พรรคประชาชนเตรียมใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 11-12 พฤษภาคมนี้ เพื่อขอให้วินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพราะมองว่า รัฐบาลนำงบประมาณเยียวยาประชาชนมาเป็นข้ออ้างเพื่อรวมโครงการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานวงเงิน 2 แสนล้านบาท ซึ่งไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนและยังขาดรายละเอียดโครงการที่ชัดเจน
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย ศิริกัญญา ตันสกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค และ ธีระ สุธีวรางกูร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมกันแถลงจุดยืนในวันนี้ (7 พฤษภาคม) ต่อกรณีการออก พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ
ณัฐพงษ์ระบุว่า ที่ประชุม สส. ของพรรคประชาชนมีมติให้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 ในการเข้าชื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้พิจารณาวินิจฉัยว่าการออกพระราชกำหนดของรัฐบาลเข้าเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง ที่กำหนดให้กระทำได้เฉพาะเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือไม่
ทั้งนี้ พรรคประชาชนยินดีให้พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมลงชื่อในคำร้อง โดยที่พรรคประชาชนจะเป็นแกนหลักในการยกร่างคำร้องเองอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้การใช้สิทธิตามช่องทางนี้กลายเป็นการเปิดช่องให้ศาลรัฐธรรมนูญขยายขอบเขตอำนาจของตนเอง
ข้อกังวลหลักของพรรคประชาชนคือการที่รัฐบาลรวมสองแผนงานไว้ใน พ.ร.ก. ฉบับเดียว โดยพรรคประชาชนประเมินว่าวงเงิน 2 แสนล้านบาทสำหรับการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานมีลักษณะเป็นการตีเช็คเปล่า เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของประเทศต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการหลายปี และปัจจุบันยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดโครงการรองรับ การดำเนินการลักษณะนี้จึงแสดงถึงความ ‘ลุแก่อำนาจ’ ของฝ่ายบริหารที่ไม่ได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
ศิริกัญญาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงผ่านการตอบกระทู้ถามสดในสภาผู้แทนราษฎรโดยยอมรับว่า โครงการด้านพลังงานยังไม่มีความชัดเจน ต้องรอให้หน่วยราชการเสนอเรื่องและผ่านคณะกรรมการกลั่นกรอง
นอกจากนี้ ยังระบุว่า วงเงินเยียวยาจะเป็นการกู้ยืมในปีนี้ ส่วนการเปลี่ยนผ่านพลังงานจะเป็นการกู้ยืมในปีหน้า ข้อมูลดังกล่าวตอกย้ำให้เห็นว่า โครงการด้านพลังงานไม่ได้มีความเร่งด่วนแต่อย่างใด ทั้งนี้ ประเด็นความจำเป็นเร่งด่วนหรือสามารถหลีกเลี่ยงการออก พ.ร.ก. ได้หรือไม่นั้น จะเป็นส่วนที่สภาผู้แทนราษฎรต้องพิจารณาต่อไป
ในส่วนของงบประมาณเยียวยาประชาชนจำนวน 2 แสนล้านบาท พรรคประชาชนเห็นว่ามีปัญหาในรูปแบบการจัดสรรเช่นกัน ศิริกัญญาระบุว่า การชี้แจงของคณะรัฐมนตรีมีความขัดแย้งกันเอง โดย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่าต้องการเยียวยาแบบพุ่งเป้าไปยังกลุ่มเปราะบาง แต่ภราดรกลับกล่าวว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างถ้วนหน้าจึงต้องให้สิทธิช่วยเหลือถึง 30 ล้านคน
เมื่อรวมโครงการคนละครึ่งและการเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะมีผู้ได้รับผลประโยชน์รวมประมาณ 44 ล้านคน
พรรคประชาชนประเมินว่าตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่การเยียวยาแบบถ้วนหน้าอย่างแท้จริงที่ควรครอบคลุมประชากร 50 ล้านคนขึ้นไป และไม่ใช่การพุ่งเป้า เนื่องจากรัฐบาลใช้วิธีลงทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง ทำให้มีความเสี่ยงที่ผู้ได้รับความเดือดร้อนจริงอาจตกหล่น ในขณะที่ผู้ไม่ได้รับผลกระทบอาจได้รับสิทธิแทน
พรรคประชาชนยืนยันว่าไม่คัดค้านการเยียวยาประชาชน แต่รัฐบาลควรเลือกเครื่องมือและวิธีการที่เหมาะสม หากอ้างว่าประชาชนเดือดร้อนทั่วหน้าก็ควรจัดสรรแบบถ้วนหน้า โดยไม่ต้องอ้างเรื่องการพุ่งเป้า
นอกจากนี้ ณัฐพงษ์ยังแสดงความผิดหวังต่อการตอบกระทู้ถามสดในสภา โดยระบุว่าพรรคประชาชนคาดหวังให้นายกรัฐมนตรีมอบหมายเอกนิติมาเป็นผู้ชี้แจงหลัก แต่กลับมอบหมายให้ภราดรมาตอบคำถามแทน ซึ่งไม่สามารถให้ความกระจ่างในหลายประเด็นได้
สำหรับการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ณัฐพงษ์ระบุว่า พรรคประชาชนอยู่ระหว่างการประสานงานกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน และจะต้องดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 11-12 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขทางกฎหมาย


