การลงแข่งขันในฐานะนักกอล์ฟอาชีพ กับการสวมเสื้อทีมชาติที่มีธงไตรรงค์อยู่บนอก สำหรับ โปรพีเค-พัชรจุฑา คงกระพันธ์ คือความรู้สึกที่ไม่เหมือนกัน
ประเด็นสำคัญ
ตลอดกว่า 15 ปีบนเส้นทางอาชีพ พัชรจุฑาผ่านการแข่งขันมาแล้วหลายเวที ปัจจุบันเธอยังคงลงเล่นใน KLPGA Tour ที่เกาหลีใต้ ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญในปีนี้คือการกลับมาสวมเสื้อทีมชาติไทย เพื่อลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026
“ทำเพื่อชาติ คืออีกหนึ่งเลเวล”
เส้นทางในนามทีมชาติของพัชรจุฑาเริ่มต้นมาตั้งแต่ระดับเยาวชนในปี 2007 ก่อนจะเป็นหนึ่งในทีมกอล์ฟไทยชุดซีเกมส์ที่นครราชสีมา ซึ่งคว้าเหรียญทองมาครอง
เวลาผ่านมาเกือบ 20 ปี ความรู้สึกของการลงแข่งขันเพื่อประเทศไทยยังคงมีความหมายสำหรับเธอ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ได้เห็นธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสา พร้อมกับเสียงเพลงชาติที่ดังขึ้นหลังการแข่งขัน
“การแข่งอาชีพกับการแข่งเพื่อชาติมีความแตกต่างกัน การแข่งอาชีพเราทำเพื่อตัวเอง เป็นรูทีนชีวิตอยู่แล้ว แต่การทำเพื่อชาติมันคืออีกหนึ่งเลเวล
“มันคือความภาคภูมิใจสูงสุดของคนไทยและของความเป็นนักกีฬา การได้ยินเพลงชาติและเห็นธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสา มันตื้นตันใจมากๆ เสมอค่ะ”
ถอดบทเรียนหางโจว สู่แผนการเล่นที่ญี่ปุ่น
เอเชียนเกมส์ครั้งก่อนที่หางโจว ทีมกอล์ฟหญิงไทยทำผลงานคว้าเหรียญทองประเภททีมมาครอง ท่ามกลางการแข่งขันกับเจ้าภาพจีน และประสบการณ์จากครั้งนั้นกลายเป็นหนึ่งในบทเรียนที่พัชรจุฑานำมาใช้เตรียมตัวสำหรับเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ญี่ปุ่น
สำหรับประเภททีมจะนำสกอร์ที่ดีที่สุด 2 คนจากนักกีฬา 3 คนในแต่ละวันมาคิดคะแนน พัชรจุฑามองว่า นอกจากฟอร์มของแต่ละคนแล้ว การสื่อสารและการทำงานร่วมกันคือหนึ่งในจุดแข็งของทีมไทย
“เราต้องดูคอนดิชันสนามและสภาพของนักกีฬาแต่ละคน คราวที่แล้วเรามีโปรเปิ้ล (ษารีณี เล็กสุวรรณ) คอยช่วยประกบน้องเล็ก ส่วนตัวเราเองเป็นตัวยืนของกลุ่มที่ไม่หลุดง่าย
“ประสบการณ์ของทุกคนพร้อมอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าวันไหนใครจะทำสกอร์ได้ลึกกว่ากัน ซึ่งจุดแข็งของทีมไทยคือทุกคนทำงานร่วมกันได้ดี และพร้อมสอดแทรกทำแต้มกันได้ในแต่ละวันค่ะ”
ส่วนโจทย์ต่อไปคือ Kasugai Country Club – East Course สนามแข่งขันที่ญี่ปุ่น ซึ่งมีลักษณะขึ้น-ลงเนิน แต่เป็นสภาพสนามที่พัชรจุฑาค่อนข้างคุ้นเคย โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสิ่งที่เธอกำลังเจออยู่ทุกสัปดาห์ใน KLPGA Tour
