วันนี้ (23 พฤษภาคม) เดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการนโยบายพรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเชิงวิเคราะห์ เพื่อตอบโต้กรณีที่ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้โพสต์ข้อความนำเสนอผลงานการส่งออกผลไม้ประจำเดือนเมษายน 2569 ที่กลับมาขยายตัวเป็นบวกอีกครั้ง หลังจากประสบภาวะหดตัวติดต่อกันถึง 8 เดือน
โดยทางกระทรวงพาณิชย์ได้ยกตัวอย่างสินค้าเกษตร 3 ชนิดที่มีอัตราการเติบโตสูง ได้แก่ ทุเรียน (ขยายตัว 109.5%), เงาะ (ขยายตัว 92.8%) และลิ้นจี่ (ขยายตัว 70.0%) ซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ระบุว่าเป็นการเปรียบเทียบแบบปีต่อปี (Year-on-Year) และถือเป็นหนึ่งในผลงานสำคัญของกระทรวง
อย่างไรก็ตาม เดชรัตได้ตั้งข้อสังเกตที่สำคัญว่า แม้ตัวเลขมูลค่าการส่งออกจะเพิ่มสูงขึ้น แต่เมื่อตรวจสอบดัชนีราคาที่เกษตรกรขายได้จากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กลับพบภาพสะท้อนที่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง โดยในเดือนเมษายน 2569 ราคาทุเรียนหน้าสวนปรับตัวลดลง 1.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ราคาเงาะทรุดหนักถึง 22.8% และลิ้นจี่ลดลง 7.4%
ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นข้อเท็จจริงที่ว่า การส่งออกที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นมิติที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มิได้กล่าวถึงในการนำเสนอผลงาน
เดชรัตชี้แจงเพิ่มเติมว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาหน้าสวนปรับตัวลดลง มิใช่ความบกพร่องในการแทรกแซงราคาของกระทรวงพาณิชย์ แต่เกิดจากกลไกด้านปริมาณผลผลิต (Supply) ตามฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไป โดยข้อมูลดัชนีผลผลิตเดือนเมษายน 2569 บ่งชี้ว่า ผลผลิตทุเรียนเพิ่มขึ้น 26.1% และเงาะเพิ่มขึ้นสูงถึง 6,137.0% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2568 เนื่องจากในปีที่ผ่านมา ผลผลิตเงาะออกสู่ตลาดล่าช้าและไปกระจุกตัวในช่วงเดือนมิถุนายน แต่ในปีนี้ผลผลิตออกเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้มีปริมาณสินค้าเข้าสู่ตลาดและถูกส่งออกเป็นจำนวนมากในเดือนเมษายน มูลค่าการส่งออกจึงพุ่งสูงขึ้นตามกลไก ในขณะที่ราคาหน้าสวนต้องปรับฐานลดลงตามปริมาณผลผลิตที่ล้นตลาด ยกเว้นกรณีของลิ้นจี่ที่แม้ผลผลิตจะลดลงและส่งออกได้มากขึ้น แต่ราคารับซื้อก็ยังคงตกต่ำเช่นกัน
ผู้อำนวยการนโยบายพรรคประชาชน ได้กล่าวฝากข้อเสนอแนะถึง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าในการพิจารณาตัวเลขสินค้าเกษตร ภาครัฐจำเป็นต้องมองให้รอบด้านและครบถ้วนทุกมิติ ไม่ควรด่วนสรุปเพื่อนำเสนอเป็นผลงานเพียงด้านเดียว เนื่องจากสินค้าเกษตรมีความซับซ้อน ทั้งเงื่อนไขด้านฤดูกาล ความผันผวนของปริมาณผลผลิต และอำนาจการต่อรองในห่วงโซ่อุปทาน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจะช่วยให้ภาครัฐมองเห็นปัญหาที่ซ่อนอยู่ และสามารถกำหนดมาตรการแก้ไขได้อย่างตรงจุด
ในช่วงท้าย เดชรัตได้เรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์เร่งอัปเดตข้อมูลตัวเลขการส่งออกประจำเดือนเมษายน 2569 ลงบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ เนื่องจากปัจจุบันข้อมูลยังหยุดอยู่เพียงเดือนมีนาคม เพื่อให้ประชาชนและภาคส่วนต่างๆ สามารถร่วมตรวจสอบสถิติสินค้าเกษตรทุกรายการ รวมถึงสินค้าที่มีอัตราการส่งออกลดลง ซึ่งทางกระทรวงมิได้หยิบยกมากล่าวถึง
ทั้งนี้ พรรคประชาชนยืนยันว่าพร้อมที่จะช่วยตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกและชี้แนะปมปัญหาที่แท้จริง เพื่อมิให้ตัวเลขสถิติเชิงบวกเพียงบางมิติ มาบดบังความเดือดร้อนและปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกษตรกรไทยกำลังเผชิญอยู่อย่างแท้จริง


