่อสารกับผู้ชมได้โดยไม่จำกัดภาษาและประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสเปน ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร หรืออินเดีย ขณะที่เพื่อย้ำภาพจำของ Prime Video ในฐานะ ‘The Home of YA Programming’ Amazon MGM Studios จึงเปิดตัวแคมเปญใหญ่ในชื่อ Obsession Is in Session

ล่าสุด THE STANDARD POP ได้รับโอกาสสุดเอ็กซ์คลูซีฟอีกครั้ง บินไปร่วมงาน Obsessed Retreat: Class of ’26 ณ มิวนิก ประเทศเยอรมนี ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ต่อจากปีที่แล้วในสเปน โดยครั้งนี้เนรมิตบรรยากาศแบบแคมปัส ซึ่งเป็นฉากหลังอันคุ้นเคยของนิยาย YA เพื่อเปิดพื้นที่ให้สื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และแฟนคลับ ได้สัมผัสคอนเทนต์และทำความรู้จักกับไลน์อัปภาพยนตร์และซีรีส์ YA สำหรับปี 2026 และปีต่อไป
ภายในงาน เราได้พบกับเหล่าทีมนักแสดงจากโปรเจกต์ต่างๆ บินลัดฟ้ามาให้สัมภาษณ์กันคับคั่ง จึงไม่พลาดที่จะเป็นตัวแทนหมู่บ้านไปสนทนากับพวกเขาถึงผลงานที่กำลังจะเกิดขึ้น

โดยเริ่มตั้งแต่ Lili Reinhart ที่มีผลงานล่าสุดกับ The Love Hypothesis ภาพยนตร์รอมคอมที่ทำมาจากนิยายขายดีของ Ali Hazelwood ซึ่งทางเราก็ได้ถามเธอถึงการแสดงเป็น Olive Smith นักวิทยาศาสตร์สาวที่บทพูดมีแต่คำศัพท์เฉพาะในแวดวงวิชาการ เธอมีทริคในการจำบทอย่างไร เราลองไปฟังคำตอบเธอกัน
Olive เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ต้องพูดทั้งศัพท์และบทสนทนาเชิงวิชาการจำนวนมาก คุณเตรียมตัวอย่างไร เพื่อให้การถ่ายทอดออกมาดูเป็นธรรมชาติบนหน้าจอ?
Lili Reinhart: คือจริงๆ ฉันไม่ได้มีบทพูดแนววิทยาศาสตร์เยอะเท่า Tom เลย เอ่อ…แล้วก็ Rachel ด้วย (หัวเราะ) ฉันจำได้ว่าเธอต้องรับบทสอนคลาสเด็กๆ แล้วเธอก็ต้องพูดคำศัพท์ทางวิทยาศาสตร์พวกนั้น
ฉันรู้สึกโชคดีมากๆ ที่ตอนท้ายเรื่อง คุณไม่ต้องเห็นฉากบรรยายวิชาการที่ฉันกำลังจะขึ้นพูด ตอนนั้นฉันคิดในใจว่า ‘ขอร้องล่ะ อย่าให้ฉันต้องบรรยายวิชาการทางวิทยาศาสตร์เลยนะ มันคงท้าทายมากแน่ๆ’ วิชาวิทยาศาสตร์เป็นวิชาที่ฉันแย่ที่สุดสมัยเรียนเลย ดังนั้นมันคงเป็นเรื่องยากและซับซ้อนสำหรับฉันมากๆ
แต่ในเรื่องของการท่องบท Tom เป็นคนที่เจอศึกหนักจริงๆ เขาต้องท่องบทคำศัพท์ทางวิทยาศาสตร์เยอะมากๆ ส่วนฉันโชคดีหน่อยที่เหมือนรอดตัวไปได้นิดนึง ฉันคิดว่าถ้ามีคำไหนที่ฉันไม่คุ้นหรือไม่รู้จัก ฉันจะพยายามเชื่อมโยงหาคำที่มีเสียงคล้ายๆ กัน แล้วก็สร้างภาพในหัวที่สอดคล้องกับคำนั้น พอคิดถึงภาพนั้นมันก็ช่วยให้ฉันจำการออกเสียงของคำศัพท์คำนั้นได้

