วันนี้ (4 ตุลาคม) เวลา 09.00 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากจังหวัดบุรีรัมย์
ทั้งนี้ มีแกนนำพรรคภูมิใจไทยร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นในวันคล้ายวันเกิดของเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งตามปกติจะมีการจัดงานวันเกิดอย่างยิ่งใหญ่ที่สนามช้างอารีนา จังหวัดบุรีรัมย์ โดยก่อนหน้านี้ พรรคภูมิใจไทยแจ้งยกเลิกการเดินทางไปร่วมงานของสื่อมวลชน ซึ่งเดิมกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-4 ตุลาคม พร้อมมีรายงานว่าปีนี้จะจัดงานเป็นการภายใน เนื่องจากหลายจังหวัดยังคงประสบสถานการณ์อุทกภัย
ขณะที่เนวินโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘ลุงเนวิน’ เชิญชวนร่วมทำบุญ โดยระบุว่า “ขอเชิญทำบุญร่วมกัน อยู่ที่ไหนก็ร่วมกันทำบุญได้ เพราะหัวใจเราผูกพันกัน ขอให้ผลบุญที่เราทำร่วมกัน ส่งผลกลับคืนไปยังทุกคน ให้มีสุขภาพแข็งแรง ปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บ พ้นจากอุบัติภัยทั้งปวง ให้มีพละกำลังทำงาน ดูแลครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ต่อไป”
สำหรับการประชุมนั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุมต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 พร้อมระบุว่า สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ทั้งการช่วยเหลือผู้ประสบภัย การฟื้นฟูเยียวยา และการเตรียมรับมือมวลน้ำระลอกใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จากการลงพื้นที่จังหวัดชัยนาทและนครสวรรค์เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม เพื่อติดตามการดูแลประชาชนในศูนย์พักพิง พบว่าการเคลื่อนย้ายประชาชนไปยังศูนย์พักพิงในช่วงที่เกิดน้ำท่วมเป็นเรื่องยากลำบาก จึงกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่งในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ เตรียมศูนย์พักพิงให้พร้อมล่วงหน้า โดยให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก และกลุ่มเปราะบาง พร้อมจัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม ยา การรักษาพยาบาล ไฟฟ้า และน้ำประปา รวมถึงวางแผนส่งประชาชนกลับบ้านอย่างปลอดภัยเมื่อน้ำลด
นอกจากนี้ หากพื้นที่ใดมีความเสี่ยง ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาสั่งอพยพกลุ่มเปราะบางไปยังศูนย์พักพิงก่อนเกิดเหตุ เพื่อไม่ให้การเคลื่อนย้ายในช่วงน้ำท่วมกลายเป็นภาระเพิ่มเติม และลดความเสี่ยงต่อชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน
อนุทินยังเน้นย้ำการบริหารจัดการสิ่งของบริจาคและทรัพยากรช่วยเหลือให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ ไม่ให้สิ่งของกระจุกตัวหรือเหลือทิ้งจนเน่าเสีย พร้อมเสนอให้จังหวัดที่มีความพร้อมด้านสิ่งของและเครื่องอุปโภคบริโภค ทำหน้าที่เป็นศูนย์กระจายความช่วยเหลือไปยังจังหวัดที่ขาดแคลน โดยใช้แนวทางการบริหารจัดการจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชามาปรับใช้
ส่วนการเตรียมรับมือฝนตกหนักในภาคใต้ระหว่างวันที่ 4-10 ตุลาคม ตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา นายกรัฐมนตรีระบุว่า พื้นที่ฝั่งตะวันออกจะมีฝนตกบางแห่ง ขณะที่ฝั่งตะวันตกมีแนวโน้มได้รับผลกระทบครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณที่มีฝนสะสม ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม จึงต้องติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่องและปรับแผนตามสถานการณ์
นายกรัฐมนตรีกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้ให้ทบทวนแผนเผชิญเหตุเป็นรายอำเภอ ระบุพื้นที่เสี่ยงและกลุ่มเปราะบางให้ชัดเจน พร้อมเตรียมศูนย์พักพิง เครื่องสูบน้ำ เรือ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า อาหาร ยา และทีมแพทย์ให้พร้อมก่อนฝนตก หากจำเป็นต้องอพยพประชาชนล่วงหน้า ต้องกำหนดผู้รับผิดชอบและเส้นทางเคลื่อนย้ายไปยังจุดปลอดภัยอย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้เสนาธิการทหารประสานแม่ทัพภาคที่ 4 และฝ่ายปกครองในพื้นที่ภาคใต้ บูรณาการการทำงานเป็นชุดปฏิบัติการเดียวกัน โดยนำประสบการณ์การทำงานร่วมกันในสถานการณ์น้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่มาใช้ เพื่อให้การกู้ภัยและช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำสำคัญและจังหวัดอื่นที่ยังได้รับผลกระทบ นายกรัฐมนตรีสั่งให้จัดตั้งศูนย์บัญชาการที่ปฏิบัติงานตลอดเวลา จัดเวรเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันความอ่อนล้า พร้อมแจ้งเตือนประชาชนด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง กระชับ และทันเวลา โดยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นศูนย์กลางข้อมูล ประสานแก้ไขปัญหาและติดตามการช่วยเหลือตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ไปจนถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
นอกจากนี้ ยังสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขเตรียมความพร้อมด้านสถานพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่และโรงพยาบาลชุมชนรองรับผู้ป่วยในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงที่สามารถเคลื่อนย้ายไปดูแลในสถานพยาบาลได้ พร้อมกำชับไม่ให้บุคลากรทางการแพทย์ทำงานหนักจนเกิดความอ่อนล้า ซึ่งอาจส่งผลต่อการวินิจฉัยและการรักษา
นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำให้เร่งวางแผนระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง เนื่องจากมีความเสี่ยงที่น้ำจะเน่าเสียจากสิ่งปฏิกูลและขยะมูลฝอย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนในช่วงหลังน้ำลด


