วันนี้ (18 พฤษภาคม) เวลา 16.55 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท มีความกังวลอะไรหรือไม่ ว่า รัฐบาลทำคู่ขนานกันไป ซึ่งมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าการที่เราออกพระราชกำหนด เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญทุกประการ สิ่งสำคัญคือรัฐบาลต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สำหรับรัฐบาล ความเดือดร้อนของประชาชนไม่ว่าจากมูลเหตุใดก็ตาม ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องดำเนินการช่วยเหลือ ซึ่งในกระบวนการชี้แจงต่อศาลมีกระบวนการอยู่แล้ว โดยปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้อยู่
นายกรัฐมนตรี ยืนยันด้วยว่า รัฐบาลออกพระราชกำหนดมาแล้ว และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ทุกอย่างจึงเป็นการดำเนินการตามขั้นตอน และเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญ ระเบียบ และกฎหมายกำหนด ซึ่งโครงการไทยช่วยไทยจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (19 พ.ค.) ตามกำหนด ส่วนรายละเอียดให้ไปถามรัฐมนตรีที่รับผิดชอบแต่ละด้าน
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า สำหรับพรรคฝ่ายค้านอาจจะคิดว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน แต่สำหรับรัฐบาล ความทุกข์ร้อนของประชาชนทุกเรื่องคือเรื่องเร่งด่วน และมีความสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด เรามองไม่เหมือนกัน ก็ปล่อยให้รัฐบาลได้ทำงานช่วยเหลือประชาชนไปก่อน
เมื่อถามว่า จะมีผลกระทบกับผู้ให้กู้ที่อาจมีความลังเลหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบทันทีว่า “ตอนนี้มีแต่แย่งกันให้กู้ ขอโทษที”
ปลื้ม GDP ไตรมาสแรก โต 2.8% สะท้อนรากฐานประเทศมีความมั่นคง
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการนำข้อเสนอของ 38 เจ้าสัว ที่ได้หารือร่วมกับรัฐบาลเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา จะเข้าสู่วาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อผลักดันเป็นนโยบายต่อไปหรือไม่ ว่า ตนได้จดบันทึกไว้ในบริบทของตน และจะสรุปประมวลให้คณะรัฐมนตรีฟัง ส่วนข้อเสนอของกลุ่มเจ้าสัวจะผลักดันในรูปแบบใดนั้น กล่าวว่าเพียงว่า “มีทุกรูปแบบ”
เมื่อถามถึงกรณีที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. เปิดเผยว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1 ปี 2569 ขยายตัว 2.8% ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ จะเป็นโอกาสในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไปอย่างไรนั้น อนุทิน กล่าวว่า เห็นถึงรากฐานที่ประเทศไทยมีความมั่นคงแข็งแกร่ง พร้อมขอบคุณพี่น้องชาวไทยที่ร่วมมือกัน แม้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกไม่เป็นใจ เรายังช่วยกันค้ำยันและผลักดันให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลหวังว่าหากต้องการให้เกิดความมั่นคงเพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน จะใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เพื่อทำให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้