ต่อด้วยการสัมภาษณ์แบบกลุ่มที่เกิดขึ้นตามมา ซึ่งในกลุ่มแรกที่ผมเจอคือกลุ่ม Hot Wheels & High Stakes โดยประเด็นของการแข่งขัน ความกดดัน และการเติบโตของคนรุ่นใหม่ คือหัวใจของเรื่องราวกลุ่มนี้ เพราะมีตั้งแต่ Lisa-Marie Koroll จาก Drive: The Pretenders, Fernando Lindez จาก Dímelo Bajito และ Carmen Kassovitz จากเรื่อง Campus Drivers
ถ้าถามเชื่อมโยงไปยังผลงาน Dímelo Bajito อะไรคือสิ่งที่ทำให้ ‘รักสามเส้า’ น่าติดตามกันแน่ ระหว่าง เคมี ความหึงหวง หรือเรื่องราวที่มีร่วมกันในอดีต?
Fernando: ผมคิดว่าสิ่งที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับรักสามเส้าก็คือ เคมีระหว่างตัวละครทั้งสามคน ความหึงหวง แน่นอนอยู่แล้ว ปัญหาทั้งหมดที่ทั้งสามคนมีร่วมกัน โดยเฉพาะในกรณีของผมกับบทใน Dímelo Bajito มันมีสิ่งที่น่าสนใจมากๆ คือ ทั้งสามคนมีเรื่องบางอย่างจากอดีตที่ต้องตามแก้ เอาเป็นว่าผมขอตอบแบบนี้ก็ละกัน (อมยิ้มเลี่ยงสปอยล์)
ถ้า Lisa สามารถส่งข้อความ DM ทาง Instagram ไปหาตัวละครของคุณได้ คุณอยากจะบอกอะไรกับเธอ?
Lisa-Marie Koroll: บอกให้เธอสู้ต่อไปค่ะ ให้ตั้งมั่นและโฟกัสไว้ แล้วก็ให้เดินหน้าทำตามความฝันของเธอต่อไป

ธีมหลักของกลุ่มนี้คือความเร็ว การแข่งขัน แรงกดดัน และความทะเยอทะยาน ถ้าสามารถปลดล็อกหรือเอาแรงกดดันอย่างหนึ่งออกไปจากการเป็นนักแสดงได้ อยากจะกำจัดอะไรออกไป?
Carmen Kassovitz: สิ่งที่ฉันอยากจะกำจัดออกไป การถูกจ้องมอง ทุกอย่างก็แค่พวกชื่อเสียงเงินทองทั้งหมดน่ะ คุณก็รู้ ฉันไม่ได้อินกับเรื่องนั้นเท่าไหร่ แต่บางทีมันก็ดีแหละ
มันเป็นโอกาสที่ดีมากๆ และถือว่าเป็นโชคที่ดีถ้าได้ทำมัน แต่หากเลือกได้ ฉันอยากกำจัดเรื่องนั้นออกไปแน่นอน ยิ่งตอนนี้ฉันไม่ได้ดังอะไรเลยด้วย ฉันไม่ได้สนใจเรื่องชื่อเสียงพวกนั้นเลย

คำถามสุดท้ายสำหรับทุกคนในกลุ่มนี้ ถ้าสามารถพูดอะไรก็ได้ถึงแฟนชาวไทยที่เป็นแฟนหนังสือที่พัฒนามาเป็นผลงานการแสดงของพวกคุณ อยากจะบอกอะไรกับพวกเขาบ้าง?
Lisa-Marie Koroll: ฉันขอพูดว่า ‘สวัสดีค่ะ!’ ส่วนตัวฉันไม่เคยไปประเทศไทยเลย แต่คุยกับใครก็อยากไปมากๆ แล้วก็ขอบคุณทุกคนที่รับชมภาพยนตร์เรื่องนี้นะ ประเทศไทยเป็นประเทศที่สวยงามมาก
Fernando Lindez: สวัสดีครับ! ขอบคุณครับ!
Carmen Kassovitz: สวัสดีค่ะ! ฉันนับเลข 1 ถึง 10 เป็นภาษาไทยได้ด้วยนะ (นับโชว์)

ตามมาด้วยกลุ่มต่อมาที่ผมต้องไปพูดคุยกับพวกเขา กรุ๊ปนี้มาในชื่อว่า ‘You Shouldn’t But You Will’ ตัวละครที่พวกแสดงเกี่ยวข้องกับความรักที่ต้องอยู่ท่ามกลางข้อห้าม ความแตกต่าง และอุปสรรคที่ขวางกั้น ยิ่งทำให้เรื่องราวชวนติดตาม ถือเป็นเสน่ห์ของ Forbidden Romance ที่ยังครองใจชาว BookTok และสร้างโมเมนต์ให้คนดูได้ลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่ไม่มีคำว่าง่าย
ซึ่งกลุ่มนี้ก็มีนักแสดงตัวเป้ง พร้อมวิชวลพราวเสน่ห์เหมือนหลุดออกมาจากแม็กกาซีน ไม่ก็รันเวย์ ทำเอาคนสัมภาษณ์อย่างผมถึงกับเก็บอาการตื่นเต้นไม่อยู่ เพราะมีทั้ง Harriet Herbig-Matten จาก Maxton Hall, Hugo Diego Garcia จาก Drawn Together และคู่พระนาง Vittoria de Savoia กับ Lucas Barski จาก You + Me

