×

นายกฯ นำ ครม.สัญจรนัดแรกสงขลา ยันไม่นิ่งนอนใจแก้ปัญหาสันติสุข ชงรถไฟทางคู่-ประกันภัยพิบัติถ้วนหน้า 30 ล้านครัวเรือน

โดย THE STANDARD TEAM
01.09.2026
  • LOADING...
นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีสวมชุดผ้าทอร่วมประชุม ครม.สัญจรที่สงขลา

วันนี้ (1 กันยายน) เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2569

 

นายกรัฐมนตรี และ ครม. สวมชุดผ้าทอลายราชวัตรสีฟ้าแกมเทา ซึ่งเป็นผ้าทอด้วยมือเป็นลายดอกเล็ก ๆ ที่คณะกรรมการดำเนินงานฝ่ายจัดเตรียมเครื่องแต่งกาย ของที่ระลึก และการจัดนิทรรศการจังหวัดสงขลา ได้จัดเตรียมให้คณะรัฐมนตรีสวมใส่

 

ก่อนการประชุม นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานในพื้นที่ ช่วงหนึ่งได้เยี่ยมชมบูธ ‘เสน่ห์ไทย เสน่ห์สงขลา’ ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งมีมาสคอตอุลตร้าแมนมาโปรโมตการท่องเที่ยว โดยนายกรัฐมนตรีได้เข้าไปถ่ายรูปและทำท่าปล่อยพลังกับอุลตร้าแมน ซึ่งเป็นท่าเดียวกับท่าพลัสของพรรคภูมิใจไทย

 

นอกจากนี้ ททท. ยังได้มอบภาพถ่ายนายกรัฐมนตรีถ่ายคู่กับน้องเนเน่ รอยัล ให้แก่นายกรัฐมนตรีด้วย ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะพบปะกับนักศึกษาที่มาต้อนรับและร่วมถ่ายภาพเซลฟี่อย่างเป็นกันเอง จากนั้นนายกรัฐมนตรีถ่ายภาพร่วมกับ ครม. ผู้ว่าราชการจังหวัดกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย และผู้แทนภาครัฐ

 

จากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า การประชุม ครม. ที่จังหวัดสงขลาเป็นครั้งแรกของรัฐบาลที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ขอบคุณในการเตรียมงานที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ครอบคลุมในทุกประเด็น และสามารถทำให้รัฐมนตรีทุกท่านลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจได้อย่างเต็มที่ในจังหวัดสงขลา

 

พร้อมรับทราบถึงปัญหาของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคง การท่องเที่ยว คุณภาพชีวิต และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงการป้องกันภัยจากธรรมชาติและภัยที่เกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์

 

การประชุม ครม.สัญจรในวันนี้ถือเป็นการประชุม ครม.สัญจรครั้งแรกของรัฐบาล เดิมรัฐบาลตั้งใจจะมาประชุมที่นี่ตั้งแต่ช่วงหลังเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา เพื่อมาติดตามการฟื้นฟูและแก้ไขปัญหา แต่ด้วยเหตุหลายประการทำให้การประชุมต้องเลื่อนออกไป

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ครม. ได้แยกกันไปลงพื้นที่เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ และได้กลับมาร่วมกันประชุมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ ซึ่งเราได้ข้อมูลมามากพอสมควรที่จะทำให้เราเกิดมโนภาพที่เห็นเป็นรูปธรรม เพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจ ทำให้จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยได้รับการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นในทุกมิติ

 

สิ่งที่เราได้ติดตามคือโครงการสำคัญหลายโครงการที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่ทำไปเพื่อการป้องกันและบรรเทาภัยจากธรรมชาติทั้งหลายให้คลี่คลายลง และถ้าเป็นไปได้คือไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป โดยต้องมีการตรวจสภาพความพร้อมของหน่วยงาน ความคืบหน้าของโครงการที่ได้ดำเนินการไปแล้ว และรับฟังข้อคิดเห็นจากประชาชนในด้านต่าง ๆ

