×

เลือกตั้ง 2566 : ประวิตรเปิดตัว ‘คณิศ แสงสุพรรณ’ อดีตมือทำงาน EEC ร่วมทีมเศรษฐกิจชายแดนใต้พลังประชารัฐ​

โดย THE STANDARD TEAM
25.04.2023
คณิศ แสงสุพรรณ

วันนี้ (25 เมษายน) เวลา 15.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค, วิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค, ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค, ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้ดูแลรับผิดชอบการเลือกตั้งภาคกลางและภาคตะวันออก ร่วมกันแถลงเปิดตัว คณิศ แสงสุพรรณ อดีตประธานที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ร่วมทีมนโยบายพรรคพลังประชารัฐ​

 

พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า ยินดีที่คณิศ ซึ่งเป็นอดีตเลขาธิการ EEC (Eastern Economic Corridor: โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก) ได้มาอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อจะมาพัฒนาเรื่อง 14 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีความเจริญก้าวหน้าในการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ฝั่งอันดามัน และให้มีความเจริญทัดเทียมอารยประเทศ ทุกคนรู้จักคณิศดี จะมาอยู่ในทีมเศรษฐกิจของพรรคพลังประชารัฐ ทั้งนี้ คณิศตั้งใจจะมาทำงานให้พรรคพลังประชารัฐ แต่ทั้งหมดจะทำได้หรือไม่ได้ ขึ้นอยู่กับพรรคพลังประชารัฐจะต้องได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยมีตนเป็นนายกรัฐมนตรี ทุกอย่างจะสำเร็จด้วยดี ฝากประชาชนทั่วไปถ้าอยากเห็นภาคใต้มีความเจริญ จงเลือกพรรคพลังประชารัฐ

 

ขณะที่คณิศกล่าวว่า ขอบคุณ พล.อ. ประวิตรที่ตนเรียกติดปากว่าพี่ป้อม พล.อ. ประวิตรเป็นคนทำเรื่องน้ำใน EEC ตนทำกับท่านมาตลอด 4 ปี โดยทำภาพรวมเรื่องน้ำ 30 โครงการ ซึ่งทำสำเร็จไปแล้ว 20 โครงการ การันตีปัญหาน้ำใน EEC จบแล้ว พล.อ. ประวิตรเป็นคนรับฟังข้อมูล กล้าตัดสินใจ โครงการนี้ไม่ใช่โครงการง่ายๆ แต่ทำให้ปัญหาน้ำผ่านพ้นไปได้ ถือเป็นประโยชน์มาก 

 

คณิศกล่าวต่อไปว่า ตนได้ลาออกจากประธานที่ปรึกษาพิเศษ EEC มาเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐเมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อมาช่วย พล.อ. ประวิตร เพื่อผลักดันความฝันของ พล.อ. ประวิตรที่จะสร้างประเทศไทยให้ยิ่งใหญ่ ตนทำงาน EEC มา 6 ปี เป็นเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาลที่ดำเนินไปอย่างประสบความสำเร็จ ได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี คาดว่าเศรษฐกิจ EEC จะขยายตัวปีนี้ไม่ต่ำกว่า 7% จะทำให้เศรษฐกิจไทยก้าวไปข้างหน้า แต่ขอให้ทีมที่มาทำ EEC ต่อซื่อสัตย์และไม่คดโกง ทำตามแผนที่วางไว้

 

คณิศกล่าวด้วยว่า หลายเดือนก่อน พล.อ. ประวิตรได้พบปะกับ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียที่กรุงเทพมหานคร ได้หารือกันเรื่องชายแดนภาคใต้ของไทยและภาคเหนือของมาเลเซีย ว่าจะพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ได้อย่างไรบ้าง พล.อ. ประวิตรจึงให้โจทย์ตนมาดูว่าจะพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนอย่างไร จึงเป็นที่มาของโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนภาคใต้ ซึ่งที่ได้นำเสนอกับ พล.อ. ประวิตร ท่านเห็นดีด้วยและรับเป็นนโยบายของพรรค นี่จึงเป็นเหตุผลที่ตัดสินใจเข้าสู่พรรคพลังประชารัฐ เพราะต้องการอาศัยความเป็นผู้นำที่จะก้าวข้ามความขัดแย้งของ พล.อ. ประวิตร ช่วยก้าวข้ามความขัดแย้งทั้งเรื่องการระหว่างประเทศ สร้างความปรองดอง และความเข้าใจระหว่างหน่วยงานต่างๆ และประชาชนในพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนโครงการนี้ให้สำเร็จ

 

คณิศกล่าวด้วยว่า สำหรับโครงการเขตพัฒนาพิเศษชายแดนภาคใต้ มุ่งหวังให้เป็นความร่วมมือของทั้งสองประเทศ จะมีการจัดทำแผนเพื่อเชื่อมโยงเขตพิเศษทางเศรษฐกิจเข้าไว้ด้วยกัน ในฝั่งไทย โครงการดังกล่าวจะเชื่อมต่อ 5 จังหวัด คือ สงขลา ยะลา สตูล ปัตตานี และนราธิวาส รวมเป็นเขตพัฒนาพิเศษแบบ EEC โดยมีอย่างน้อย 6 โครงการเศรษฐกิจที่มีศักยภาพ เช่น

 

  1. ยกระดับรายได้เกษตรกรด้วยการแปรรูปพืชเกษตรให้มีคุณภาพ อาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่มุ่งสู่ตลาดโลก 

 

  1. พัฒนาการท่องเที่ยว ทั้งฝั่งอ่าวไทย ทำตากใบโมเดล ฝั่งอันดามัน ทำสตูลโมเดล ผ่านโครงข่ายเรือและเครื่องบินท่องเที่ยว เพื่อนำรายได้สู่พื้นที่

 

  1. มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลัก เช่น มอเตอร์เวย์และแลนด์บริดจ์ เชื่อมทั้ง 2 ฝั่งทะเล

 

  1. สนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายตลอดข้างทางของมอเตอร์เวย์ เช่น ศูนย์กลางอาหารระดับนานาชาติ อิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน ยา และโลจิสติกส์

 

  1. ขยายความร่วมมือด้านพลังงานระหว่าง 2 ประเทศ

 

  1. ใช้ธนาคารอิสลามเป็นธนาคารหลักของเขตพัฒนาพิเศษ 

 

“โครงการเขตพัฒนาพิเศษชายแดนภาคใต้มุ่งหวังจะทำให้พี่น้อง 8 ล้านคนใน 14 จังหวัดชายแดนใต้กลับมามั่งคั่ง หากเลือกพรรคพลังประชารัฐ นอกจากจะก้าวข้ามความขัดแย้งแล้ว จะก้าวพ้นความยากจน เขตพัฒนาพิเศษชายแดนภาคใต้ที่พรรคพลังประชารัฐนำเสนอ จะช่วยทำให้ลูกหลานชาวใต้เติบโตในพื้นที่ มีงาน มีรายได้สูง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ต้องขอขอบคุณ พล.อ. ประวิตรที่ได้ให้การสนับสนุนและร่วมผลักดันนโยบายนี้” คณิศกล่าวในที่สุด


READ MORE






Latest Stories