วันนี้ (26 มีนาคม) ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการแถลงผลการปฏิบัติงานปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในรอบ 6 เดือน (1 ตุลาคม 2568 – 25 มีนาคม 2569) เพื่อแสดงจุดยืนในการบูรณาการปราบปรามยาเสพติดอย่างถอนรากถอนโคน
การปฏิบัติงานในห้วง 6 เดือนที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตัดต้นทาง–ตัดเส้นทาง–ตัดปลายทาง ส่งผลให้สามารถจับกุมคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้มากถึง 145,541 คดี โดยสามารถยึดของกลางลอตใหญ่ได้เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย:
- ยาบ้า: 693,452,982 เม็ด
- ไอซ์: 22,802.39 กิโลกรัม
- คีตามีนและเฮโรอีน: รวมกว่า 4,400 กิโลกรัม
- ยาอี: 268,105 เม็ด
นอกจากนี้ ยังสามารถขยายผลติดตามอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดของเครือข่ายต่างๆ ได้รวมมูลค่ากว่า 5,851 ล้านบาท
พื้นที่แนวชายแดนและเส้นทางลำเลียงถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวัง โดยตำรวจภูธรภาค 5 (ภ.5) และตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) ได้สกัดกั้นยาเสพติดไว้ได้จำนวนมาก รวมถึงยาบ้ารวมกว่า 278 ล้านเม็ด
ซึ่งสอดคล้องกับผลงานการสกัดกั้นของ บช.ปส. ที่มีคดีสำคัญเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด (บก.สกส.) สามารถรวบขบวนการขนยาเสพติดจากจังหวัดเชียงรายลงสู่พื้นที่ภาคกลางได้ที่ปั๊มน้ำมันใน อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์
คดีดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 6 ราย พร้อมตรวจยึดยาบ้าเกือบ 2 ล้านเม็ด ซึ่งคนร้ายใช้วิธีการตบตาเจ้าหน้าที่อย่างแยบยล ด้วยการนำยาเสพติดไปซุกซ่อนไว้ภายในถังแก๊สที่ถูกดัดแปลงและเชื่อมปิดทับจำนวน 11 ถัง บรรทุกมาบริเวณท้ายรถกระบะ
นอกจากการสกัดกั้นตามเส้นทางแล้ว การปราบปรามในพื้นที่ตอนในและการสกัดกั้นการส่งออกข้ามชาติก็ดำเนินการอย่างรัดกุม ทางด้านกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) สามารถจับกุมคดีข้อหาร้ายแรงได้ถึง 3,656 คดี พร้อมขยายผลดำเนินคดีฐานสมคบคิดฯ และฟอกเงินอีกกว่า 200 คดี
โดยมีคดีไฮไลต์สำคัญที่ สน.พระโขนง ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับผู้ต้องหา 2 ราย ขณะกำลังเตรียมส่งออกเฮโรอีน 11 กิโลกรัม และคีตามีน 5 กิโลกรัม ไปยังประเทศฮ่องกง โดยใช้วิธีแพ็กซุกซ่อนเข้าไปในซองก๋วยเตี๋ยวกึ่งสำเร็จรูป บรรจุกล่องเตรียมส่งออก
ในตอนท้าย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้กล่าวย้ำว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญสูงสุดกับการแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นระบบ การแถลงผลงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเดินหน้า กดดันทุกมิติ ทั้งการสืบสวน ขยายผล ปราบปราม ยึดทรัพย์ และสกัดกั้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและลดผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยรักษามาตรฐานการทำงานอย่างมืออาชีพ โปร่งใส และยึดกฎหมายเป็นหลัก
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสเครือข่ายยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลจะถูกเก็บเป็นความลับอย่างเคร่งครัด