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจและพยายามที่จะหาทางแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความสันติสุขและความมั่นคงให้กับพี่น้องประชาชนตลอดเวลา และจะมีการนำผลการสรุปจากการประชุมเวิร์กช็อปมาให้ ครม. ได้พิจารณา ซึ่งจะมีทั้งมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันทีแบบ Quick Win และข้อเสนอในระยะยาวที่จำเป็นต้องวางแผนอย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับการประชุม ครม. ในวันเดียวกันนี้ มีวาระสำคัญหลายเรื่อง ทั้งที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่และเรื่องการวางโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว เรื่องแรกคือโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 ในพื้นที่ภาคใต้ ครอบคลุมเส้นทางตั้งแต่จังหวัดชุมพรไปจนถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี มาที่อำเภอหาดใหญ่ และไปจบที่ปาดังเบซาร์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ เชื่อมโยงเศรษฐกิจภาคใต้และประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเติมมิสซิ่งลิงก์ (Missing Link) ที่รัฐบาลต้องการให้การคมนาคมขนส่งมีการเชื่อมต่อได้ในทุกเส้นทาง ทุกภาค และทุกจังหวัดทั่วประเทศ

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า อีกเรื่องที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. คือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะร่วมกับกระทรวงการคลังเสนอหลักการของโครงการประกันภัยพิบัติถ้วนหน้า แนวคิดนี้คือรัฐบาลจะสนับสนุนเบี้ยประกันภัยสำหรับภัย 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เฉพาะภาคใต้ แต่ให้กับพี่น้องประชาชนทั่วทุกภาคทั้งประเทศ โดยมีเป้าหมายครอบคลุมที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านครัวเรือน

 

ระบบนี้จะช่วยให้เมื่อเกิดภัยพิบัติแล้ว ประชาชนสามารถได้รับเงินสินไหมทดแทนได้เร็วกว่าและมากกว่าระบบการเยียวยาแบบเดิม ขณะเดียวกันภาครัฐก็จะสามารถบริหารความเสี่ยงและงบประมาณในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

“เรื่องนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแนวทางจากรูปแบบเดิมที่รัฐรอให้เกิดภัยก่อนแล้วค่อยจ่ายเงินเยียวยา มาเป็นการเตรียมการรองรับความเสี่ยงไว้ล่วงหน้า ซึ่งเราจะได้หารือกันในรายละเอียด วันนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่รัฐบาลจะได้นำปัญหาในพื้นที่มาเชื่อมกับการตัดสินใจของ ครม. โดยตรง และจะทำให้การประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการย้ายสถานที่ประชุม แต่เป็นการนำการตัดสินใจของรัฐบาลที่รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และปัญหาจากพี่น้องประชาชนโดยตรง ลงมาแก้ไขปัญหาให้กับพวกเขาในพื้นที่” นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

สำหรับเมนูอาหารนำเสิร์ฟให้ ครม. เป็นอาหารท้องถิ่นจังหวัดสงขลา โดยเมนูอาหารว่าง ‘หรอยหนัด’ ประกอบด้วย ต้มสามเหลี่ยมไส้ไก่หยองไข่แดงเค็ม ขนมไข่เตาถ่าน และเมล่อนทองระโนด ขณะที่เมนูอาหารเช้า ‘หรอยแรงใต้แรงอก’ ประกอบด้วย ข้าวต้มปลากะพง 3 น้ำ จากกลุ่มแม่น้ำทะเลสงขลา ปาท่องโก๋ สังขยาหรือนมข้น และเค้กสะหวา

 

ส่วนเมนูอาหารกลางวัน ‘หรอยจังฮู้’ ประกอบด้วย แกงส้มปลากะพง 3 น้ำ มะม่วงเบาสำรับสงขลา 2 วัตถุดิบ GI ขนานแท้ ปลากระบอกทองหอม ใบเหลียงผัดไข่ ก๋วยเตี๋ยวถนัดศรี ไก่ทอดหาดใหญ่ ข้าวมันไก่เบตงสำรับรสแห่งไก่สายพันธุ์ใต้ และลูกตาลกะทิสด ไอติมไทย-ไท

 

นอกจากนี้ ยังมีเมนูฮาลาล ประกอบด้วย ซุปเนื้อฮาลาล ข้าวมันไก่ฮาลาล ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นสูตรต้นตำรับ และลูกตาลกะทิสด ไอติมไทย-ไทย

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising