การเป็น “แชมป์โลก” ไม่ได้แปลว่าจะหยุดพัฒนาตัวเองได้… นี่คือคำจำกัดความที่อธิบายตัวตนของ หยก-จุฑาทิพย์ กันทะธง นักกีฬาเทคบอลหญิงมือ 1 ของโลก และเจ้าของผลงาน 5 แชมป์โลก ได้ดีที่สุด
PLAYER Profile: จุฑาทิพย์ กันทะธง
แม้เส้นทางของเธอจะเริ่มต้นจากการทิ้งความฝันเดิมในกีฬาเซปักตะกร้อ เพื่อมาก้าวเดินในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย แต่ด้วยหัวใจที่เปิดกว้างและไม่เคยหยุดเรียนรู้ ทำให้เธอเปลี่ยนทุกข้อจำกัดให้กลายเป็นจุดแข็ง จนก้าวขึ้นสู่อันดับหนึ่งของโลกในประเภทเดี่ยวหญิงและคู่หญิง
ทว่าใน เอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เทคบอลมีเวทีชิงชัยระดับทวีป หยกกำลังจะต้อง “เริ่มต้นใหม่” อีกครั้ง… ไม่ใช่ในฐานะแชมป์โลกที่มาเพื่อรอรับเหรียญรางวัล แต่ในฐานะนักกีฬาผู้กระหายชัยชนะ ที่พร้อมเรียนรู้คู่แข่งและทุ่มเททุกหยาดเหงื่อ เพื่อทำภารกิจคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ให้สำเร็จ
ละทิ้งฝันเดิม สู่เบอร์หนึ่งของโลก
ละทิ้งฝันเดิม สู่เบอร์หนึ่งของโลก ก่อนจะเป็นแชมป์โลกเทคบอล หยกเคยมีความฝันอยู่กับเซปักตะกร้อ กีฬาที่เธอเล่นมาตั้งแต่เด็กและหวังว่าสักวันจะก้าวขึ้นไปติดทีมชาติ แต่ข้อจำกัดเรื่องรูปร่าง รวมถึงคำพูดดูถูกที่เคยได้ยิน กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เส้นทางนั้นไม่ได้เดินไปอย่างที่เธอหวัง
กระทั่งวันหนึ่งหยกตัดสินใจก้าวออกจากเส้นทางเดิมที่คลุกคลีมาเกือบทั้งชีวิต เพื่อก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่ โลกของเทคบอล กีฬาที่ในเวลานั้นเธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะพาเธอไปได้ไกลแค่ไหน
“ตะกร้ออาจจะบอกว่าเราตัวเล็กไป แต่พอมาเป็นเทคบอล ตัวเล็กหรือใหญ่ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป มันอยู่ที่หัวใจ สมอง และความพยายามที่เราซ้อมมาต่างหาก หนูเคยเจอคำพูดดูถูกมามาก แต่ไม่คิดว่ามันเป็นปัญหา เราใช้คำพวกนั้นมาเป็นกำลังใจและพิสูจน์ด้วยผลงานจะดีกว่า” แชมป์โลกเทคบอล 3 ปีซ้อน เปิดใจกับ THE STANDARD SPORT
เมื่อพบพื้นที่ที่เหมาะสมกับตัวเอง หยกไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นผ่านไป เธอทุ่มเทกับการฝึกซ้อมอย่างหนัก และนี่คือจุดที่ ‘หัวใจที่ไม่หยุดเรียนรู้’ ได้แสดงพลังออกมา
เธอศึกษาคู่แข่งผ่านวิดีโออย่างละเอียด บางวันนั่งดูเทปการแข่งขันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อวิเคราะห์ว่าคู่แข่งมีจุดแข็งตรงไหน มีจุดอ่อนอย่างไร และตัวเองควรรับมือแบบไหน
ท้ายที่สุด ความพยายามก็เริ่มเห็นผล จากเด็กที่เคยถูกมองว่าตัวเล็กเกินไป หยกก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์โลกเทคบอลได้อย่างยิ่งใหญ่ และกวาดความสำเร็จมาครองได้อย่างต่อเนื่อง มากไปกว่านั้น ความสำเร็จในสนามยังเปลี่ยนชีวิตของคนที่อยู่ข้างหลังเธอไปพร้อมกัน
