×

อุ่นเครื่องก่อนดู Parasite เตรียมตัวค้นหาคำตอบ ที่จริงแล้ว ‘ชนชั้นปรสิต’ อาจอยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด

18.07.2019
  • LOADING...

ก่อนที่จะไปชม Parasite ผลงานเรื่องล่าสุดของบงจุนโฮ (Memories of Murder, The Host, Snowpiercer, Okja) เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีล่าสุด พร้อมกันในวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 (ถ้าอยากดูก่อนสามารถร่วมตอบคำถามชิงบัตรภาพยนตร์รอบพิเศษได้ที่ 

 


 

THE STANDARD POP ได้รวบรวมเกร็ดข้อมูล และเรื่องเบื้องหลังสนุกๆ มาอุ่นเครื่องเตรียมความพร้อม ก่อนเข้าไปค้นหาคำตอบว่า แท้จริงแล้วความหมายของคำว่า ‘ชนชั้นปรสิต’ คืออะไร

 

และไม่แน่ว่าสิ่งนั้นอาจอยู่ใกล้ตัวคุณมากกว่าที่คิด!

 

บงจุนโฮ

 

1. บงจุนโฮเคยส่งหนังเรื่อง Okja มีชื่อเข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 2017 ก่อนที่จะกลับมาแก้มืออีกครั้งได้จาก Parasite ในปี 2019 ที่มี Once Upon a Time in Hollywood ของเควนติน ทารันติโน เป็นหนึ่งในผู้เข้าชิง และสร้างประวัติศาสตร์เป็นหนังเกาหลีเรื่องแรกที่คว้ารางวัลสูงสุดของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ได้สำเร็จ และน่าจะเป็นหนังที่ดูสนุก เข้าใจ และเข้าถึงคนดูได้มากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา

 

2. Parasite นำเสนอเรื่องราวของสองครอบครัวที่อยู่บนจุดสูงสุดและต่ำสุดของพีระมิด ตระกูลพัครวยล้นฟ้า ส่วนตระกูลคีทำได้แค่พับกล่องพิซซ่าขาย กระทั่งวันหนึ่งที่ลูกชายคนโตได้เข้าไปเป็นติวเตอร์ส่วนตัวของลูกสาวตระกูลพัค และเริ่มแผนการพาน้องสาวแทรกซึมเข้าไปในบ้านหลังนั้นด้วย ที่นำพาเหตุการณ์ไปสู่จุดที่บงจุนโฮให้คำจำกัดความเอาไว้ว่า 

 

“เป็นภาพยนตร์โศกสุขอันโหดร้ายที่ไม่อาจหยุดยั้ง ตลกแม้จะปราศจากตัวตลก เลือดสาดแม้จะปราศจากตัวร้าย ทุกอย่างนำไปสู่วงเวียนของความรุนแรง และบทลงเอยที่คาดเดาไม่ได้”

 

3. ถ้าเทียบกับผลงานเรื่องก่อนหน้าอย่าง Barking Dogs Never Bite ที่พูดเรื่องชนชั้นผ่านบริบทชีวิตในอพาร์ตเมนต์ที่เลือกไม่ได้, ความหละหลวมเลือกปฏิบัติใน Memories of Murder, เสียงของคนชายขอบที่ไม่มีคนฟังใน The Host, Mother ที่ชนชั้นล่างต้องรับผลกรรมอยู่เสมอ, Snowpiercer รถไฟที่โหดร้ายและไร้ความเท่าเทียม, Okja ที่ย้ำความเศร้าของเกษตรกรที่เป็นได้เพียงเครื่องมือที่ไม่มีทางเลือกในระบบทุนนิยม

 

Parasite ก็ยังคงลายเซ็นของบงจุนโฮในการหยิบประเด็นชนชั้นมาเล่าเอาไว้ครบถ้วน แต่จะเป็นการพูดถึงเสียงร้องระหว่างชนชั้นในสเกลที่เล็ก เงียบเชียบ แต่แสดงให้เห็น ‘รายละเอียด’ ของชีวิตที่แตกต่างกันได้ชัดเจนและคมคายที่สุด เพราะโฟกัสไปที่แปดตัวละครหลักแบบเต็มๆ เท่านั้น จนเราแอบรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าเราอาจจะเข้าใจคำว่า ‘ปรสิต’ ผิดมาตลอดก็ได้ 

 

ซงคังโฮและชเวอูชิก

 

4. นักแสดงสองคนที่ถูกวางตัวเอาไว้ตั้งแต่ช่วงเริ่มเขียนบท คือ ซงคังโฮ กับบทหัวหน้าตระกูลคีที่ชีวิตพบแต่ความล้มเหลว นักแสดงคู่บุญที่ร่วมงานกับบงจุนโฮมาตั้งแต่ Memories of Murder, The Host และ Snowpiercer บงจุนโฮยกให้ซงคังโฮคือหนึ่งในนักแสดงเกาหลีที่ยอดเยี่ยมที่สุด เหมือนมีส่วนผสมของนักแสดงแถวหน้าของฮอลลีวูดอย่างอัล ปาชิโน, โจอาคิน ฟีนิกซ์ และไมเคิล แชนนอน รวมอยู่ด้วยกัน

 