“พอเห็นระยะเซตไว้ที่ 6,400 หลา เรายิ้มได้เลยค่ะ เพราะตอนนี้เล่นอยู่ใน KLPGA ที่เกาหลีใต้ ระยะก็อยู่ที่ประมาณ 6,700-6,800 หลา ซึ่งไกลมาก
“พอมาเจอกับระยะนี้เลยรู้สึกว่าเราสามารถทำสกอร์ได้แน่นอน หลังจากนี้จะเริ่มซ้อมในระยะและเหล็กที่ต้องใช้บ่อยๆ เพื่อวางแผนการเล่นให้พร้อมที่สุดค่ะ”
เตรียมตัวให้พร้อม แล้วสนุกกับวันที่ลงสนาม
เอเชียนเกมส์ต่างจากการแข่งขันในทัวร์อาชีพตรงที่โอกาสไม่ได้กลับมาใหม่ในสัปดาห์ถัดไป แต่ต้องรออีก 4 ปีสำหรับการแข่งขันครั้งต่อไป
สำหรับพัชรจุฑา ประสบการณ์กว่า 15 ปีในเส้นทางอาชีพทำให้เธอเลือกจัดการกับความกดดันด้วยการเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดก่อนแข่งขัน แล้วปล่อยให้ตัวเองสนุกกับสิ่งที่ต้องเจอเมื่อถึงวันจริง
“เอเชียนเกมส์มันหมดแล้วหมดเลย ไม่เหมือนทัวร์อาชีพที่จบวันอาทิตย์ วันจันทร์ก็เริ่มสัปดาห์ใหม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องเตรียมซ้อมและเตรียมตัวให้เต็มที่ที่สุด
“แต่พอถึงเวลาลงแข่งจริงอย่าไปคาดหวังกับมัน ให้คิดว่ามันคือชีวิตที่เราออกไปเจอคอนดิชันใหม่ๆ แล้วสนุกกับมัน นี่คือหัวใจสำคัญค่ะ”
เป้าหมายใหม่ เติมเต็มเหรียญรางวัลประเภทบุคคล
แม้จะมีเหรียญทองประเภททีมจากเอเชียนเกมส์ครั้งก่อนอยู่แล้ว แต่ยังมีอีกหนึ่งเป้าหมายที่พัชรจุฑาอยากทำให้สำเร็จในครั้งนี้ นั่นคือการคว้าเหรียญรางวัลประเภทบุคคล หลังที่หางโจวเธอจบการแข่งขันในอันดับ 4 และพลาดโพเดียมไปเพียงก้าวเดียว
“คนเรามันต้องมีเป้าหมายที่เติบโตขึ้นค่ะ ครั้งที่แล้วเราจบที่อันดับ 4 ประเภทบุคคล ซึ่งก็น่าเสียดายเหมือนกัน
“พอมีโอกาสอีกครั้งหนึ่งในครั้งนี้ เราก็อยากจะทำให้มันดีขึ้นกว่าเดิม และตั้งเป้าจะคว้าเหรียญมาให้ได้ทั้งประเภททีมและประเภทบุคคลค่ะ” พัชรจุฑากล่าวทิ้งท้าย
แข่งที่ไหน ชิงกี่เหรียญทอง
กอล์ฟในเอเชียนเกมส์ 2026 จะแข่งขันที่ Kasugai Country Club – East Course เมืองคาสุงาอิ จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 3 ตุลาคม โดยมีชิงชัยทั้งหมด 4 เหรียญทอง แบ่งเป็นประเภทบุคคลชาย-หญิง และทีมชาย-หญิง
สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทยตั้งเป้าคว้าอย่างน้อย 1 เหรียญทอง หลังเอเชียนเกมส์ครั้งก่อนที่หางโจว ไทยทำผลงานได้ 2 เหรียญทอง จากประเภทบุคคลหญิงและทีมหญิง
ทีมกอล์ฟหญิงไทยนำโดย โปรเปียโน-อาภิชญา ยุบล แชมป์เก่าประเภทบุคคลหญิง, โปรพีเค-พัชรจุฑา คงกระพันธ์ เจ้าของเหรียญทองประเภททีมหญิงครั้งก่อน และโปรซิม-ณัฐกฤตา วงศ์ทวีลาภ
ส่วนทีมชายประกอบด้วย โปรภูมิ-ภูมิ ศักดิ์แสนศิลป์, โปรเพชร-สดมภ์ แก้วกาญจนา และฟีฟ่า-พงศภัค เหล่าภักดี