“จากคนที่บ้านไม่มีอะไรเลย ไม่ได้มีฐานะ เทคบอลได้ให้เงินและสิทธิประโยชน์มากมายมาจุนเจือพ่อแม่ ให้พวกท่านได้สบายขึ้น วันนี้คำว่าแชมป์โลกมันเลยไม่ได้มีความหมายแค่ถ้วยรางวัล แต่มันคือผลลัพธ์ที่ส่งกลับไปถึงคนข้างหลังได้จริงๆ”
ยิ่งเป็นแชมป์โลก ยิ่งต้องเริ่มต้นใหม่ในฐานะ ‘นักกีฬาธรรมดา’
การขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดของโลกอาจเป็นความฝันของนักกีฬาแทบทุกคน แต่สำหรับหยก คำว่าแชมป์โลกไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองเดินทางมาถึงปลายทาง
ในทางตรงกันข้าม มันกลับเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอต้องพัฒนาตัวเองต่อไป เพราะเธอเชื่อว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่หยุดเรียนรู้ โอกาสที่จะถูกคนอื่นแซงหน้าก็เกิดขึ้นได้เสมอ
“หนูไม่ได้มองว่าตัวเองเก่งหรืออ่อน แต่คิดว่าความสามารถของตัวเองยังอยู่ระดับกลางๆ เพราะยังมีอีกหลายด้านที่ต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ เทคบอลเป็นกีฬาที่ใครผิดพลาดน้อยกว่าจะเป็นฝ่ายชนะ หนูจึงให้ความสำคัญกับการศึกษาคู่แข่ง การหาจุดอ่อน และการควบคุมสติเมื่อเสียแต้ม มากกว่าการคิดว่าตัวเองเหนือกว่าใคร”
สำหรับหยก เทคบอลไม่ใช่กีฬาที่ตัดสินกันด้วยทักษะทางร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้การอ่านเกมและความคิดอยู่ตลอดเวลา นี่คือสิ่งที่เธอมองว่าตัวเองต้องพัฒนาขึ้นอีก เพราะทันทีที่ก้าวลงสนาม ตำแหน่งแชมป์โลกหรือคำชื่นชมต่างๆ จะไม่มีความหมายอีกต่อไป
“พอก้าวเท้าลงสนาม คำว่าแชมป์โลกมันถูกทิ้งไว้นอกสนามหมดแล้วค่ะ เหลือแค่นักกีฬาธรรมดาคนหนึ่งที่ต้องเล่นให้ได้ตามที่ซ้อม ต่อให้เราจะชนะเขากี่ครั้ง สุดท้ายความคิดเราก็ต้องอยู่ที่เดิม ต้องไม่เหลิงและถ่อมตนให้มากที่สุด กีฬามันไม่มีอะไรเที่ยงแท้ วันนี้เราชนะ พรุ่งนี้เราอาจจะแพ้ก็ได้ เพราะยังมีคนที่พร้อมจะก้าวขึ้นมาเป็นที่หนึ่งอยู่เสมอ”
แนวคิดเช่นนี้ทำให้ภาพของหยกในฐานะมือ 1 ของโลก ไม่ได้มาพร้อมกับอีโก้ว่าเธออยู่เหนือทุกคน แต่คือการยอมรับความจริงว่า ตำแหน่งบนสุดของโลกไม่มีอะไรรับประกันว่าจะคงอยู่ตลอดไป และนั่นทำให้ทุกการแข่งขันของเธอคือ ‘การเริ่มต้นใหม่’ เสมอ
เอเชียนเกมส์ครั้งแรก กับความหวังที่มากกว่าเหรียญทอง
ในปี 2026 หยกกำลังจะเจอกับบททดสอบครั้งใหม่ใน เอเชียนเกมส์ครั้งแรก ที่กีฬาเทคบอลถูกบรรจุเข้าสู่การแข่งขัน แน่นอนว่าสถานะแชมป์โลกและมือ 1 ของโลก ทำให้เธอถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งและความหวังเหรียญทองของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่หยกมองถึงเป้าหมายอย่างไม่ประมาท เพราะเธอรู้ดีว่าทุกชาติในเอเชียต่างซุ่มพัฒนาศักยภาพขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“เป้าหมายของหนูไม่ใช่แค่การคว้าเหรียญทอง แต่คือการรักษามาตรฐานของตัวเองและทำให้ดีที่สุดในทุกเกมที่ลงแข่ง แม้จะมีคำว่าแชมป์โลกหรือมือหนึ่งของโลกต่อท้าย แต่หนูไม่เคยนำตรงนั้นมากดดันตัวเอง แน่นอนว่าเป้าหมายใหญ่คือเหรียญทองและหนูก็เชื่อมั่นว่าทำได้
“แต่หนูคิดว่าเอเชียนเกมส์ไม่ได้ง่ายกว่าชิงแชมป์โลก ทุกชาติพัฒนาขึ้นหมดแล้ว หนูไม่เคยคิดเลยว่าเป็นแชมป์โลกแล้วจะชนะได้ทุกคน อย่างเช่น เมียนมา ที่เรารู้สึกว่าฝีมือและระบบการเล่นของเขาเกือบจะทันเราแล้ว เราจะประมาทไม่ได้เลยสักแมตช์”
เรื่องราวของ หยก-จุฑาทิพย์ จึงไม่ได้เป็นเพียงบทเรียนของการเป็นนักกีฬาที่ยอดเยี่ยม แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า การกล้าก้าวออกจากเซฟโซนในวันนั้น เพื่อมาเริ่มต้นใหม่กับสิ่งที่ยังไม่รู้ว่าปลายทางคืออะไร คือการตัดสินใจครั้งสำคัญที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล
บางครั้งการเปลี่ยนเส้นทางไม่ได้หมายความว่าเรายอมแพ้ต่อความฝัน แต่อาจเป็นการพาตัวเองไปค้นพบพื้นที่ใหม่ ที่เปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้ เติบโต และเปล่งประกายในแบบที่โลกต้องจดจำ
คู่แข่งสำคัญ
ในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ หยก จะลงแข่งขันในประเภทคู่หญิง จับคู่กับ สุภาวดี วงศ์คำจันทร์ พาร์ตเนอร์คู่ใจที่ช่วยกันคว้าแชมป์โลกมาด้วยกันถึง 3 สมัย และครองตำแหน่งคู่มือ 1 ของโลกร่วมกันมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2025
แม้มาตรฐานของเอเชียอาจยังเป็นรองไทยที่นำทักษะเซปักตะกร้อมาประยุกต์ใช้ได้อย่างลงตัว แต่หยกเน้นย้ำว่า เมียนมา คือชาติที่พัฒนาแบบก้าวกระโดดและห้ามประมาทเด็ดขาด นอกจากนี้ยังมี เกาหลีเหนือ (รองแชมป์เอเชียนบีช), กัมพูชา, จีน และอินเดีย ที่มีนักกีฬาติดท็อป 50 ของโลกเช่นกัน
เทคบอล แข่งที่ไหน ชิงกี่เหรียญทอง
เทคบอลในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ถูกบรรจุเข้าแข่งขันอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก โดยชิงชัยทั้งหมด 5 เหรียญทอง ได้แก่ เดี่ยวชาย, เดี่ยวหญิง, คู่ชาย, คู่หญิง และคู่ผสม แข่งขันระหว่างวันที่ 17-20 กันยายน 2026 ที่ นาโกย่า ซิตี้ ฮิกาชิ สปอร์ตเซ็นเตอร์ เขตฮิกาชิ เมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ
สมาคมกีฬาเทคบอลแห่งประเทศไทยส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน 5 คน ใน 3 ประเภท
คู่หญิง: สุภาวดี วงศ์คำจันทร์ – จุฑาทิพย์ กันทะธง คู่มือ 1 ของโลก และแชมป์โลกปี 2025
คู่ชาย: สรศักดิ์ เทาศิริ – จีรติ จันทร์เลียง คู่รองแชมป์โลกปี 2025
คู่ผสม: สุภาวดี วงศ์คำจันทร์ – พักตร์พงษ์ เดชเจริญ คู่มือ 2 ของโลก และรองแชมป์โลกปี 2025
ถึงแม้ว่าเทคบอลจะชิงเหรียญทองทั้งหมด 5 ประเภท แต่แต่ละชาติสามารถส่งนักกีฬาเข้าร่วมได้สูงสุด 3 ประเภท ยกเว้นเพียงเจ้าภาพญี่ปุ่นชาติเดียวที่สามารถส่งได้ครบทั้ง 5 ประเภท
สำหรับทีมชาติไทย สมาคมกีฬาเทคบอลแห่งประเทศไทย ประกาศชัดเจนว่าเป้าหมายเดียวของพวกเขาคือการคว้า 3 เหรียญทองจาก 3 ประเภทที่ส่งแข่งขัน และด้วยศักยภาพและอันดับโลกของนักกีฬาไทย ทำให้เทคบอลถูกจับตามองไม่น้อยว่าจะรับพระเอก กอบโกยเหรียญทองให้กับทัพนักกีฬาไทยในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้