อีกคนหนึ่งคือชเวอูชิกที่แจ้งเกิดจาก Train to Busan จนมาร่วมงานกับบงจุนโฮใน Okja และเขาคิดว่านักแสดงหนุ่มคนนี้เหมาะสมกับบทลูกชายของคนโตของตระกูลคีมากที่สุดแล้ว

 

 

5. อีฮาจุน ผู้กำกับฝ่ายศิลป์ ที่เคยร่วมงานกับบงจุนโฮมาตั้งแต่เรื่อง Okja เพิ่มความสมจริงให้กับฉากอพาร์ตเมนต์ใต้ดินในแหล่งเสื่อมโทรมที่อยู่ของตระกูลคี ด้วยการสร้างภาพ และ ‘กลิ่น’ เช่น คราบเตาแก๊ส, กลิ่นน้ำมัน, กลิ่นเสื้อผ้า ผนัง เฟอร์นิเจอร์เก่า, กลิ่นรา ไปจนเศษอาหารที่ต้องมีกลิ่นเหมือนขยะจริงๆ เพื่อสร้างบรรยากาศให้สมจริงมากที่สุด ซึ่งไม่ใช่แค่นักแสดงที่รู้สึกแบบนั้น แต่ยังรวมถึงยุงกับแมลงวันที่รู้สึกถึงความสมจริง จนบินว่อนกองถ่ายไปด้วย

 

6. งานภาพที่สวยงาม ละเอียด พิถีพิถันในเรื่อง เป็นผลงานของอเล็กซ์ ฮง ผู้กำกับภาพมากฝีมือของเกาหลี ที่ร่วมงานกับบงจุนโฮมาตั้งแต่เรื่อง Mother และ Snowpiercer รวมทั้งถ้าใครจำฉากสวยงามของท้องฟ้าแสนละเมียดละไม และกองเพลิงที่เจ็บปวดและเผาไหม้ไปถึงหัวใจใน Burning ของผู้กำกับอีชางดงเมื่อปีก่อน ก็เป็นผลงานของอเล็กซ์ ฮง ด้วยเช่นกัน

 

7. ถึงแม้ว่าผลงานของบงจุนโฮจะพูดถึงประเด็นที่ค่อนข้างหนัก และวิธีการนำเสนอก็ไม่ใกล้เคียงกับหนังตลาดทั่วไป แต่หนังที่มีชื่อเขาเป็นผู้กำกับมักจะทำรายได้อยู่ในระดับที่น่าพอใจอยู่เสมอ โดยมีหนังถึง 4 เรื่องที่ติดอับ 100 หนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของวงการภาพยนตร์เกาหลี จากหนังยาวทั้งหมด 6 เรื่อง (ไม่นับ Okja ที่ฉายบน Netflix ไม่สามารถประเมินตัวเลขได้) ที่เขาทำไว้ในช่วงระยะเวลา 19 ปี 

 

โดย The Host อยู่ในอันดับที่ 17 ขายตั๋วได้ 10,917,224 ใบ (ที่เกาหลีนับรายได้จากจำนวนตั๋วที่ขายได้) ทำรายได้ทั่วโลก 89.4 ล้านเหรียญสหรัฐ Snowpiercer อันดับที่ 21 ขายตั๋วได้ 9,350,338 ใบ ทำรายได้ทั่วโลก 86.8 ล้านเหรียญสหรัฐ, Memories of Murder อับดับที่ 73 ขายตั๋วได้ 5,101,645 ใบ 

 

ส่วน Parasite ตอนนี้อยู่อันดับที่ 19 ขายตั๋วไปได้ 9,919,853 ใบ ทำรายได้รวมไปแล้ว 80.2 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการฉายในประเทศเกาหลีอย่างเดียว ต้องรอลุ้นว่าถ้าฉายอย่างเป็นทางการทั่วโลกไปแล้วรายได้จะเพิ่มสูงขึ้นไปได้อีกเท่าไร

 

8. ถ้าอยากเสพงานศิลปะของบงจุนโฮให้เต็มที่ พอหนังจบแล้วอย่าเพิ่งรีบลุกไปไหน เพราะเพลงที่เปิดในช่วงฉายเครดิตตอนท้าย เป็นเพลงที่บงจุนโฮเป็นคนแต่งขึ้นมาเอง ขับร้องโดยนักแสดงนำของเรื่องอย่างชเวอูชิก

 

 

9. บงจุนโฮกังวลเรื่องการเปิดเผยเนื้อหา Parasite ให้กับคนที่ยังไม่ได้ดูหนัง ถึงกับออกถ้อยแถลงการณ์ขอความร่วมมือกับทุกคน ที่มีใจความส่วนหนึ่งว่า 

 

“ผมเชื่อว่านักทำหนังทั้งหมดล้วนหวังว่า คนดูจะได้รับประสบการณ์การหายใจไม่ทั่วท้องขณะรับชมตลอดทั้งเรื่อง ไม่ว่าจะจุดเล็กหรือจุดใหญ่ และหวังว่าพวกเขาจะเซอร์ไพรส์ และถูกดูดเข้าไปในหนังด้วยอารมณ์อันร้อนแรงทุกช่วงขณะ การไม่สปอยล์เนื้อหาใน Parasite จะถือเป็นของขวัญล้ำค่าแก่คนดู และทีมงานที่สร้างหนังเรื่องนี้จนสำเร็จขึ้นมาได้”

 

ตัวอย่างภาพยนตร์

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories