วันนี้ (6 ตุลาคม) เวลา 08.30 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชน พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดูแลประชาชนในพื้นที่ประสบภัย เร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยา และเตรียมรับมือสถานการณ์ฝนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยมีรัฐมนตรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยังมีหลายพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย แต่ยังต้องเฝ้าระวัง โดยมีบางจุดที่สถานการณ์ยังหนักหน่วงอยู่ โดยเฉพาะจังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งสถานการณ์ค่อนข้างน่าเป็นห่วง น้ำไม่สามารถระบายได้ และน้ำท่วมขังเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็น
ดังนั้น ขอให้ทางจังหวัดระดมกำลังเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แม้กระทั่งที่อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก และอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งยังคงมีรายงานว่าน้ำยังคงขังต่อเนื่อง รวมถึงระดับน้ำในบางแห่งยังกีดขวางเส้นทางคมนาคม
แม้ว่ากระแสข่าวหรือความสนใจจะไม่เข้มข้นเท่าน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่ต้องไม่ประมาท และการช่วยเหลือประชาชนต้องมีความใกล้ชิดตลอดเวลา พร้อมสั่งการให้ติดตามรายชุมชน เร่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางออกจากพื้นที่โดยเร็ว หากมีสิ่งใดขาดเหลือให้แจ้งมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
อนุทินยังกล่าวชื่นชมผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามที่เป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน ถือว่าทำถูกต้องแล้ว หากเราสามารถบริหารสถานการณ์ได้ดี ก็จะสามารถช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ได้อย่างครอบคลุม เช่นเดียวกับเรื่องการสื่อสาร ขอย้ำว่า ไม่ใช่แค่สื่อสารกับประชาชนเท่านั้น แต่การสื่อสารระหว่างหน่วยงานต้องทำให้มีประสิทธิภาพด้วย
อีกประเด็นที่สำคัญคือต้องเตรียมพร้อมรับมือกับแนวโน้มสถานการณ์น้ำในระยะต่อไป โดยเฉพาะการเฝ้าระวังในพื้นที่ภาคใต้ ตนเห็นประชาชนแชร์อินโฟกราฟิกกันอย่างแพร่หลาย เรื่องการเฝ้าระวังฝนในช่วงวันที่ 4-14 ตุลาคม นับเป็นช่วงเวลา 10 วันอันตราย ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อัปเดตสถานการณ์ให้ประชาชนรับทราบอยู่เสมอ หากมีการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลง ให้สื่อสารในลักษณะที่ดึงความสนใจได้ หากมีเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงต้องแจ้งเตือนอีกครั้งด้วย อย่าให้การ์ดตก หรือการสื่อสารขาดตอน
สำหรับพื้นที่ที่กำลังเข้าสู่ระยะฟื้นฟู ต้องเข้าไปช่วยเหลือประชาชนด้วยการทำ Big Cleaning ซึ่งในพื้นที่จะเต็มไปด้วยซากสิ่งของที่ถูกทิ้ง ขยะมูลฝอย ซึ่งเป็นชิ้นใหญ่ เช่น ฟูก โซฟา รวมถึงเตียง ตู้ไม้ต่างๆ ต้องมีการเตรียมรถบรรทุก รถโกยสิ่งของเหล่านี้ให้ประชาชน เพื่อให้การจราจรสามารถกลับมามีความสะดวกมากขึ้น หากประชาชนร้องขอความช่วยเหลือมา ขออำนวยความสะดวกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ประชาชนได้กลับเข้าบ้านได้อีกครั้ง
ส่วนเรื่องของการเยียวยา ตนได้รับรายงานจากปลัดกระทรวงมหาดไทยว่า รายชื่อเริ่มเข้ามาแล้ว และมีการโอนเงินเยียวยาไปแล้วประมาณ 600 กว่าราย โดยจะเร่งทยอยโอนเงินไปเรื่อยๆ ตามรายชื่อที่ได้รับมา ดังนั้น ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอที่ไปสำรวจรายชื่อมาแล้ว ส่งรายชื่อให้กับส่วนกลางด้วยความระมัดระวัง อย่าให้มีความซ้ำซ้อน และอย่าให้ล่าช้า เพราะงบประมาณในส่วนของการเยียวยา สำนักงบประมาณได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว
ซึ่งเงินนี้ถูกโอนให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแล้ว และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้โอนเงินเข้าธนาคารเพื่อเตรียมจ่ายให้กับประชาชน ขอให้ดำเนินการด้วยความรวดเร็วที่สุด ไม่รอสถานการณ์เรียบร้อยก่อนถึงจะจ่ายเงิน ตามนโยบายและข้อสั่งการของตน ส่วนเอกสารต่างๆ ให้ตรวจให้เสร็จที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ไม่ต้องตรวจซ้ำที่ธนาคารออมสินอีก
ขณะเดียวกัน การช่วยเหลือประชาชนในกลุ่มจังหวัด ขอให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดประสานกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ให้เร่งดำเนินการช่วยประชาชนที่จะต้องย้ายที่อยู่อาศัยในศูนย์พักพิงต่างๆ ให้ดูแลด้วยมาตรฐานสูงสุด


