วันนี้ (27 มิถุนายน) อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องของจังหวัดภูเก็ต ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงบริเวณหาดนุ้ยและหาดฟรีดอม ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดินโดยมิชอบ การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ การใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นนอมินี และปัญหากลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่
อาสพลธ์เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ว่า การเดินทางมาในครั้งนี้เป็นการลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพข้อเท็จจริงร่วมกับ สส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยในกรณีของหาดนุ้ยนั้น ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษามาตั้งแต่ปี 2557 แล้วว่าการออกโฉนดที่ดินเป็นไปโดยมิชอบ และได้ดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการฯ ยังได้รับเรื่องร้องเรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับพื้นที่ข้างเคียงอีกจำนวน 7 แปลง ซึ่งหลังจากนี้จะทำการรวบรวมข้อเท็จจริง และเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ทั้งกรมป่าไม้ และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เข้ามาชี้แจงข้อมูลประกอบการพิจารณา ยืนยันว่าหากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายและพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ์เพิ่มเติมทันทีหากมีเหตุอันควร
ส่วนกรณีหาดฟรีดอม อาสพลธ์ระบุว่า จากข้อมูลของกรมที่ดินพบว่า พื้นที่ดังกล่าวถูกแบ่งออกเป็นที่ดิน 9 แปลง ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ไปแล้ว 2 แปลงเนื่องจากเป็นการออกโดยมิชอบ ส่วนอีก 7 แปลงที่เหลือนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดถึงที่มาของการออกโฉนดและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เนื่องจากมีข้อสงสัยอย่างมากว่าอาจเป็นพื้นที่ป่า
นอกจากนี้ ในพื้นที่หาดฟรีดอมยังพบปัญหาคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติรวมแล้วถึง 24 คดี ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการของสถานีตำรวจในพื้นที่ โดยบางคดีมีความคืบหน้า แต่บางคดียังไม่สามารถติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีได้ ทางคณะกรรมาธิการฯ จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดการดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด โดยกำหนดกรอบระยะเวลาให้ติดตามผลและรายงานความคืบหน้าภายใน 90 วัน หากพบว่ามีความล่าช้าเกินกว่าเหตุ คณะกรรมาธิการฯ จะนำเรื่องกลับมาพิจารณาเพื่อหาสาเหตุต่อไป
สำหรับกรอบระยะเวลาในการทำงานนั้น อาสพลธ์ย้ำว่า คณะกรรมาธิการฯ ยังไม่ได้กำหนดวันสิ้นสุดการดำเนินงาน แต่ในเบื้องต้นได้ประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เร่งรัดรวบรวมเอกสารและข้อมูลหลักฐานทั้งหมด ส่งมายังคณะกรรมาธิการฯ ผ่านสำนักงานจังหวัดภูเก็ตภายใน 15 วัน เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ของกฎหมายอย่างเร่งด่วนต่อไป








