วานนี้ (7 พฤษภาคม) ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ (ศปบย.ตร.) ตลอดจนผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และภาคีเครือข่ายรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ได้ร่วมกันแถลงผลการบูรณาการกวาดล้างเครือข่ายลักลอบผลิตและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ระดับประเทศ
ศุภมาส เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนและเยาวชน รัฐบาลจึงได้ยกระดับมาตรการเชิงรุก โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ สคบ. ลงพื้นที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด มุ่งเป้าปราบปรามเครือข่ายรายใหญ่ โกดังจัดเก็บ และช่องทางการจำหน่ายออนไลน์ เพื่อตัดวงจรการกระจายสินค้า ซึ่งผลจากการปฏิบัติการในห้วงเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้หลายราย ตรวจยึดของกลางได้มากกว่า 80,000 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท
สำหรับคดีสำคัญที่มีการแถลงในวันนี้ คือการบุกทลายเครือข่ายลักลอบผลิตและบรรจุบุหรี่ไฟฟ้าภายในประเทศ โดยเจ้าหน้าที่สามารถยึดอุปกรณ์เครื่องจักรได้ครบวงจร ทั้งเครื่องฉีดน้ำยา เครื่องซีลกล่อง และเครื่องปั๊มอัด ซึ่งเครือข่ายดังกล่าวทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์อย่าง Facebook และ TikTok โดยสร้างคอนเทนต์ดึงดูดเยาวชนด้วยการนำบุคคลมาสวมชุดจั๊มสูทและหน้ากากเพื่อพรางตัว
นอกจากนี้ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการจับกุมขบวนการนำเข้าสารเอโทมิเดต (Etomidate) น้ำหนักรวม 28 กิโลกรัม ซึ่งเป็นสารเสพติดที่กลุ่มวัยรุ่นนิยมนำมาผสมกับน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อทำเป็นบุหรี่ซอมบี้ สำหรับใช้ในสถานบันเทิง สารดังกล่าวจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่ 2 มีอันตรายร้ายแรงต่อระบบประสาทและอาจทำให้ผู้เสพหยุดหายใจได้ โดยผู้ครอบครองจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 700,000 บาท ซึ่งรัฐบาลได้สั่งการให้ สคบ. ประจำจังหวัดทั่วประเทศ ประสานการทำงานร่วมกับตำรวจท้องที่เพื่อกวาดล้างอย่างเด็ดขาด
ทางด้าน พล.ต.อ.นิรันดร ระบุว่า แม้ศูนย์ ศปบย.ตร. จะเพิ่งจัดตั้งขึ้นได้ไม่ถึง 1 เดือน แต่สามารถสร้างผลงานได้อย่างเป็นรูปธรรม หลังจากนี้ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเดินหน้าเปิดปฏิบัติการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง ทั้งผู้ค้ารายย่อย หน้าร้าน ช่องทางออนไลน์ และโรงงานผลิต โดยจะบังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุด
ทั้ง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคฯ, พ.ร.บ.ศุลกากรฯ และจะขยายผลไปสู่การยึดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ เพื่อทำลายโครงสร้างทางการเงินของเครือข่ายให้สิ้นซาก ควบคู่ไปกับการร่วมมือกับหน่วยงานภาคประชาสังคมในการให้ความรู้ถึงภัยอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าแก่เยาวชน
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นเบาะแสการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในทุกช่องทาง สามารถแจ้งข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทางสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599, สายด่วน สคบ. 1166 และในอนาคตอันใกล้จะมีการเปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแสผ่านแอปพลิเคชัน Police Care เพิ่มเติมอีกด้วย