สำหรับ Maxton Hall ซีซัน 3 ในหนังสือมีส่วนไหนที่คุณรู้สึกตื่นเต้นหรือประหม่าเป็นพิเศษที่จะนำมาถ่ายทอดผ่านการแสดงบนหน้าจอ?
Harriet: ต้องบอกว่าเพราะ Ruby กับ James อยู่ด้วยกันในซีซัน 3 เราก็เลยไม่มีพลังงานแบบ ‘ศัตรู’ อีกแล้ว ซึ่งมันดีมากๆ สำหรับตัวฉันเอง แล้วก็ผ่อนคลายขึ้น และฉันคิดว่าในซีซัน 3 จะไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ในโลกแห่งอารมณ์ดราม่าขนาดนั้นแล้ว อาจเป็นเพราะซีซัน 2 มันใส่อารมณ์ดราม่าไปเยอะมาก

ส่วน Hugo ในบทคุณเป็นบอดี้การ์ด แต่ชีวิตจริงคุณอยากเป็นบอดี้การ์ดให้ใครสักคน หรืออยากให้มีใครสักคนมาคอยปกป้องคุณมากกว่า?
Hugo: ผมอยากให้มีคนมาคอยปกป้องผมนะ ไม่รู้เหมือนกันว่าปกป้องจากอะไร แต่มันก็น่าจะเท่ดี คิดว่าสักช่วงเวลาสั้นๆ ก็น่าจะดี เอาจริงเราเคยมีบอดี้การ์ดในกองถ่ายตอนไปถ่ายที่นิวยอร์กด้วย มันสนุกเลยล่ะ เพราะตอนถ่ายทำมันมีเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่ถ้าต้องมีในชีวิตประจำวันจริงๆ ผมว่ามันคงยุ่งยากน่าดู
แล้วฉากแอ็กชันฉากไหนใน Drawn Together ที่เป็นฉากน่าจดจำ หรือรู้สึกว่าถ่ายทำยากมากๆ
Hugo: ในด้านแอ็กชัน มีหลายฉากเลยที่ต้องซ้อมเยอะมาก ต้องประสานงานกับทีมงานทุกฝ่าย ฉากสุดท้ายใน Marfil แล้วก็มีฉากใหญ่ในภาคสองของ Drawn Together ที่ผมตื่นเต้นและอยากให้ทุกคนได้ดูกัน

จากภาพยนตร์ You + Me ความหลงใหลลับๆ ของ Alma คือการทำหนัง การมารับบทนี้ได้เปลี่ยนมุมมองที่คุณมีต่อคนทำหนัง หรือขั้นตอนการสร้างภาพยนตร์บ้างไหม
Vittoria: มันเปลี่ยนไปเพราะนี่เป็นครั้งแรกของฉันในกองถ่ายด้วย ทำให้เข้าใจว่ากองถ่ายทำงานกันยังไง และภาพยนตร์มันเป็นงานที่ต้องร่วมมือกันขนาดไหน แต่ถ้าพูดถึงแค่ตัวละคร เดิมทีฉันก็หลงใหลในภาพยนตร์อยู่แล้ว รักมากๆ เลยล่ะ
สำหรับ Lucas อะไรคือ Red Flag ที่ใหญ่ที่สุดของบท Vadim ที่แฟนๆ อาจจะแอบรู้สึกว่ามันเสน่ห์น่าดึงดูดใจ
Lucas: น่าจะเป็นวิธีที่เขาพูดในช่วงแรกๆ มันมีความ… ไม่รู้สิ เหมือนเป็นแมงป่องอยู่ตลอดเวลา (ยิ้มเจ้าเล่ห์) และผมคิดว่านั่นแหละคือสิ่งที่บางคนอาจจะชอบ แต่มันก็เป็นสิ่งที่ค่อยๆ จางหายไปตามเวลาในหนัง และอาจรวมถึงในภาคต่อๆ ไปด้วย

ส่วนนักแสดงนอกเหนือจากลิสต์นี้ ทั้ง Ester Expósito จาก Drawn Together, Damian Hardung จาก Maxton Hall, Pau Simon จาก Perfect Liars และ Ananya Panday จาก Call Me Bae ทางเราก็ได้สัมภาษณ์เช่นกัน ซึ่งทุกคนก็สามารถไปรับชมความสนุกกันได้ กับช่วง This or That ของทาง THE STANDARD POP ทุกแพลตฟอร์ม
View this post on Instagram
เรียกได้ว่าการสัมภาษณ์ในงาน Obsessed Retreat ที่มิวนิกครั้งนี้ เต็มไปด้วยพลังและความน่าสนใจของเหล่านักแสดงที่มาพร้อมกับโปรเจกต์อันหลากหลาย หลังจากนี้ใครอยากติดตามผลงานของพวกเขาล่ะก็ อย่าพลาดชมกันทางสตรีมมิง Prime Video เพราะจะมีทั้งซีรีส์ และภาพยนตร์ปังๆ ให้ได้ดูจนไม่ได้นอนกันเลยล่ะ!
ภาพ: Prime Video

