วันนี้ (25 สิงหาคม) เกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และรองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าของขบวนการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568 ซึ่งพบผู้กระทำความผิดตั้งแต่ระดับนายหน้าไปจนถึงข้าราชการระดับสูง
คดีนี้เริ่มต้นจากการร้องเรียนพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ส่อทุจริตในกระบวนการประมูลงาน (e-bidding) โดยมีการล็อกสเปก (TOR) เอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางราย และมีการเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบ ซึ่งสนามสอบครั้งนี้มียอดผู้สมัครสูงถึง 438,277 คน ใน 105 ตำแหน่ง รวม 8,548 อัตรา ปัจจุบันได้เรียกบรรจุไปแล้วกว่า 1.5 หมื่นราย
จากการลงพื้นที่สืบสวน ป.ป.ช. พบเบาะแสเชื่อมโยงถึงเครือข่ายของ พิชิต ทั้งพรม (เอ) ที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้าหาผู้สมัครที่ยอมจ่ายเงินเพื่อแลกกับการสอบผ่าน โดยพบพิรุธกรณีอดีตลูกจ้างกองช่าง เทศบาลเมืองบางแม่นาง 2 ราย ที่สอบได้ลำดับที่ 1 และ 3 ในตำแหน่งวิศวกรโยธา (เขต 1) ด้วยคะแนนที่สูงผิดปกติกว่า 90 เต็ม 100 คะแนน และปัจจุบันได้รับการบรรจุเข้ารับราชการแล้ว
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ป.ป.ช. นำหมายศาลบุกค้น บริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด หลังสืบทราบว่าเป็นแหล่งแอบแก้ไขกระดาษคำตอบ โดยยึดของกลางเป็นคอมพิวเตอร์และหน่วยความจำจำนวนมาก เมื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลดิบจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) และกระดาษคำตอบจริงจากโรงพิมพ์ พบรายชื่อและพฤติการณ์ที่ตรงกับการทุจริตสอบสายงานผู้บริหารท้องถิ่นในปี 2564 ชี้ให้เห็นว่าเป็นขบวนการใหญ่ที่ฝังรากมานานหลายปี
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติรับเรื่องนี้เป็น ‘คดีพิเศษ’ โดยมีผู้ถูกกล่าวหาสูงถึง 6,012 ราย พร้อมจัดแบ่งกลุ่มผู้เกี่ยวข้องออกเป็น 4 กลุ่มหลัก
- กลุ่มผู้ดำรงตำแหน่งระดับนโยบาย
- กลุ่มผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่รัฐ
- กลุ่มคณะกรรมการจัดทำระบบและประเมินผล
- กลุ่มนายหน้าและผู้ได้รับประโยชน์
โดย ป.ป.ช. ได้ตั้งเรื่องไต่สวนข้าราชการระดับสูงไว้แล้ว 10 คน ไฮไลต์สำคัญคือมีข้าราชการระดับ ‘อธิบดี’ จำนวน 2 คน ที่อยู่ในช่วงเวลาเซ็นสัญญาจัดสอบ รวมถึงตั้งเรื่องไต่สวน ประยูร ประธานอนุกรรมการ (อก.) และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ในส่วนของการหาพยานหลักฐาน ป.ป.ช. ได้ร่วมมือกับ ปปง. และธนาคารแห่งประเทศไทย ตรวจสอบเส้นทางการเงินเชิงลึก โดยยืนยันว่าจะไม่มีการตัดตอนความผิดไม่ว่าผู้เกี่ยวข้องจะเป็นข้าราชการระดับสูงหรือนักการเมือง
ด้านกระบวนการพิสูจน์ทางเทคนิค ป.ป.ช. เตรียมใช้เครื่องตรวจข้อสอบคุณภาพสูงเพื่อสแกนและตรวจสอบกระดาษคำตอบกว่า 800,000 ใบซ้ำอีกครั้ง (Double Check) โดยใช้เวลาประมาณ 10 วัน หากพบการแก้ไขคะแนนหรือแทรกรายชื่อ จะคัดแยกผู้กระทำผิดเพื่อส่งให้ต้นสังกัดดำเนินการทางวินัยและเพิกถอนสิทธิ์ทันที ทั้งนี้ ป.ป.ช. จะแยกแยะอย่างเป็นธรรมระหว่างผู้กระทำผิด (จ่ายเงินซื้อข้อสอบ) และ เหยื่อ (สอบผ่านด้วยตนเองแต่คะแนนถูกกระทบ)
นอกจากนี้ ป.ป.ช. กำลังขยายผลการไต่สวนไปยัง มหาวิทยาลัยบูรพา ในประเด็นกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และข้อกล่าวหาเรื่องการนัดพบเจรจาใน Safe House พร้อมเตรียมงัดมาตรการคุ้มครองพยาน และการกันผู้ร่วมกระทำผิดไว้เป็นพยานเพื่อสาวให้ถึงตัวการใหญ่ โดยกำหนดกรอบเวลาการไต่สวนเบื้องต้นไม่เกิน 6 เดือน และจะรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนทราบทุกเดือน


